สังคม

ตร.สอบสวนกลาง แถลงหลังจับ "สีกากอล์ฟ" 3 ข้อหา ลั่นเป็นบุคคลอันตรายต่อศาสนา

15 ก.ค. 2568

74 views

ตำรวจเผยมีหมายจับกอล์ฟ 2 หมาย เป็นคดีของอดีตเจ้าอาวาสวัดชูจิต กับคดีของทิดแหล่ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ขณะที่เส้นเงิน 3 ปี มีเงินจากพระไหลเข้าบัญชีสีกากอล์ฟกว่า 385 ล้าน บาท แต่เกือบทั้งหมดโอนไปยังบัญชีเว็บพนัน ตอนนี้เหลือติดบัญชีแค่ 8 พันบาท



พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า เริ่มสืบสวนคดีนี้ตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2568 ตามคำสั่งของ ผบ.ตร. ตั้งต้นจากมีคนกรรโชกทรัพย์ อดีตเจ้าคุณอาชว์ กระทั่งสืบสวนไปเจอ น.ส.วิลาวัลย์ พอนำตัวมาสอบสวนก็พบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระอีก 13 รูป ขณะนี้ลาสิกขาไปแล้ว 9 รูป ยืนยันจะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา



1 สัปดาห์ หลังได้รับข้อมูล นัดพบกับทิดอาชว์ แต่ทิดอาชว์ไม่มาตามนัด กลับไปลาสิกขาที่จังหวัดหนองคายแทน และพบว่าทั้งคู่มีความสัมพันธืกันช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 และฝ่ายหญิงอ้างว่ามีลูกด้วยกันขอค่าเลี้ยงดู เดือนละ 3 หมื่นบาท เป็นเวลา 20 ปี เป็นเงิน 7 ล้านกว่าบาท พอตรวจสอบเส้นทางการเงินเจอว่าเกี่ยวข้องกับอีกหลายวัด จึงเข้าไปตรวจค้นที่บ้านยึดโทรศัพท์มาตรวจสอบ จึงพบว่ามีพระเข้ามาเกี่ยวข้องกับสีกากอล์ฟคนนี้จำนวนมาก



เป็นที่น่าสังเกตว่าในโทรศัพท์มีภาพและข้อมูลที่เชื่อได้ว่าน่าจะกรรโชกทรัพย์พระหลายรูป และเป็นอันตรายต่อวงการสงฆ์ จึงรีบรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี เป็นเหตุให้พระสงฆ์หลายรูปที่รู้ตัวว่าทำผิดพลาดไป ยอมที่จะลาสิกขา



พลตำรวจตรี ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการ บก.ปปป. บอกว่า จุดสำคัญที่ทำให้เปิดจักรวาลสีกากอล์ฟได้ เพราะการขอหมายเข้าค้นบ้านเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา จนได้พยานหลักฐานมากมาย และสามารถแยกกลุ่มพระได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก มีการร่วมประเวณี และมีเส้นเงิน มี 9 รูป ยังไม่สึก 1 รูป กลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกที่ต้องลาสิกขาก่อน / กลุ่มที่ 2 มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว มี 3 รูป / กลุ่มที่ 3 ประพฤติตนที่ไม่สมควร อยู่ระหว่างการคัดกรอง



การสืบสวนขยายผลไล่ไปจนถึงอดีตเจ้าอาวาสวัดชูจิตฯ ที่ใช้เงินจากบัญชีวัด โอนไปให้สีกากอล์ฟ จึงสามารถขอศาลอาญาคดีทุจริตฯ ออกหมายจับได้



