สังคม
ทุกข์ระทม เสียงของชาว ‘บางคล้า’ รับไม่ไหวหากท่วมยืดเยื้ออีก 30 วัน สุดท้อใจ พ้อไม่เหลืออะไรแล้ว
2 ชั่วโมงที่แล้ว
14 views
ทุกข์ระทม! เสียงของชาว ‘บางคล้า’ รับไม่ไหวหากท่วมยืดเยื้ออีก 30 วัน พ้อตอนนี้แทบไม่เหลืออะไรแล้ว
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลปากน้ำ ซึ่งหลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมขังมานานกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่กระแสข่าวว่าประชาชนอาจต้องเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมต่อไปอีกถึง 30 วัน ทำให้ผู้ประสบภัยต่างวิตกกังวลว่าจะต้องแบกรับความยากลำบากไปอีกนานเพียงใด
นางสาวจินตนา ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า นำภาพจากกล้องวงจรปิดภายในซอยอนามัยเก่า ส่งให้ผู้สื่อข่าวเผยแพร่ หลังพบรถบรรทุกขนาดใหญ่สัญจรเข้าออกภายในซอยโดยไม่ลดความเร็ว ส่งผลให้เกิดคลื่นน้ำซัดทะลักผ่านแนวกระสอบทรายที่ชาวบ้านนำมากั้นน้ำไว้ ก่อนจะไหลเข้าปะทะสิ่งของภายในบ้านจนได้รับความเสียหายเพิ่มเติม นางสาวจินตนาจึงฝากขอความร่วมมือผู้ขับขี่รถบรรทุกขนาดใหญ่ หากไม่มีความจำเป็น ขอให้งดใช้เส้นทางภายในซอย แต่หากจำเป็นต้องเข้าออก ขอให้ใช้ความเร็วต่ำและเพิ่มความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้คลื่นน้ำสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนของประชาชนที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วมอยู่แล้ว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม เช่น การจำกัดรถขนาดใหญ่หรือจัดระบบการสัญจรในพื้นที่เสี่ยง
ขณะที่นายธนาธร ผู้ช่วยคนไข้โรงพยาบาลบางคล้า ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยน้ำท่วม เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา การใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ตำบลปากน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทรัพย์สินภายในบ้านหลายอย่างอาจถูกมองว่ามีมูลค่าไม่มาก แต่สำหรับเจ้าของบ้านแล้ว สิ่งของเหล่านั้นล้วนได้มาจากน้ำพักน้ำแรง เมื่อถูกน้ำท่วมเสียหายจึงเป็นความสูญเสียที่สร้างความทุกข์ใจไม่น้อย นอกจากความเสียหายภายในบ้านแล้ว การเดินทางไปทำงานก็เป็นอีกปัญหาสำคัญ แม้สถานที่ทำงานจะไม่ได้ถูกน้ำท่วม แต่เส้นทางสัญจรกลับถูกน้ำท่วมจนเดินทางลำบาก ขณะที่หลายคนยังต้องทำงานเพื่อหารายได้และรับผิดชอบภาระของครอบครัว จึงไม่สามารถหยุดงานได้ตามต้องการ
นายธนาธรกล่าวด้วยว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนต้องอยู่กับน้ำท่วมนานถึง 30 วันจริง ประชาชนคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งความเครียดและความเป็นอยู่ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งการเคลื่อนย้ายออกจากบ้านทำได้ยากเมื่อเส้นทางถูกน้ำท่วมและการช่วยเหลือยังมีข้อจำกัด
อีกหนึ่งปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องอาหารการกินและการขับถ่าย โดยเฉพาะพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ยากและประชาชนต้องอยู่กับน้ำเป็นเวลานาน การใช้ห้องน้ำกลายเป็นเรื่องลำบากอย่างมาก โดยเฉพาะผู้หญิงและผู้สูงอายุ ขณะที่น้ำท่วมขังเริ่มเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น และมีขยะตกค้าง ยิ่งเพิ่มความยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน
ขณะที่ในตำบลสาวชะโงก หมู่ 5 ก็ยังท่วมหนัก ชาวบ้านต้องอพยพออกจากบ้านเรือนตนเอง เพราะน้ำท่วมสูง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พร้อมนายปรีชา อายุ 75 ปี ซึ่งพาล่องเรือเข้าไปสำรวจความเสียหายภายในบ้านพักที่อยู่ลึกเข้าไปในซอย พบว่าระดับน้ำสูงประมาณ 1.50 เมตร บ้านเรือนทุกหลังถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ชาวบ้านต้องอพยพออกมาอยู่ด้านนอกทั้งหมด ระหว่างล่องเรือเข้าไปยังบ้านพัก พบคราบตะไคร่น้ำและแหนสีเขียว รวมถึงขยะจำนวนมากลอยปกคลุมผิวน้ำ ขณะที่น้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นและมีสภาพเน่าเสีย
สำหรับบ้านของนายปรีชา ข้าวของเครื่องใช้และทรัพย์สินที่ใช้ประกอบอาชีพ โดยเฉพาะอุปกรณ์ทำขนม เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงรถจักรยานยนต์ ถูกน้ำท่วมจมอยู่ภายในบ้านทั้งหมด ไม่สามารถขนย้ายสิ่งของออกมาได้ทัน เหลือเพียงเสื้อผ้าบางส่วนที่นำติดตัวออกมาได้ แต่ท่ามกลางความเสียหายทั้งหมด ยังมีสิ่งหนึ่งที่นายปรีชาพยายามรักษาไว้เหนือสิ่งอื่นใด คือ พานบรรจุอัฐิของนางภรภัทรลูกสาวที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม โดยนายปรีชารีบนำพานอัฐิขึ้นไปวางไว้บนเก้าอี้ในจุดที่สูงที่สุดภายในบ้าน ก่อนจะเก็บรูปถ่ายและตะเกียงของลูกสาวล่องถังผสมปูนนำออกมาไว้ด้านนอก
นายปรีชา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวตั้งใจจะนำอัฐิของลูกสาวไปลอยอังคาร แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ จนกระทั่งเกิดฝนตกหนักและน้ำหลากเข้าท่วมบ้านอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินได้ทัน ขณะนั้นตนเองกำลังช่วยเหลือบ้านหลังอื่น เมื่อกลับมาถึงบ้าน น้ำก็เข้าท่วมอย่างรวดเร็ว จึงรีบนำพานอัฐิของลูกสาวขึ้นไปไว้บนที่สูงเป็นอันดับแรก ก่อนเก็บรูปถ่ายและตะเกียงออกมาได้เพียงบางส่วน ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ ไม่สามารถนำออกมาได้ทัน นอกจากนี้ นายปรีชายังเล่าถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิตท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม โดยก่อนหน้านี้จะนำข้าวไปไหว้ลูกสาวทั้งช่วงเช้า กลางวัน และเย็น แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมหนัก จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเหลือเพียงวันละครั้งตามสถานการณ์ในขณะนี้
นายปรีชากล่าวด้วยความเศร้าว่า ขณะนี้แทบไม่เหลือทรัพย์สินอะไรแล้ว แม้แต่อุปกรณ์ทำมาหากินที่ใช้ประกอบอาชีพทำขนมก็ได้รับความเสียหายทั้งหมด ขณะที่การใช้ชีวิตประจำวันก็เต็มไปด้วยความลำบาก โดยเฉพาะการเข้าห้องน้ำและอาบน้ำ ที่ต้องไปที่วัดสาวชะโงก ห่างจากจุดที่ตนเองพักประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนกรณีที่มีการแจ้งว่าประชาชนในพื้นที่อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมต่อไปอีกประมาณ 30 วัน นายปรีชาระบุว่า คงต้องอดทนใช้ชีวิตกันต่อไป แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ทรมานและยากลำบาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรได้มากไปกว่านี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง น้ำท่วม ,ฉะเชิงเทรา ,บางคล้า