สังคม

เก๋งพุ่งชนศูนย์เด็กเล็ก เจ็บระนาว คนขับอ้างอาการป่วยกำเริบ-วูบ ก่อนตรวจเจอฉี่ม่วง

6 ชั่วโมงที่แล้ว

20 views

ชายขับเก๋งพุ่งชนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กเจ็บ 18 สุดช็อก ตรวจปัสสาวะนั่งคนขับและคนนั่งข้าง เจอฉี่ม่วง แถมปืนอีกกระบอก ชาวบ้านรุมสาปแช่ง

เมื่อวานนี้ (7 ส.ค.69) เวลาประมาณ 11.50 น. เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสองตอน บ้านหนองสองตอน ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี  ทำให้เด็กที่กำลังนอนกลางวันอยู่ภายในศูนย์ ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ มุมแรก เป็นกล้องภายในห้องเรียนของศูนย์เด็กเล็กฯ ภายในห้องเรียน นักเรียนส่วนใหญ่กำลังนอนกลางวันอยู่ฝั่งหนึ่งของห้อง  โดยมีคุณครูและเจ้าหน้าที่ของศูนย์ นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ในกล้องจะเห็นว่ามีเด็กบางคนที่ไม่นอน และเดินเล่นกันอยู่ตรงบริเวณริมกำแพงห้อง 2 คน  ไม่กี่วินาทีถัดมา กำแพงห้องตรงจุดที่เด็กทั้งสองยืนอยู่ พังทลายลงมาเพราะถูกรถพุ่งชน เศษอิฐเศษปูนพุ่งใส่นักเรียนทั้ง 2 คนตรงกำแพง รวมทั้งกระเด็นใส่นักเรียนตัวน้อยที่นอนอยู่ที่พื้นห้อง เด็กบางคนนอนอยู่ เจอแรงกระแทกจากเศษปูนจนตัวเคลื่อนออกจากจุดเดิม  ขณะที่ครูและเจ้าหน้าที่ต่างแตกตื่นตกใจและรีบวิ่งเข้าไปดึงตัวเด็กออกจากกองอิฐปูน และเร่งสำรวจร่างกายเด็กว่าใครบาดเจ็บตรงไหนบ้าง รวมทั้งเร่งแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่  

กล้องอีกมุมซึ่งเป็นกล้องด้านนอกศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จับภาพรถเก๋งคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงและแหกโค้งพุ่งตรงเข้ามาชนรั้วของศูนย์เด็กเล็กก่อนจะเหินมาชนกับกำแพงอาคารอย่างแรง ก่อนจะไปชนกับต้นกล้วยและหยุดนิ่ง

หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์  นำรถพยาบาลกว่า 10 คัน มาช่วยนำนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โดยมีนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 18 คน มีทั้งบาดเจ็บศีรษะแตก ปากแตก เป็นแผลฟกช้ำ ส่วนคนขับรถเก๋งและญาติที่นั่งมาด้วยกัน เป็นชาย 2 คน ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลเช่นกัน รวมผู้บาดเจ็บ 20 คน

ครูพี่เลี้ยงเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ เด็ก ๆ เพิ่งรับประทานอาหารกลางวันเสร็จและอยู่ในช่วงนอนกลางวัน โดยมีครูพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด  กระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน หลังเกิดเหตุ ครูพี่เลี้ยงรีบสำรวจอาการบาดเจ็บของเด็ก และพาออกจากจุดเกิดเหตุ พร้อมแจ้งขอความช่วยเหลือ โดยประสานแจ้งผู้ปกครองเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนเด็กที่ปลอดภัย ก็แจ้งผู้ปกครองให้มารับกลับบ้าน

ส่วนรถเก๋งคันเกิดเหตุ มีนายชัชวาลย์ อายุ 54 ปี เป็นคนขับ และหลานชาย ชื่อ นายภานุพงศ์ อายุ 20 ปี ส่วนหลานชายไม่ได้รับบาดเจ็บ  โดยนายชัชวาลย์คนขับ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ยังพอให้การได้ โดยอ้างว่า ขณะกำลังขับรถ โรคประจำตัวกำเริบ ทำให้เกิดอาการวูบ หน้ามืด จนเกิดอุบัติเหตุ

