ข่าวโซเชียล

ครูยึดมือถือ เด็กขอคืนไม่ให้ เรียกค่าไถ่ 1 หมื่น อ้างเป็นกฎ สุดท้ายตัดสินใจลาออก

3 ชั่วโมงที่แล้ว

59 views

นักเรียนชายตัดสินใจลาออก หลังถูกครูยึดโทรศัพท์ อึ้งถูกถาม “จะจ่ายเท่าไร” เคลียร์ไม่จบ สุดท้ายถูกเรียกค่าไถ่ 1 หมื่นบาท อ้างมันเป็นกฎ ตำรวจช่วยเจรจายังไม่ยอม

วานนี้ (14 พ.ค.) เฟซบุ๊กเพจ “เจ๊ม้อย v+” โพสต์เรื่องราวของนักเรียนคนหนึ่งที่ต้องตัดสินใจลาออกเพราะถูกครูยึดโทรศัพท์ หากจะขอคืนต้องจ่าย 1 หมื่นบาท อ้างเป็นกฎ โดยระบุว่า เริ่มเรื่องคือเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 น้องบอย พื้นเพเป็นคนนราธิวาส ได้ขึ้นไปเรียนที่กรุงเทพฯ ซึ่งน้องก็ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วย แต่ทางโรงเรียนมีกฎไว้ว่าห้ามใช้โทรศัพท์ ต่อมาน้องบอยเกิดเผลอรับโทรศัพท์ เป็นเหตุทำให้คุณครูทราบว่าน้องบอย มีมือถือ


วันที่ 27 เมษายน 2569 น้องบอย ก็ได้ทักแชตคุณแม่ขอที่อยู่ เพื่อจะให้คุณครูส่งโทรศัพท์กลับบ้าน พอช่วงบ่าย 2 คุณครูได้เปิดล็อกเกอร์ และริบโทรศัพท์เครื่องนั้นไว้ น้องบอยพยายามอธิบายคุณครูว่าจะส่งกลับบ้าน ขอที่อยู่จากแม่เรียบร้อยแล้ว คุณครูบอกว่าก็ให้คุณแม่มาคุยเองเพื่ออธิบาย


เวลา 16.00 น้องบอย ได้ยืมโทรศัพท์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แจ้งไปยังคุณแม่ว่าโทรศัพท์โดนยึดแล้ว ไม่ทันส่งกลับบ้าน ด้วยความกระวนกระวายใจ น้องบอยได้นั่งรถไปยังรามคำแหง 53 ซึ่งเป็นบ้านของน้าชาย เพื่อให้น้าชายช่วยไปเคลียร์ที่โรงเรียนเรื่องโทรศัพท์ เมื่อน้าชายไปถึงที่โรงเรียน ก็ได้คุยกับคุณครู แต่ปรากฏว่าเคลียร์ไม่ลงตัว คุณครูพูดคำเดียวบอกว่า “จะจ่ายเท่าไหร่” ด้านน้าชายไม่รู้จะทำยังไง จึงบอกไปว่าขอจ่าย 1,500 คุณครูได้หันไปถามน้องบอย ว่า “ยังไง” สรุปแล้วไม่ลงตัว ไม่มีการจ่าย


วันที่ 30 เมษายน 2569 คุณแม่ของน้องบอย ก็ได้ตัดสินใจให้น้องบอยกลับบ้าน ลาออกจากโรงเรียนนั้นทันที ภายในวันเดียวกัน คุณแม่ก็ได้แชตหาภรรยาครูแจ้งว่า พ่อของน้องไม่ประสงค์ให้น้องเรียนแล้ว และรบกวนส่งโทรศัพท์คืนมาตามที่อยู่นี้ด้วย ทางด้านเมียของครูตอบว่า ตามกฎแล้วเด็กที่เล่นโทรศัพท์ในโรงเรียน ถ้ายึดแล้วก็จะไม่ให้คืน หรือถ้าทางบ้านต้องการคืน “ต้องซื้อคืน”ผ่านไป 3 วัน คุณแม่ได้ขอช่วยให้คุณยายเจรจากับคุณครู เรื่องโทรศัพท์ คุณครูได้ยื่นข้อเสนอราคาไถ่ 10,000 แล้วจะส่งโทรศัพท์คืน