พันตำรวจเอก เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า ระหว่างที่ บก.ปปป. ตรวจสอบเรื่องของพระ วันที่ 13 กรกฎาคม 2568 ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร เข้ามาแจ้งความเอาผิดสีกากอล์ฟ ฐานฉ้อโกง โดยให้ข้อมูลว่า เจ้าคณะจังหวัดพิจิตรถูกร้องเรียนเรื่องมีความสัมพันธ์ เสพเมถุนกับสีกากอล์ฟตั้งแต่ปี 59 และมีเรื่องทุจริตเงินด้วย ทางผอ.พศ.พิจิตร ทำหนังสือตรวจสอบไปที่เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร แต่โดนเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรร้องเรียน จนต้องถูกย้ายไปจังหวัดอื่นแล้วเกษียณราชการไปเมื่อปี 2564 - แต่ ผอ.พศ.จังหวัดพิจิตรที่ดำรงตำแหน่งในปี 65 ก็สืบสวนเรื่องนี้ต่อจนได้คุยกับสีกากอล์ฟ แต่ยังไม่ได้พยานหลักฐาน



จนปี 66 สีกากอล์ฟ ติดต่อมาที่ผอ.พศ.จังหวัดพิจิตร ขอเงิน 4 แสนบาท เพราะต้องใช้เงินผ่าตัดรักษาอาการป่วย แต่ต่อรองกันว่าถ้าให้เงินจะส่งพยานหลักฐานเกี่ยวกับพระให้ ทาง ผอ.พศ.จังหวัดพิจิตร จึงตกลงโอนให้ไป 4 แสน แต่ก็ยังไม่ได้หลักฐานใดๆ



วันรุ่งขึ้นสีกากอล์ฟขออีก 5 หมื่น แต่ ผอ.พศ.จังหวัดพิจิตร ไม่ให้ ทำให้สีกากอล์ฟเงียบหายไป จากเรื่องนี้ ผอ.พศ.จังหวัดพิจิตรเข้าแจ้งความสีกากอล์ฟ ที่กองปราบปราม ฐานฉ้อโกง



วันที่ 13 กรกฎาคม 2568 เช่นกัน ทาง ทิดแหล่ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ก็มาแจ้งความเอาผิดสีกากอล์ฟเช่นกัน ฐานรีดเอาทรัพย์และทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ เพราะตอนที่คบหากัน สีกากอล์ฟขอเงิน 1 หมื่น 5 พันบาท อ้างว่าจะเอาเงินไปลงทุนนำเข้าเซรามิก หากไม่ให้จะแฉเรื่องที่มีความสัมพันธ์กัน ทิดแหล่จึงต้องจำใจโอนให้ 8 พันบาท ซึ่งตรงนี้ถือว่ามีความผิด จึงเสนอศาลอาญาออกหมายจับสีกากอล์ฟในคดีนี้ด้วย ซึ่งตำรวจจะไปอายัดตัวสีกากอล์ฟในคดีนี้ต่อ



ขณะที่ นาย สุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ชี้แจงว่า กรณีเส้นเงินของสีกากอล์ฟ ทาง ป.ป.ช. จะร่วมกับ ปปง. ตรวจสอบทุกวัดที่เข้ามาเชื่อมโยงกับสีกากอล์ฟ เพราะพระถือเป็นพนักงานของรัฐ และจะขยายผลตรวจสอบว่ามีใครที่มีทรัพย์สินร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ เช่น ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาแพง ต้องดูว่าเงินที่เอาไปซื้อมาจากไหน ใช่เงินวัดไหม- นาย กล่าวว่า ความผิดที่เกิดขึ้นกระทบต่อความมั่นคง เพราะศาสนาเป็นเสาหลักของประเทศ ดังนั้นหลังจากนี้จะหาแนวทางป้องกัน และหาทางแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เชื่อว่ายังมีพระที่เป็นเหยื่ออีกจำนวนนึง จึงอยากให้ออกมาให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งสามารถติดต่อมาได้ทุกช่องทางของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บัญขีสีกากอล์ฟมีเงินเข้า 385 ล้านบาท ออกไปจนเกือบหมด ตอนนี้เหลือเงินตคิดบัญชีแค่ 8,000 บาท เส้นทางเงินส่วนใหญ่ไปที่บัญชีเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างตรวจสอบ ขยายผล ในวันพุธ และพฤหัสนี้ จะประชุมร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดที่แต่ละหน่วยงานมี มาตรวจสอบกัน รวมถึงข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามาที่ "ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และส่งเสริมพระธรรมวินัย" ด้วย



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/yrtDKYj2c8c

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