ข่าวโซเชียล
ครูร่ายยาวเล่าเหตุการณ์ “แพ้เสียงในหัว” เด็กเอาแม่มาล้อตำหนิแต่ไม่สลด เคลียร์ใจขอโทษกันแล้ว
2 ชั่วโมงที่แล้ว
296 views
“ครูแพ้เสียงในหัว” ร่ายยาวเล่าเหตุการณ์จริง เผย เด็กเอาแม่มาล้อตำหนิแต่ไม่สลด ทำโทษให้วิ่งรอบสนามก็วิ่งลัด เคลียร์ใจขอโทษกันแล้ว แจง “เจนตัวเงินตัวทอง” เป็นสับเซตของทุกๆ เจน มองเด็กเติบโตในสังคมสภาพแวดล้อมมีส่วนสำคัญ บางคนเลี้ยงดูแต่ไม่ได้สั่งสอน ลั่น “ครูนะไม่ใช่นางฟ้า แก้ปัญหานี้ได้ประเทศไทยมันไม่เป็นแบบนี้หรอก”
กลายเป็นประเด็นชั่วข้ามคืนในโลกออนไลน์ หลังจากที่มีการแชร์เฟซบุ๊กของคุณครูท่านหนึ่งที่โพสต์ระบายความในใจถึงการอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ในยุคนี้ ระบุว่า “เป็นครูมาตั้งแต่ปี 37 ลูกศิษย์รุ่นแรกอายุ 45+ สอนพ่อแม่มันมาจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ไม่มีลูกศิษย์รุ่นไหนอุบาทว์ได้เท่าเด็กเจนเหี้..นี่อีกแล้ว” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัลอย่างหนัก มีการนำไปทำเป็นมีมกันจนเต็มโซเชียล
ขณะเดียวกันก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้าไปแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวของคุณครู โดยระบุว่า “คุณครูครับไหนๆ แล้ว ช่วยสาดพฤติกรรมอุบาทว์ๆ ของเด็กให้ผู้ปกครองได้ตื่นรู้สักหน่อยครับ” ทำให้คุณครูรายดังกล่าวเข้าไปตอบคอมเมนต์ตอบกลับว่า “แค่โพสต์ลอยๆ ไปงั้นแหละค่ะ เผื่อว่าแม่มันจะผ่านมาเห็น ปรากฏว่า คนทั้งโลกเห็นแต่แม่มันไม่เห็น”
ล่าสุด ครูรายดังกล่าวได้โพสต์ข้อความร่ายยาวเล่าเหตุการณ์แพ้เสียงในหัวว่า คนไทยพูดไปเรื่อย คำนี้ไม่เกินจริง พวกคุณก็แชร์กันป๊ายยยยย เรื่อยเปื่อย วิพากษ์วิจารณ์กันไป ใส่สีตีไข่ไปเรื่อย น้ำผึ้งหยดเดียวจริงๆ ล่าสุดออกทีวีก็แทบไม่เหลือเรื่องจริงละ คนส่งมาให้ดูบางช่องครูก็ยังขำเลย เล่ากันออกรสออกชาติ โอ๊ย!!!!บางคนก็บอกรู้จักครูดี สอนแถวบ้านผมเองคับ รร.มัธยมแห่งเดียวในอำเภอ แสดงว่าไปส่องมา คาดว่าตอนนี้นักข่าวน่าจะไป รร.นั้นละ ไปกันทำไมสงสารเค้า ครูอยู่รร.เล็กๆ ในหลืบ เมื่อก่อนได้เบี้ยกันดารด้วยเอ้อ ตอนนี้เพจการศึกษาดังๆ จะส่งเรื่องไปให้รัฐมนตรีอีก จะไปเพิ่มงานให้เขาทำไม แล้วเดี๋ยวถ้าเกิดเขาคิดนโยบายอะไรใหม่ๆ ส่งมาให้ครูปฏิบัติกันก็จะมาบ่นกันอีกว่าเพิ่มภาระครู เฮ้อ...วันนี้จะเก็บกวาดห้อง เผื่อเจ้านายอยากรู้จักหน้าครูสุนีย์
ต่อไปคือความจริงละน้าาา ครูไม่ได้ถามเด็กว่าทำไมมาสาย เป็นบทสนทนาของเด็กกันเอง คุยกันทำนองนั้นแหละ (ตรงนี้ในใจครูคิดว่าเด็กอาจจะไม่ได้ทำแบบนั้นจริงๆ ก็ได้ แต่อยากโม้อวดเพื่อนว่ากูเจ๋ง) ครูได้ยินก็เลยบ่นไปว่าทำไมเอาแม่มาล้อเล่นแบบนั้น ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว ไม่สลดก็เลยให้ไปวิ่งรอบสนาม 10 รอบ แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่า "มันวิ่งสองรอบเองครู ลัดสนามด้วย" หลังจากนั้นครูก็อบรมไปว่าเรามีวิธีแยกมนุษย์กับสัตว์ออกจากกันได้อย่างไร แล้วก็สอนตามปกติต่อไป