สังคม
"แม่ภัทร" ใจสั่น เผยยังกลัว "ป้าแมว" เห็นที่ที่เคยอยู่แล้วรู้สึกแย่ - "ลูกชายป้าแมว" ไหว้ขอโทษในทุกๆ เรื่อง
3 ชั่วโมงที่แล้ว
36 views
วันนี้ (9 ต.ค.2569) แม่ภัทรพร้อมด้วยทีมงานสายไหมต้องรอด เดินทางกลับไปที่ศูนย์ โสธรชัยเนอร์สซิ่งโฮม พร้อมกับตำรวจเพื่อทำแผนชี้จุดแต่ละจุด เมื่อมาถึงคนแรกที่เข้าไปทักแม่ภัทร คือ แม่ครัว เดินเข้ามาแตะไหล่แม่ภัทร พร้อมบอกว่า ตอนอยู่ก็เป็นเพื่อนกันใช่ไหม แม่ภัทรก็พยักหน้า แม่ครัวพูดต่อว่าเราไม่มีอะไรกัน เพราะว่าอยู่ในครัวไม่ได้ออกมาคุยกัน
สื่อก็ถามว่าแล้วเคยคุยกันไหม แม่ครัวคนนี้ตอบว่าเคยซื้อขนมให้กิน สื่อถามว่าคิดถึงกันไหม แม่ครัวบอกคิดถึงจับไหล่ จับมือกัน พร้อมบอกว่า ไม่รู้มาก่อนเลยนะว่าเป็นเจ้าของบริษัทพันล้าน เพิ่งจะรู้ตอนเป็นข่าว
จากนั้นแม่ภัทรและทีมงานสายไหมต้องรอดเดินต่อเข้าไปเจอกับป้าแมว ที่เพิ่งเดินไปส่งตำรวจตรวจพื้นที่ แต่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกัน ส่วนแม่ภัทร บอกสั้นๆกับสื่อว่า ยังกลัวอยู่
จากนั้นตำรวจพาแม่ภัทรเดินไปทำชี้จุดแต่ละจุด โดยจุดที่สำคัญ คือ ห้องแรกที่ถูกพาตัวเข้าไปแม่ภัทรบอกว่ามาถึงถูกพามาที่ห้องนี้ พร้อมชี้ให้ตำรวจดูว่า ประตูห้องพักจะถูกล็อกจากด้านนอกทำให้เปิดออกเองไม่ได้
จากนั้นสาธิตท่านอนที่ถูกจับ บังคับให้นอนซึ่งถูกใช้เชือกมัดมือมัดขาไว้ ซึ่งห้องนี้คือห้องที่แม่ภัทรถูกจับแก้ผ้า ตำรวจถามว่าตอนที่ถูกคุมตัวขึ้นรถตุ้มา เขาพันธนาการเราด้วยอะไร แม่ภัทรบอกว่ากุญแจมือ และเมื่อมาถึงจึงเปลี่ยนเป็นผ้าคล้ายๆ เชือก แม่ภัทร บอกว่า ห้องนี่คือห้องที่เจอป้าแมวครั้งแรก และตนบอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้มันผิดกฎหมาย ก่อนที่ป้าแมวจะพูดว่า กูคือกฎหมาย
ระหว่างที่แม่ภัทรให้ข้อมูลกับตำรวจไปได้สักพัก ปรากฏป้าแมวเดินเข้ามายืนดูด้วย ทำให้ตำรวจเบรกการให้ข้อมูล หันไปถามแม่ภัทรว่าการที่คุณแมวมายืนฟังคุณแม่รู้สึกกลัวไหม ป้าแมวเสริมว่า โอเคไหม ถ้าจะอยู่ด้วย แม่ภัทรตอบว่าเห็นก็ใจสั่น
ตำรวจจึงหันมาบอกป้าแมวว่าขออนุญาตนะ คุณป้าเขาน่าจะกลัว ขอเจ้าหน้าที่ยังไม่เข้ามาดู ป้าแมวบอกว่า ได้ แต่ยังไงก็ตามนะคุณณภัทร ในฐานะที่เราเป็นแม่ด้วยกัน เรามีการคุยกันแก้ปัญหาที่โทรศัพท์ให้คุยโทรหาลูก พี่เป็นคนคุยกับลูกคุณว่าให้พาคุณไป คุณต้องพูดเรื่องจริง ตำรวจรีบเบรกว่าไม่เป็นไร ๆ จากนั้นป้าแมวก็เดินออกมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ศุนย์ที่เข้าไปสังเกตการณ์ด้วยกัน พอป้าแมวเดินออกไป แม่ภัทรให้ข้อมูลต่อ โดยที่มีเจ้าหน้าที่ของทีมสายไหมต้องรอด เปิดยาดมให้ดม เพราะว่ามีอาการหน้าซีด
หลังแม่ภัทรชี้จุดกับตำรวจเสร็จก็ออกมาให้สัมภาษณ์ ระบุว่า วันนี้พอเข้าไปชี้จุดแต่ละห้องที่เคยโดนขัง เข้าไปเห็นก็ร้องไห้ออกมาเลย มันรู้สึกแย่มาก ถามว่าแล้วเมื่อกี้ที่เจอป้าแมว รู้สึกอย่างไร แม่ภัทรบอกว่า ยืนใกล้เขา ใจสั่น มือเย็น กลัว เราพยายามลบภาพทั้งหมดออกไป แต่เราเพิ่งออกไปได้แค่ 2 เดือน พอกลับมาดูอีกทีมันไม่ไหว
