สังคม
สุดเศร้า เจ้าของเผาร่าง 'มอลลี่' ตร.สอบเข้มผู้ต้องสงสัย คนรักสัตว์ตั้งค่าหัวพุ่ง 8 หมื่น ล่าคนใจเหี้ยม
21 ก.พ. 2569
62 views
ความคืบหน้ากรณีสุนัขไซบีเรียนถูกคนใจเหี้ยมราดน้ำมันจุดไฟเผาเป็นแผลฉกรรจ์ที่หลังและก้น อาการน่าเป็นห่วง โดยได้รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทรินทร์ หลังจากที่ได้หลุดออกจากบ้านเมื่อคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 8 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา
และเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทราบเรื่อง ได้ให้ทางราชเลขานุการในพระองค์ประสานกับเจ้าของให้ส่งตัวเจ้ามอลลี่ไปรักษาต่อที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีกำหนดรับตัวไปเมื่อวานนี้ (20 ก.พ.)
ความคืบหน้าวานนี้ (20 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้ามอลลี่ได้เสียชีวิตแล้ว โดยนายสมชัย ชนะวรรโณ อายุ 52 ปี เปิดเผยว่า น้องได้จากไปแล้วเมื่อช่วง 6 โมงเช้า หลังจากที่ทนพิษบาดแผลมาหลายวัน และฮึดใจสู้เหมือนบอกว่ารอที่จะเจอตนก่อน ซึ่งตนและภรรยามาดูแลทุกวัน แต่สุดท้ายก็จากไปอย่างสงบ เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนติดเชื้อในกระแสเลือด อวัยวะภายในล้มเหลว
และนับเป็นพระมหากรุณาเป็นล้นพ้นที่ในหลวงทรงรับเจ้าบอลลี่ไปรักษาต่อที่กรุงเทพฯหลังจากทราบข่าวและติดตามมาตลอด
ต่อมาเวลา 13.30 น. นายสมชัย พร้อมกับภรรยาได้พาเจ้ามอลลี่ ไปทำพิธีเผาแล้วที่ฌาปณสถานวัดแหลมพ้อ ที่ต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา โดยมีผู้คนที่ทราบข่าวรวมทั้งคนที่ไปพบเจ้ามอลลี่ตอนที่นอนบาดเจ็บคนแรกมาร่วมพิธีเผาเพื่อส่งดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดี ท่ามกลางบรรยากาศที่หดหู่ใจ
โดยพิธีเผาเจ้ามอลลี่ก็ทำพิธีคล้ายกับพิธีฌาปนกิจทั่วไป และทุกคนที่ไปร่วมพิธีต่างร่วมกันไว้อาลัยให้กับเจ้ามอลลี่เป็นครั้งสุดท้าย
นายสมชัย เจ้าของเปิดเผยว่า ล่าสุดได้รับการประสานจากชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา ว่าได้เชิญผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนแล้วอย่างน้อย 2 คน แต่ว่ายังไม่ยอมรับสารภาพ และตำรวจรอรวบรวมพยานหลักฐานและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมก็น่าจะรู้ตัวแล้วว่าเป็นใคร แต่ตอนนี้ยังไม่อยากปรักปรำใครรอให้ชัดเจนอีกนิดนึง
ด้าน พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับ สภ.เมืองสงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องและบุคคลแวดล้อม มาให้ปากคำแล้ว 6 ปาก ส่วนตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกล้องวงจรปิด ทำให้ได้หลักฐานช่วงเวลาตี 1.30 น. สุนัขทั้ง 2 ตัว อยู่ในรัศมีกล้องวงจรปิดที่ได้มา จากนั้นเวลาตี 3.30 น. มีพลเมืองดีได้ยินเสียงสุนัขร้อง จึงออกมาดู และจุดนั้นห่างจากบ้านเจ้าของสุนัขประมาณ 350 เมตร เมื่อออกมาดูก็พบว่า เจ้ามอลลี่กำลังถูกไฟไหม้ตัว จึงช่วยดับ หลังจากนั้นก็ปล่อยมอลลี่ให้ออกไปจากบ้านหลังดังกล่าว จึงให้ตำรวจชุดสืบสวนบีบช่วงเวลาตรวจสอบกล้องวงจรปิดช่วงเวลาตี 1.30-3.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพื่อดูว่าเจ้ามอลลี่มาจากไหน ไปที่ไหน และไปอยู่ในจุดที่พบนอนได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร
นอกจากนี้ได้ข้อมูลจากชาวบ้านบริเวณดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ช่วงเช้าวันที่พบตัวมอลลี่ ก็ไปพบนอนบาดเจ็บอยู่ริมสระน้ำ แต่สุนัขอีกตัววิ่งไปกินน้ำที่สระน้ำดังกล่าว จึงเชื่อว่ากำลังตามหามอลลี่ สุนัขที่เป็นคู่หูกัน ตำรวจจึงนำข้อมูลเหล่านี้ มาประติดประต่อ เพื่อย้อนกลับไปก่อนเกิดเหตุว่า สุนัขมาจากไหน ไปอยู่จุดไหนบ้าง และถูกทำร้ายในจุดไหน
