สังคม

"ลูกชายป้าแมว" เปิดคลิปเสียง! ยันติดต่อให้ลูกชายมารับ "แม่ภัทร" แต่อีกฝ่ายอ้าง "ถ้าแม่ออกมาจะอันตราย"

3 ชั่วโมงที่แล้ว

34 views

ลูกชายเปิดคลิปยืนยันว่าติดต่อลูกชายให้ไปรับแม่ แต่กลับถูกลูกชายปฏิเสธ อ้างว่าแม่ออกมาจะอันตราย ยังไม่พร้อมไปรับขอหาที่อยู่ใหม่ให้ก่อน และยืนยันว่า ศบส.5 เข้ามาตรวจ ต้องเห็นเตียงกรง ลวดหนามหีบเพลง ในศูนย์ทั้งหมดแน่นอน เพราะคนไม่ได้เคลื่อนย้ายหรือเอาไปหลบซ่อน ลั่นหลังเกิดรื่องมีจนทมาบอกแม่ให้พูดไปในทิศทางเดียวกัน แล้วค่อยกลับมาเปิดใหม่



ฟังอีกมุมจากปากลูกชายป้าแมว เจ้าของโสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม จ.กาญจนบุรี มานั่งในรายการโหนกระแส โดยคุณเจแปน ลูกชายเจ้าของ เรียนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพมาจากประเทศนิวซีแลนด์ บอกว่าวันนี้แม่หรือป้าแมว ไม่ได้มาชี้แจงด้วยตนเอง เพราะแม่ป่วยเป็นมะเร็ง เบาหวาน และเกิดความเครียด


เจแปนชี้แจงในมุมศูนย์ว่า เตียงกรงที่เห็น แม่เป็นคนออกแบบเอง เพราะเคยเจอคนป่วยถูกมัดจนแขนบวม บางคนนอนไม่หลับก็กลัวจะลุกขึ้นออกมาเดินล้ม แม่จึงดีไซน์เตียงกรงขึ้ตนมาเอง ซึ่งตนเคยโต้เถียงกับแม่ว่าไม่ควรทำ


ยืนยันว่า จนท.ศบส.5 เข้ามาตรวจก็ต้องเห็น เพราะเข้าประตูมาด้านหน้าก็จะเห็นเลย เตียงมันใหญ่ ไม่รู้จะเอาหลบซ่อนไว้ตรงไหน ซึ่ง ศบส.5 เข้ามาตรวจล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย.68 ทุกอย่างในภาพที่ปรากฎก็ต้องเห็น ไม่ได้เคลื่อนย้ายใดๆ


เจแปนตั้งคำถามกลับว่า ศบส.5 คุณผิดพลาดกับผม ทำให้เราเกิดความผิดพลาดไปซวยกับคนป่วย อย่างเคสคุณภัทร ก็สมควรโดนปิดตามระเบียบ และตั้งคำถามว่าใครควรโดนลงโทษเรื่องนี้ ศบส.5 บอกว่าทำได้ ผมก็ติดว่าทำได้ แต่ผมก็เอ๊ะ อยู่ในใจแต่ทางกฎหมายบอกทำได้ และรับต่อใบอนุญาต มีการเข้าไปตรวจสอบ ทำให้ผมมั่นใจว่าแบบนี้มันทำได้


ช่วงหนึ่งในรายการ ป้าแมวโฟนอินเข้ามา แต่เธอบอกว่าไม่ขอตอบให้ลูกชายตอบ เผยว่า ศบส.5 ตรวจทุกปี ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน เค้าอาจไม่เห็นก็ได้


พี่หนุ่มพยายามจี้ถามมีใครหรือมีเจ้าหน้าที่ติดต่อเข้ามาคุยหลังเกิดเรื่องไหม จนเจแปนอึกอักตอบ จนพี่เอก และพี่หนุ่มจี้ถามเจแปน ตอบว่ามีครับ แต่ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่เขาคุยกัน แต่บอกว่าเดี๋ยวเราค่อยกลับมาเปิดใหม่


เจแปน เล่าว่าในช่วง 2 ปีครึ่ง ที่คุณภัทรอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้ ลูกชายเคยมาเยี่ยมแม่ในศูนย์เพียง 1 ครั้ง แต่บอกเจ้าหน้าที่ว่าไม่กล้าเจอหน้าแม่ ซึ่งตนเองเป็นคนโทรตามลูกชายให้มารับแม่ภัทรกลับบ้าน เพราะตนเองได้เปลี่ยนนโยบายศูนย์ใหม่ มีระบบเขียนจม. ซึ่งคุณภัทรได้เขียนร้องทุกข์ มา จึงไปเช็คข้อมูล ซึ่งทางเจแปนยอมรับว่าข้อมูลทางการแพทย์เก็บไม่ครบ จึงเร่งเรื่องให้คุณภัทรว่าต้องกลับไปพบหมอ และแจ้งให้ญาติมารับ โดยติดต่อลูกชายให้มารับช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. คุยกันประสานกัน 1 เดือนเพราะเบนซ์ ลูกชายขอเวลาหาที่ใหม่ก่อนโดยเจแปนยืนยันว่ามีหลักฐานบทสนทนาคุยกัน


จนสุดท้าย เจแปนยื่นคำขาดว่า ต้องทำตามคุณภัทร เพราะไม่มีใบรับรองแพทย์ ต้องให้สิทธิคุณภัทรในการตัดสินใจเอง และให้มารับแม่กลับบ้าน และเขาก็มารับ



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/DuQrue1A8Z8

คุณอาจสนใจ

Related News