สังคม
สธ.แถลงข้อมูลทิพย์ใน ‘หมอพร้อม’ ไม่ตรงตามจริง เกิดจากคีย์ข้อมูล-สื่อสารคลาดเคลื่อน
1 ส.ค. 2569
69 views
สธ.แถลงเร่งตรวจสอบ ข้อมูลทิพย์ แอปหมอพร้อม ไม่ตรงความเป็นจริง พบต้นเหตุจากความผิดพลาดระดับบุคคลในการคีย์ข้อมูล และการสื่อสารคลาดเคลื่อนของ อสม. ในพื้นที่ ลุยสอบข้อร้องเรียนกว่า 13,000 กรณีทั่วประเทศภายใน 1 สัปดาห์
วานนี้ (31 ก.ค.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข, นพ.นนท์ จินดาเวช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และ นพ.พิทักษ์พงศ์ พายุหะ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีประชาชนพบข้อมูลสุขภาพในแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" และแอปพลิเคชันด้านสุขภาพอื่น ๆ ไม่ตรงกับความเป็นจริง
นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับข้อร้องเรียน กระทรวงฯ ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที โดยชี้แจงว่า แอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" ซึ่งพัฒนามานานกว่า 5 ปี ทำหน้าที่เป็นเพียงสื่อกลางในการแสดงผลข้อมูลสุขภาพที่ถูกบันทึกมาจากระบบของหน่วยบริการเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มได้รับแจ้งเหตุเมื่อประมาณ 5 วันที่ผ่านมา คณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วในบางจุด โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดปทุมธานี ซึ่งพบเป็นกรณีความคลาดเคลื่อนของการสื่อสารและการลงข้อมูล
โดยในกรณีจังหวัดร้อยเอ็ด นพ.พิทักษ์พงศ์ พายุหะ สสจ.ร้อยเอ็ด ระบุว่า จากกรณีร้องเรียนการรับบริการและรับยาจาก รพ.สต. ในพื้นที่ ตรวจสอบพบว่า รพ.สต. ดังกล่าวได้ถ่ายโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตั้งแต่ปี 2566 สาเหตุ ของข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เกิดจากประวัติการรักษาเดิมเมื่อปี 2562 เจ้าหน้าที่คีย์ข้อมูลผิดพลาดเนื่องจากผู้ป่วยมีชื่อเดียวกันและตัวอักษรแรกของนามสกุลตรงกัน จึงเข้าใจว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ถือเป็นความผิดพลาดเฉพาะบุคคล (Human Error) ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา ได้มีระบบยืนยันตัวตนผ่านบัตรประชาชน ทำให้ข้อผิดพลาดลดลงมาก ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ขอโทษผู้ได้รับผลกระทบและดำเนินการแก้ไขข้อมูลในระบบเรียบร้อยแล้ว
ส่วน กรณีจังหวัดปทุมธานี นพ.นนท์ จินดาเวช สสจ.ปทุมธานี ชี้แจงกรณีข่าวประชาชน พบประวัติไปรับบริการและรับยาจาก โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผลตรวจสอบพบว่า เหตุเกิดเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลมีโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้/ มะเร็งปากมดลูก และโครงการสาวไทยแก้มแดง โดยมอบหมายให้ อสม. ลงพื้นที่แนะนำและตรวจคัดกรอง ต่อมา อสม. ได้นำรายชื่อผู้รับบริการมาแจ้งบันทึกข้อมูลเข้าระบบเมื่อผลตรวจออกมาปกติ ระบบระบุว่าต้องมีการจ่ายยาเสริมธาตุเหล็ก แต่จากการตรวจสอบคลังยาพบว่า ยังไม่มีการจ่ายยาจริง และไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณจากกองทุนใดๆ สรุปว่าเกิดจากการแจ้งข้อมูลและสื่อสารคลาดเคลื่อนของ อสม. ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ติดต่อนัดหมายผู้ร้องเรียนเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลในแอปฯ หมอพร้อม รวมประมาณ 13,000 กรณี ซึ่งได้ประสานงานให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกแห่งเร่งตรวจสอบทุกกรณีแล้ว นอกจากนี้ สำหรับการแสดงผลผ่านแอปพลิเคชันอื่น เช่น แอปฯ "ทางรัฐ" ซึ่งไม่ได้ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลหมอพร้อมโดยตรง จะได้ประสานงานกับหน่วยงานผู้ดูแลต่อไป
สำหรับข้อสังเกตเรื่องแรงกดดันจากการประเมินตัวชี้วัด (KPI) ของบุคลากร นพ.โสภณ ระบุว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ไปดูแลเรื่องภาระงานและแนวปฏิบัติแล้ว แต่ต้องขอเวลาตรวจสอบรายละเอียดก่อน
จากปัญหาที่เกิดขึ้นกรณีข้อมูลไม่ตรงความเป็นจริงในแอปหมอพร้อม โดยข้อผิดพลาดส่วนใหญ่คาดว่ามาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ:1.การบันทึกข้อมูลผิดพลาดของบุคคล (Human Error) 2. แรงกดดันจากตัวชี้วัด (KPI) และ 3. ปัญหาเจตนาทุจริตเพื่อการเบิกจ่าย
อย่างไรก็ตาม ขอเวลาคณะทำงาน 1 สัปดาห์ในการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลและรายกรณี
ส่วนกรณีที่ภาคประชาชนหรือมูลนิธิต่าง ๆ จะเข้ามายื่นหนังสือให้ตรวจสอบวินัยบุคลากร ที่ลงข้อมูลผิดพลาด นพ.โสภณกล่าว่า ถ่านกระทรวงสาธารณสุข มีศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอยู่แล้วและพร้อมรับเรื่องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อตามขั้นตอน ส่วนจะมีการสอบวินัยเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรหรือไม่นั้นต้องรอผลการตรวจตรวจสอบในแต่ละกรณีก่อน
ในประเด็นความกังวลเรื่องผลกระทบต่อการรับบริการทางการแพทย์ในอนาคต หรือการเคลมประกันสุขภาพ ของประชาชนที่มีข้อมูลไม่ถูกต้อง เรื่องนี้ นพ.โสภณ กล่าวว่า เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลใหม่ ระบบจะมีขั้นตอนบันทึกประวัติและที่มาของการแก้ไขอย่างชัดเจน ดังนั้น เมื่อประวัติได้รับการแก้ไขถูกต้องแล้ว จะไม่มีผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลหรือการเคลมประกันในอนาคตอย่างแน่นอน
พร้อมกันนี้ นพ.โสภณ ได้ยืนยันปิดท้ายว่า ระบบฐานข้อมูล ไซเบอร์ของกระทรวงสาธารณสุขมีความปลอดภัยสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศ ไม่มีเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสุขภาพเฉพาะบุคคลอย่างเข้มงวดที่สุด
แท็กที่เกี่ยวข้อง