หมดคาบก็แยกย้าย พอมีเวลาครูก็มานั่งคิดถึงเรื่องที่เด็กคุยกัน มันบ่งบอกถึงความเปราะบางของสถาบันครอบครัว ที่เด็กส่วนหนึ่งต้องเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้ เลี้ยงดูแต่ไม่ได้สั่งสอน การอบรมสั่งสอนของครูไม่มีความหมาย อนาคตพวกเขาจะเป็นอย่างไร สอนมาหลายสิบรุ่น ได้ดิบได้ดีไปก็เยอะ อยู่ในคุกก็ไม่น้อย (เคยแซวเด็กว่าถึงครูจะฝากพวกเธอเข้าราชภัฏไม่ได้แต่ครูฝากเธอเข้าเข้าราชทัณฑ์ได้นะ)
ทำอะไรใครไม่ได้ก็เลยไปบ่นลงโซเชียล ลงไปตั้งแต่วันก่อน คนมากดไลค์ 2-3 คน คนแชร์ก็ไม่มี มีแต่ตัวเองแชร์ลงสตอรี่ บังเอิญมีเพื่อนเฟซคนหนึ่ง บอกว่าโอ๊ย!!!โดนเส้น หนูชอบมาก ถูกใจขอแชร์นะ
หลังจากนั้นก็ ตู๊มมมมมมม!!! เกิดเป็นโกโก้ครันซ์ แล้วไปอ่านดูกันดีๆนะคะไม่ต้องตีความว่าครูพูดถึงเจน X เจนY เจน Z หรือว่าเจน Alpha ครูพูดถึงเจนตัวเงินตัวทองที่มันเป็นสับเซตของทุกๆเจน ในนั้นมีทุกช่วงอายุเด้อ เพราะตอนนี้เริ่มจะบานปลายเป็นสงครามระหว่างเจนไปแล้ว
โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษามันเป็นสิ่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่คิดว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสของเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขาดแคลนแล้วก็ไม่มีโอกาสพอที่จะเข้าไปเรียนโรงเรียนมัธยมใหญ่ๆ แต่ในความเป็นจริงการจัดเอาเด็กโตมาอยู่รวมกับเด็กเล็ก เด็กๆจะซึมซับตัวอย่างไม่ดีจากเด็กโต เขาก็จะมองว่าสิ่งที่พี่ๆทำมันเป็นเรื่องที่โก้เก๋ เกิดพฤติกรรมเลียนแบบตามๆกันไป อย่าถามนะว่ารู้แล้วทำไมครูไม่แก้ปัญหาล่ะ โอ๊ย!!! นี่ครูนะไม่ใช่นางฟ้า ถ้าคนเป็นครูแก้ปัญหานี้ได้ประเทศไทยมันไม่เป็นแบบนี้หรอก
ความเปลี่ยนแปลงของโลก ของสังคม ของเทคโนโลยี ที่เป็นไปอย่างก้าวกระโดดอาจจะทำให้เกิดปัญหาที่บางคนอาจจะมองว่ามันก็แค่เด็กยุคนี้ที่ไม่ค่อยได้รับการอบรมสั่งสอน แต่ผลกระทบที่จะเกิดตามมามันมากมายมหาศาลกว่าที่เราคิดเอาเป็นว่าต่อไปนี้ เราจะไม่พูดถึงเรื่องเด็กอีกต่อไปนะคะ ครูไม่ได้โกรธเด็กและเด็กก็ไม่ได้โกรธครู เมื่อวานเราคุยกันแล้ว เด็กก็ขอโทษครู ครูก็ขอโทษเด็ก เราเข้าใจกันดี สอนกันเป็นปกติเหมือนเดิม มีแต่พวกคุณนี่แหละค่ะที่ทำให้ไม่ปกติ...
ครูคิดว่าโรงเรียนขยายโอกาสหลายๆ โรงเรียนประสบปัญหาเดียวกันกับที่ครูพบเห็นมา เราทุกคนรู้ดีว่าปัญหามันคืออะไร แต่มันเกินกำลังของคนเป็นครูที่จะสามารถทำอะไรให้มันดีกว่านี้ได้ อ้อ!!!!ไม่ต้อง #Saveครูสุนีย์ หนังเหนียวขนาดนี้ไม่มีใครเอาลงหรอก
ปล. เด็กรุ่นนี้เมื่อช่วงโควิดเขาจะอยู่ประมาณ ป.2-3 ซึ่งกำลังอยู่ในวัยหัดอ่านหัดเขียน แต่ต้องถูกล็อกดาวน์และให้อยู่กับแท็บเล็ตหรือมือถือเป็นเวลานานหลายเดือน
พร้อมติดแฮชแท็กว่า #ขอบคุณที่อ่านจนมาถึงบรรทัดนี้ สนับสนุนให้คนไทยอ่านหนังสือเกินวันละ 3 บรรทัด #โพสต์ไม่คิดชีวิตเปลี่ยน #ไม่เอามาลัยขาวริบบิ้นดำ #ไม่เอาอนุสาวรีย์ #ขอบคุณที่แต่งภาพให้ครูสวยกว่าตัวจริง
แท็กที่เกี่ยวข้อง ครูแพ้เสียงในหัว