แต่มีรายงานว่า หลังเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง ถือกระเป๋าสะพายอยู่ในที่เกิดเหตุ  เจ้าหน้าที่สอบถามจึงทราบว่าเป็นแฟนสาวของคนขับ เมื่อขอตรวจกระเป๋า พบว่ามีปืน 1 กระบอก หญิงสาวให้การว่า หลังเกิดเหตุ แฟนโทรศัพท์ให้ตนมาหาตรงจุดเกิดเหตุ แล้วส่งกระเป๋าที่มีปืนให้ เพื่อให้ตนเก็บไว้ ซึ่งตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุและอาวุธปืน  ตำรวจจึงยึดปืนไว้ตรวจสอบ พร้อมกับเชิญแฟนสาวกับหลานชายของคนขับ ไปสอบปากคำ สภ.เมืองกาญจนบุรี

ต่อมา พลตำรวจตรีพัศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี  เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะคนขับรถเก๋งและหลานชายที่นั่งมาด้วยกัน พบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง มีสารเสพติดในร่างกายทั้ง 2 คน  โดยขณะนี้ คนขับยังรักษาตัวในโรงพยาบาล จึงต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อน แล้วจะสอบปากคำอย่างละเอียด

เบื้องต้นแจ้งข้อหานายชัชวาลย์ คนขับรถเก๋ง  ขับรถขณะมีสารเสพติดในร่างกาย ขับรถโดยประมาณเป็นเหตุใหผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย  ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ส่วนนายภานุพงศ์ หลานชาย ก็จะถูกแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด

ส่วนที่อ้างว่า คนขับมีอาการโรคประจำตัวกำเริบ ทำให้วูบและเกิดอุบัติเหตุนั้น จะให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียดว่ามีโรคประจำตัวจริงหรือไม่ แต่ในเมื่อตรวจพบสารเสพติดในร่างกายขณะขับรถ จนเกิดอุบัติเหตุ ก็ต้องดำเนินคดีอยู่แล้ว ไม่มีข้อยกเว้น

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข รายงานยอดผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นนักเรียน 18 คน  ยังต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังอาการ 2 คน  คนแรกอยู่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา  อีกคนอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน ส่วนที่เหลือ 16 คน รักษาบาดแผล ตรวจร่างกายและให้กลับบ้านได้แล้ว

ส่วนคนขับรถเก๋งยังต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล ส่วนหลานชายบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ต้องพักในโรงพยาบาล

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคุณส้ม อายุ 25 ปี  แม่ของน้องแก้มวัย 2 ขวบ ที่ถูกเศษปูนกำแพงหล่นทับศีรษะจนเป็นแผลแตก  ต้องนอนพักรักษาตัวเพื่อดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาล บอกว่า ตอนทราบข่าว ตกใจมาก รีบมาหาลูกที่ศูนย์เด็กเล็กฯ เห็นสภาพลูกได้รับบาดเจ็บก็ใจสลาย ยิ่งมาทราบว่า คนขับรถและคนนั่งมาในรถเก๋ง ปัสสาวะสีม่วง เสพยาเสพติดทั้งคู่ ก็ยิ่งโมโห อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะทำให้เด็ก ๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมกันนี้ก็อยากให้ อบต.แก่งเสี้ยน สร้างกำแพง ล้อมรอบศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้มิดชิดมากกว่านี้  เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันเหมือนเช่นในกรณีนี้ขึ้นอีก  

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่พอทราบข่าว ต่างก็รุมสาปแช่งคนขับรถเก๋ง ที่เสพยาและขับรถประมาทจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ และเกือบจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่


https://youtu.be/e9zEVPl_pkE


แท็กที่เกี่ยวข้อง  ศูนย์เด็กเล็ก ,รถชน ,ยาเสพติด

คุณอาจสนใจ

Related News