ส่วนผู้ต้องสงสัย 3 คน ตำรวจเชิญมาซักถามแล้ว แต่ยังไม่พบความพิรุธ และยังให้การเป็นประโยชน์ ให้ความร่วมมือกับตำรวจ ซึ่งตำรวจได้เก็บดีเอ็นเอ ผู้ต้องสงสัย เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหลักฐานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะ ร่องรอยขนสุนัข ตรวจเปรียบเทียบกับชิ้นเนื้อสุนัข ส่วนประเด็นของเหตุ อาจเกิดจากสุนัขไปทำความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการไล่กัดเป็ดไก่ เพราะห่างจากบ้านสุนัขเพียง 770 เมตร และมีการชดใช้ค่าเสียหายเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ตำรวจอยากให้มั่นใจ เพราะขณะนี้ ตำรวจลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเต็มที่ เพื่อหาข้อมูลเบาะแส ทั้งพยานบุคคล และนิติวิทยาศาสตร์ และข้อมูลการสืบสวนนำมาเชื่อมโยงกันก็จะได้ตัวผู้ก่อเหตุ
ทั้งนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘Thanan Awasaya’ ได้โพสต์ข้อความว่า “ใครที่แจ้งเบาะแสคนร้าย ทำร้ายมอลลี่ และนำไปสู่การจับคนร้าย ผมให้เงินรางวัล 50,000 บาทมอลลี่ต้องไม่ตายฟรีคนชั่วต้องได้รับกรรรม
ผู้สื่อข่าวได้ไปพบนาย ฐานันท์ เรืองฉิม อายุ 38 ปี ผู้โพสต์ ได้เล่าว่า ตอนนั้นตนเห็นข่าวแล้วทนไม่ได้ เพราะว่า การราดน้ำมันเลือดเผาสุนัขหรือเป็นการกระทำที่โหดร้าย จิตใจต่ำกว่าสุนัข ใครแจ้งเบาะแสได้มารับได้ที่ตน 50,000 บาท ซึ่งจะจ่ายจริงๆ ถ้ามีใครแจ้งเบาะแสจนสามารถจับคนร้ายได้
นอกจากนี้ เพจ ‘เดอะโฮปสงขลา’ ประกาศตั้งรางวัลจำนวน 30,000 บาท สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลหรือหลักฐานสำคัญ นำไปสู่การระบุตัวและดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทำร้าย “มอลลี่” โดยขณะนี้ภาคประชาชนและกลุ่มคนรักสัตว์ต่างช่วยกันติดตามข้อมูล หวังให้เจ้าหน้าที่สามารถเร่งคลี่คลายคดี และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว
ผู้ที่มีเบาะแสหรือหลักฐาน เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด พยานแวดล้อม หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในพื้นที่ตำบลพะวง สามารถติดต่อแจ้งข้อมูลผ่านทางเพจเดอะโฮปสงขลาได้โดยตรง
ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา ระบุว่า นายสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ มอ. ผู้ดูแลเปิดเผยรายละเอียดการรักษา "น้องมอลลี่" ที่ถูกส่งตัวมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา พบสภาพบาดแผลจากการถูกเผา มีความรุนแรงถึงระดับ 4-4.5 (จากเต็ม 5) ผิวหนังได้รับความเสียหายเกือบ 100% ทั่วร่างกาย จนเกิดภาวะเนื้อตายในวงกว้าง ส่งผลให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง และนำไปสู่การล้มเหลวของอวัยวะภายในหลายระบบ ทั้งภาวะไตวายที่ตรวจพบปริมาณปัสสาวะน้อยผิดปกติ และภาวะตับวายที่แสดงอาการผ่านภาวะตัวเหลืองคล้ายดีซ่าน
นอกจากนี้ ก่อนเสียชีวิต ยังพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันบริเวณขาหน้าและขาหลังขวา จนเนื้อเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เนื่องจากไม่มีเลือดไปเลี้ยง ซึ่งภาวะแทรกซ้อนสะสมทั้งหมดนี้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องไว้ได้
จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ได้สร้างความสะเทือนใจและกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยสังคมส่วนใหญ่ต่างร่วมกันประณามการกระทำที่ทารุณโหดร้ายครั้งนี้ พร้อมวอนขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนสอบสวนและติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
แท็กที่เกี่ยวข้อง มอลลี่ ,ไซบีเรียนฮัสกี้