ข่าวโซเชียล

สาวแพ้กุ้งหนักเกือบถึงแก่ชีวิต หลังโรงแรมหรู ไม่ติดป้ายเมนู ถามย้ำแล้ว พนง.บอกเป็นสลัดผัก

โดย thichaphat_d

16 พ.ค. 2565

621 views

เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 3 เผยเรื่องราวของผู้ที่แจ้งมายังเพจเล่าเรื่องราวว่า ขออนุญาติเตือนเพื่อน ๆ ที่ชอบทานอาหารประเภทบุฟเฟต์ในโรงแรม เพราะคำนึงถึงความปลอดภัย การบริการดูแลที่ดี ซึ่งความเป็นจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น คุณอาจจะเจอกับป้ายชื่ออาหารที่จัดวางไม่ตรงตำแหน่งที่ควรเป็น วางสลับตำแหน่ง หรืออาจจะไม่วางเลยก็ได้ และเมื่อสอบถามกับพนักงาน ท่านอาจได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง จนเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายร้ายแรง อย่างเช่นเคสภรรยาของผม


โดยวันที่ 28 เมษายน 2565 เวลาประมาณ 18.10 น. ตนเองและภรรยา ได้ไปรับประทานอาหาร ประเภทบุฟเฟ่ต์ ที่ห้องอาหาร ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ โดยภรรยาได้ตักสลัดที่ไม่มีป้ายชื่อ หรือคำที่แสดงส่วนประกอบของอาหาร โดยเข้าใจว่าเป็นสลัดผักธรรมดา


เมื่อทานเข้าไปคำแรก แฟนรู้สึกถึงความผิดปกติเบื้องต้น จึงได้สอบถามพนักงานของห้องอาหารว่า ในสลัดที่ตักมามีส่วนผสมของกุ้งที่ตนเองแพ้หรือไม่ พนักงานตอบว่า “ไม่มีครับ เป็นสลัดผักกับผลไม้” ตนจึงได้พูดย้ำไปว่า ชัวร์นะครับ เพราะภรรยาเขาแพ้กุ้งรุนแรงมาก พนักงานได้ตอบกลับมาว่า “ไม่มีครับ”


ดังนั้นภรรยาของตน (ซึ่งขณะนั้นอาการยังไม่ชัด) จึงรู้สึกสบายใจและได้รับประทานอาหารดังกล่าวซ้ำอีกหนึ่งคำ ซึ่งครั้งนี้กัดโดนเนื้อกุ้ง จึงคายออกมาในทันที โดยคาดว่ามีกุ้งออกมาครึ่งนึง อีกครึ่งกลืนลงไปแล้ว ระหว่างนี้จึงแก้ไขโดยทานน้ำตามมาก ๆ แต่อาการเริ่มรุนแรงมากขึ้น หายใจเริ่มติดขัด ด้วยความตกใจจึงได้เรียกพนักงานคนเดิมมา แล้วชี้บอกว่าในสลัดนี้มีกุ้งอยู่ พนักงานคนเดิมเลยเข้าไปถามข้างในครัว แล้วเดินออกมาบอกว่า “มีกุ้งครับ”


หลังจากนั้นได้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง และได้ร้องขอให้ทางโรงแรม เรียกรถพยาบาล เพื่อส่งผู้ป่วยไปรักษาเร่งด่วน ระหว่างนั้นโรงแรมได้ขอบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์เผื่อไว้ ในขณะที่รถพยาบาลมาถึง แฟนขณะนั้นไม่ได้สติ มีอาการหายใจติดขัด ปากและตัวบวม มีผื่นขึ้นตามลำตัว ทางคุณหมอที่มากับรถพยาบาล จึงต้องขออณุญาติ ฉีด Adrenalin เป็นการเร่งด่วน และทำการปฐมพยาบาลในรถเป็นเวลานานพอสมควร คุณหมอบอกว่า เพื่อเป็นการป้องกันความดันโลหิตตก และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ก่อนที่รถจะสามารถออกจากโรงแรมได้


ตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล ตั้งแต่ห้องฉุกเฉินออกมาห้องธรรมดาจน Check out เป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่มีคนของโรงแรมมาที่โรงพยาบาลเลยแม้แต่ซักครั้งเดียว มีเพียงการทักไลน์มาถามความคืบหน้าตามมารยาทเท่านั้น ค่ารักษาทั้งหมดประกันสุขภาพของภรรยาตนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ความอดทนสิ้นสุดลงเมื่อทางประกันของโรงแรมไม่รับผิดชอบตามที่ควรจะเป็น โดยให้เหตุผลว่า


1. ไม่มีกฎหมายบังคับให้โรงแรมต้องติดป้ายอาหาร

2. เมื่อได้รับการสอบถาม พนักงานอยู่ระหว่างหาคำตอบ ทางลูกค้าได้ทานเพิ่มจนเกิดปัญหาเอง ซึ่งเป็นการโยนความผิดให้ลูกค้าอย่างน่าละอายที่สุด


สามีของหญิงคนดังกล่าว เผยว่า ในความเป็นจริงถ้าพนักงานเพียงบอกว่าไม่รู้ หรือไม่แน่ใจ เราคงไม่นิ่งนอนใจ และเรียกรถพยาบาลได้เร็วขึ้น สุดท้ายโรงแรมอ้างว่าบริเวณที่ลูกค้านั่งไม่มีกล้องวงจรปิด และพนักงานคนดังกล่าวได้ให้ออกแล้ว จึงไม่สามารถสืบสวนได้อีก


ทีมข่าวสอบถามไปยังสามีของหญิงคนดังกล่าว เผยว่า ในส่วนของทางโรงแรมไม่ได้แสดงหรือติดต่อโรงพยาบาลว่าจะเป็นเจ้าของไข้ให้ วันเกิดเหตุภายใน 24 ชม. ก็ไม่มีใครเข้ามา ต้องดูแลตัวเอและสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน ที่ตนติดใจคือรู้สึกว่า “โรงแรมค่อนข้างใจดำ ไม่มีน้ำใจ ทั้งที่ป่วยในสถานที่ของเขา ต้นเหตุก็คือเขา แต่ไม่มาดูแล”

ซึ่งปกติโรงแรมมีประกัน แล้วประกันของโรงแรมควรจะติดต่อลูกค้า ที่ป่วยอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรก ควรจะเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า ตนพยายามทวงถามไปตลอด ซึ่งเพิ่งได้เบอร์ของประกันนับไป 7 วัน หลังจากภรรยาออกจากโรงพยาบาล กลายเป็นว่าพอให้ประกันของภรรยาจ่ายค่ารักษาพยาบาล ประกันของโรงแรมไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้ ตนมีความรู้สึกไม่ยุติธรรม


ผลสรุปทางประกันของโรงแรมแจ้งว่าไม่จำเป็นต้องจ่าย เพราะลูกค้าประมาทเอง ส่วนที่โรมแรมไม่ได้ติดป้ายอาหาร ก็ไม่มีความผิด และในระหว่างที่พนักงานกำลังไปหาคำตอบว่าในสลัดมีกุ้งหรือไม่ ทางลูกค้ากินเข้าไปเอง ซึ่งข้อมูลไม่ตรงกัน

ตนจึงบอกไปว่า “ให้เรียกพนักงานคนนั้นมาคุยต่อหน้าเลย จะได้รู้ว่าความจริงคืออะไร” เขาก็ตอบว่า “พนักงานคนนี้ไม่ได้มาทำงานที่นี่แล้ว” พอตนถามหากล้องวงจรปิด เขาก็บอกว่า “ตรงที่ลูกค้านั่งไม่มีกล้องวงจรปิด” ตนพยายามหาความจริง แต่กลับไม่มีข้อมูล ตอนนี้ภรรยาอาการเริ่มดีขึ้น แต่ยังเหนื่อยง่ายกว่าปกติ เวียนศีรษะ ที่ตนออกมาพูดไม่อยากได้เงิน แต่อยากเตือนให้เป็นอุทาหรณ์

คุณอาจสนใจ