สังคม

ปราจีนบุรีวิกฤต! น้ำเสียกระทบชาวบ้านกว่า 300 หลังคาเรือนไม่มีน้ำใช้ กรมชลฯ สั่งปิดประตูระบายน้ำ

17 ต.ค. 2569

148 views

วิกฤตน้ำเสียกระทบประปาหมู่บ้าน ชาวบ้านกว่า 300 หลังคาเรือนเดือดร้อน น้ำขุ่นไม่กล้าใช้ พบหญิงวัย 25 ปี ผื่นคันทั่วตัว ขึ้นบินสำรวจพบคราบคล้ายน้ำมันใกล้แทงค์ประปาบ้านหาดสะแก

จากสถานการณ์แม่น้ำปราจีนบุรีหลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ยังคงน่าเป็นห่วง หลังพบคราบน้ำลักษณะคล้ายน้ำมันสีรุ้งบนผิวน้ำในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิและอำเภอเมืองปราจีนบุรี โดยมีรายงานว่าคราบน้ำกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่อำเภอบ้านสร้าง ขณะที่สภาพน้ำเริ่มมีสีคล้ำและกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ

จากการขึ้นบินสำรวจมุมสูง ยังพบคราบลักษณะคล้ายคราบน้ำมันบริเวณริมถนน ใกล้กับแทงค์ประปาของบ้านหาดสะแก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาที่มาและตรวจสอบว่าคราบดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์น้ำเสียในแม่น้ำปราจีนบุรีหรือไม่ ทั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคราบที่พบมีองค์ประกอบเป็นน้ำมันหรือสารเคมีชนิดใด

ก่อนหน้านี้ มีรายงานความเสียหายจากการเลี้ยงปลาในกระชังมากกว่า 200 กระชัง มูลค่าความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท ขณะที่ปัญหาน้ำเสียเริ่มส่งผลกระทบต่อระบบประปาหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลท่างาม อำเภอเมืองปราจีนบุรี ซึ่งต้องใช้น้ำดิบจากแม่น้ำปราจีนบุรีในการผลิตน้ำประปา เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนกว่า 300 หลังคาเรือน หรือประมาณ 1,000 คน

นางสาวณัฐิญา  อายุ 25 ปี ชาวบ้าน ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ใช้น้ำประปาหมู่บ้านตามปกติ แต่ในช่วงน้ำท่วมต้องหันมาใช้น้ำจากแม่น้ำเพื่ออาบน้ำ ต่อมาเมื่อน้ำเริ่มลดระดับและน้ำประปาหมู่บ้านกลับมาไหลอีกครั้ง จึงกลับมาใช้น้ำประปา แต่พบว่าสียังขุ่น ไม่ใสเหมือนปกติ

นอกจากนี้ ตนยังมีอาการผื่นคันตามผิวหนังอย่างหนัก โดยมีผื่นขึ้นบริเวณต้นแขน ขา และเกือบทั่วร่างกาย ก่อนที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่างามจะนำ น้ำจากการประปาส่วนภูมิภาคมาแจกจ่ายให้ประชาชนใช้ ซึ่งหลังจากนั้นอาการผื่นคันของตนลดลง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาการดังกล่าวมีสาเหตุจากการสัมผัสน้ำหรือไม่ และจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์

ขณะเดียวกัน ผู้ใช้น้ำประปาหมู่บ้านรายหนึ่งได้เปิดก๊อกน้ำให้ผู้สื่อข่าวดู พบว่าน้ำมีลักษณะขุ่นอย่างเห็นได้ชัด สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านเกี่ยวกับคุณภาพและความปลอดภัยของน้ำที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

ด้านผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้านเปิดเผยว่า ปัจจุบันระบบประปาต้องใช้น้ำดิบจากแม่น้ำปราจีนบุรีในการผลิต แต่เนื่องจากน้ำในแม่น้ำมีสภาพเน่าเสีย ประกอบกับสารส้มและคลอรีนที่ใช้ในกระบวนการผลิตได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก่อนหน้านี้ ทำให้การผลิตน้ำประปาประสบปัญหา

เบื้องต้นจึงแจ้งเตือนประชาชนให้งดใช้น้ำประปาหมู่บ้านเพื่อการอุปโภคบริโภคโดยเด็ดขาดในช่วงนี้ และให้ใช้เฉพาะล้างบ้านหรือทำความสะอาดไปก่อน จนกว่าจะมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำและยืนยันความปลอดภัย

ส่งผลให้ชาวบ้านต้องหาซื้อน้ำถังมาใช้ในครัวเรือน โดยมีราคาถังละประมาณ 10–20 บาท แต่ละครัวเรือนอาจต้องใช้ประมาณ 5–10 ถัง ขณะที่ประชาชนบางส่วนยังมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำถัง เนื่องจากไม่ทราบแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตอย่างชัดเจน

ด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่างาม เปิดเผยว่า ทาง อบต.ได้ประกาศเตือนประชาชนให้งดใช้น้ำที่มีสภาพเน่าเสีย ทั้งการบริโภคและการอาบน้ำเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและทำให้เกิดอาการผื่นคันตามผิวหนัง

พร้อมกันนี้ได้ประสานขอรับการสนับสนุนน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อนำมาแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้น และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำสารส้มและคลอรีนมาใช้ในกระบวนการผลิตน้ำประปาหมู่บ้านต่อไป

อย่างไรก็ตาม การนำสารส้มและคลอรีนมาใช้ต้องดำเนินการตามหลักวิชาการ และตรวจสอบคุณภาพน้ำหลังผ่านกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานก่อนนำกลับมาใช้อุปโภคบริโภค เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ระดับน้ำท่วมจะเริ่มลดลง แต่ผลกระทบยังคงต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาน้ำเสียที่กระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติและระบบประปาหมู่บ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชน ขณะนี้จึงจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำทั้งในแม่น้ำและระบบประปา รวมถึงตรวจสอบคราบต้องสงสัยที่พบจากการสำรวจมุมสูง เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน พร้อมจัดหาน้ำสะอาดที่ผ่านการตรวจสอบแล้วให้ประชาชนอย่างเพียงพอ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


https://youtu.be/0MrrdWpzde4

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