คุณแม่และคุณยาย รู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบมาก เพราะโทรศัพท์ก็ยังผ่อน (ไอโฟน 15) เพิ่งซื้อมาไม่นาน ไหนต้องจ่ายค่าไถ่อีก แบบนี้คือลักทรัพย์ คุณแม่และคุณยาย ตัดสินใจไปแจ้งความเพื่อจะเอาโทรศัพท์คืน ร้อยเวรก็ได้โทรเจรจากับครูให้คืน และถ้ายึดหรือเอาไปขาย หรือขายคืนเจ้าของ ถือว่าผิดกฎหมาย


พลเมืองดีติดต่อคุณครูไป ครูยืนยันว่ายังไงก็ไม่คืน การเจรจาเกิดขึ้นทั้งหมด 8 ครั้ง ยายของน้องมาเจรจากับคุณครู 2 ครั้ง ขณะที่ครูคุยกับร้อยเวร บอกว่าจะขายแล้วก็เอามาคืนเป็นเงิน ร้อยเวรบอกว่าไม่ได้จะต้องคืนเป็นโทรศัพท์

ทั้งนี้มีคลิปเสียงที่คุณยายของน้องบอย เจรจาไกล่เกลี่ยกับครู โดยครูบอกว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร ตนต้องการที่จะให้เด็กมีความรับผิดชอบ ได้สำนึกผิด เงินที่เราขายโทรศัพท์ถือว่าเป็นการลบล้างในความผิดที่ทำในโรงเรียน ถือว่าคุ้ม อย่าได้คิดเยอะ ถือว่าลูกเราทำผิดกับกฎระเบียบโรงเรียน มันเหมือนกฎหมายทำผิดก็ต้องโดนปรับ อันนี้เราปรับด้วยการไม่ให้คืน ต้องการจะเอาคืนก็ในราคา 10,000 เรื่องของเรื่องให้เขาสำนึกผิดให้ได้ก่อน เรื่องราวมาจากที่บ้านไม่ได้มาที่จากโรงเรียน โรงเรียนเป็นเรื่องปลายเหตุแล้ว เอาโทรศัพท์มา ถ้าไม่เอามาจากบ้านก็ไม่มีอะไร จะให้จบง่าย ๆ ก็รับโทษไปให้เรียบร้อย จ่ายเสร็จก็ไม่มีอะไรแล้ว

นอกจากนี้มีอีกคลิปเสียงที่ผู้ปกครองของน้องบอย เจรจาไกล่เกลี่ยกับครูเพื่อขอโทรศัพท์คืน โดยครูถามโทรมาเรื่องอะไร ทางผู้ปกครองบอกว่า “เรื่องโทรศัพท์ขอให้ครูส่งคืนให้หน่อย จะไม่ให้น้องเด็กพกไปโรงเรียนอีกแล้ว” ครูถามกลับว่า “ส่งกลับเปล่า ๆ” ผู้ปกครองอธิบายว่า “ทำงานไม่ค่อยได้ ไม่มีเงินหาเช้ากินค่ำ เช่าบ้านเช้าที่ขายของ สงสารอยากให้ลูกได้เรียน อย่างว่าเด็กวัยรุ่นไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่เท่าไหร่”


จากนั้นครูบอกกับผู้ปกครองว่า “คนเป็นครูลำบากใจบาก ๆ ทุกคนนั้นก็อยากที่จะขอกันทั้งนั้น (หัวเราะ)” ผู้ปกครองบอก “โทรศัพท์ยังผ่อนอยู่เพิ่งซื้อเอง” ครูบอกว่า “เรื่องความเห็นใจผมเข้าใจอยู่แล้ว ผมอยากให้เด็กสำนึกผิดด้วย ที่จริงวันนั้นเขามาเอาโทรศัพท์แล้ว คุยกับมะแล้วว่าจะให้คืน มะก็คุยไม่สวยลีลาเยอะ เราเข้าใจอยู่แล้วในชีวิตเด็ก ๆ อยู่กับเด็กพอสมควร” สุดท้ายครูก็ไม่ยอมคืนโทรศัพท์


https://youtu.be/cSAxZ3Hu9ho



แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