แม่ภัทรฝากสื่อและตำรวจบอกว่าอย่างปล่อยให้เรื่องนี้เงียบ เพราะ ตอนนี้มันไม่ใช่ที่นี่ที่เดียวแล้ว ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เรากล้าพอออกมาพร้อมยืนยันว่าจะเอาผิดทุกคนที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด
แม่ภัทร เล่าเพิ่มเติม บอกว่าตนพาตำรวจเข้าไปดูห้องบอลลูนซึ่งเป็นห้องทึบ แอบอยู่ในสุด ตอนที่สื่อลงพื้นที่ หรือ ตำรวจลงพื้นที่ก็เข้าใจว่าทางเดินมันสุดแล้ว แต่จริงๆมันเลี้ยวเข้าไปจะเจอห้องทึบไม่มีหน้าต่าง เรียกว่า บอลลูน เป็น แดน 4 หรือ ตึก 4 แม่ภัทรบอกว่าตนเคยอยู่ห้องนี้ เวลามีใครมาตรวจเขาจะเอาแม่ไปขังในนั้น คงกลัวเราร้องให้ช่วย ขอยังไม่พูดมากนักเพราะกลัวมีผลต่อคดี
ระหว่างสัมภาษณ์ เจแปนเดินเข้ามาหาแม่ภัทร พร้อมยกมือไหว้ บอกว่า ขอโทษที่แม่ของตนเข้าไปหาขณะที่กำลังชี้จุดกับตำรวจ
แม่ภัทร ตอบเจแปนว่า ตนให้อภัย แต่ในเรื่องข้อกฎหมายก็ต้องว่ากันไปให้ถึงที่สุด พร้อมเล่าว่า ตอนที่ป้าแมวเข้ามาบอกให้พูดดีดีนะ ในมุมของเธอรู้สึกว่า นี่ข่มขู่เราไหม แค่เรามองเขาหัวใจเราก็เต้นตึกๆ เราเชื่อว่าหน้าเราซีดเลย จนเจ้าหน้าที่ถามว่าไหวไหม ซึ่งป้าแมวไม่ได้เดินเข้ามาคนเดียว แต่มากับอีก 2 คน ซึ่งแม่ภัทรบอกว่า ก็เป็นคนที่เคนตีเคยให้อดข้าว พอมายืน 3 คน มันก็มีความกลัวขึ้นมาเลย
จากนั้นสื่อถามแม่ภัทรต่อเรื่องการดำเนินคดี เจ้าตัวบอกว่า ตำรวจสืบไปถึงใคร พร้อมดำเนินคดีทุกคนถึงที่สุด นักข่าวถามว่า ลูกชาย ลูกสาวด้วยหรอ แม่ภัทรบอกว่าใช่ ส่วนเมื่อถามว่า ติดต่อคุยกับลูกและลูกสะใภ้หรือยัง แม่ภัทรบอกว่า ยังติดต่อลูกไม่ได้ ขอฝากบอกกุ้งฝอยให้คืนโรงงานให้แม่เถอะ ก่อนที่เรื่องมันจะไปมากกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าฝากอะไรถึงน้องชายกุ้งฝอยไหม แม่ภัทรบอกว่า จริงๆคุณไม่มีอำนาจบริหารในนั้น ถ้ายิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งลัดตัวพี่สาวคุณ ยอมรับความจริง เอาของแม่คืนมา การที่บอกในรายการว่า ไม่อยากได้อะไรแล้ว มันฟ้องตัวเองว่า คุณอยากได้ ที่ผ่านมาอยากได้ ส่วนตอนนี้ที่ไม่อยากได้ ก็เอาคืนมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่กราบกันในสตูโหนกระแสแบบนี้ซีรี่ย์แนวตั้งไหม แม่ภัทรตอบว่า ก็เสียใจซ้ำๆเรื่อยๆ ส่วนกับลูกสาวตอนนี้แม่ภัทรยังอยู่บ้านลูกสาว มองว่า บีมโดนหนักสังคมตัดสินเพราะเขาพูดติดขัด ยืนยัน แม่ไม่ได้ออกตัวให้ลูกแต่แม่ทุกข์ทรมานเฉียดตาย พอออกมาต้องค้นหาความจริง
ส่วนที่ถูกแฉเรื่องอื่นๆ ขุดมาต่อว่า แม่ภัทร บอกว่า ไม่กังวล เรารู้อยู่แล้วว่าการออกมาเปิดเผยตัวเองและเรื่องของตัวเอง จะเจอแรงกดดัน แต่มองว่า ก็ต้องไปเช็กคนที่มาขุดด้วย ที่บอกเรื่องคดีความ มีการแจ้งความหรือเปล่า หรือ มาพูดลอยๆ เป็นการขุดบ่อให้คุณเองตกลงไป เป็นการหมิ่นประมาทหรือเปล่า ที่บอกโดนโกง 2 แสน มีการไปแจ้งความหรือไม่ ไม่แจ้งความเหรอ
https://youtu.be/6-EhYbLATwc
แท็กที่เกี่ยวข้อง แม่ภัทร ,ป้าแมว ,ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