สังคม

หนังคนละม้วน! พี่สาวโต้ปมลักพาตัวน้องชาย ลั่นน้องสะใภ้กุเรื่อง หวังฮุบมรดก 100 ล้าน

โดย panwilai_c

9 ก.ค. 2567

108 views

ภรรยาร้องเพจสายไหมต้องรอด สามีที่ร่างกายไม่แข็งแรงถูกพี่สาวแท้ ๆ ลักพาตัวไปขังที่บ้านในจังหวัดสมุทรปราการ ปมขัดแย้งมรดก 100 ล้าน แถมไม่ยอมให้เจอกับครอบครัวนานเกือบ 2 สัปดาห์ ล่าสุดพี่สาวควงน้องชายออกมาโต้



นี่เป็นคลิปขณะที่นาง สุนีย์ ตันบุญเฮง และลูกชาย ไปตามหานาย วิศิษฏ์ ผู้เป็นสามีที่บ้านของพี่สาวในจังหวัดสมุทรปราการ แต่ญาติของพี่สาวสามี อ้างว่าเป็นคนดูแลบ้านกลับปิดประตูเหล็กใส่ จนเธอต้องเคาะประตูบอกว่า ให้เปิดเพื่อขอเจอสามี แต่คนดูแลกลับบอกว่า ไปคุยกับเจ้าของบ้านเอง เพราะเธอมีหน้าที่แค่เฝ้าบ้าน ก่อนจะเอาลวดมาผูกประตูเพื่อไม่ให้เปิดประตูได้ พอคุณ สุนีย์ ถามว่า สามีอยู่ไหน ขอเจอหน่อย คนดูแลบอกว่า เขานอน เธอจึงบอกให้ไปปลุก และบอกว่าจะไปแจ้งความ คนดูแลท้าให้ไปแจ้งความเลย



จากนั้นคุณสุนีย์ ก็โทรศัพท์แจ้งตำรวจทันทีที่หน้าบ้านเลย โดยบอกว่า คนในบ้านกักขังสามีไว้ ทั้งที่สามีป่วย ขอกำลังตำรวจมาด่วน ซึ่งตำรวจก็รับปากว่าจะมา ไปฟังเสียงบางช่วงบางตอน



นี่เป็น 1 ในหลักฐานที่นาง สุนีย์ นำมาร้องเรียนกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมเล่าชนวนเหตุที่สามีโดนลักพาตัวไปว่าน่าจะมาจากปมมรดก เนื่องจากครอบครัวฝั่งสามีมีพี่น้อง 8 คน เสียชีวิตไป 3 คน รวมถึงพี่สาวคนโตที่ดูแลมรดกที่ดินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แต่ก่อนตายได้แต่งตั้งสามีของเธอซึ่งเป็นน้องชายคนสุดท้องให้ดูแลที่ดินมรดกแทน



ทำให้พี่สาวคนรองที่ชื่อ "สาวิตรี" พยายามพูดจาหว่านล้อมให้สามีเธอ ยกมรดกส่วนของตัวเองให้กับตัวเอง และพูดทำให้ครอบครัวของเธอทะเลาะเบาะแวงกัน บางครั้งก็เข้ามาอาละวาดภายในบ้าน กล่าวหาว่าเธอไปทำร้ายจนเป็นเรื่องฟ้องร้องกัน แถมยังแจ้งความว่าสามีของเธอเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้จัดการมรดก เพราะมีอาการป่วยเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง ช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้



กระทั่ง 28 มิถุนายนที่ผ่านมา เธอไปขึ้นศาลคดีที่นางสาวิตรีฟ้องว่าเธอไปทำร้ายร่างกาย พอเธอกลับมาจากศาลพบว่าสามีหายตัวไป พอถามเพื่อนข้างบ้านถึงรู้ว่า พี่สาวของสามีจ้างรถแท็กซี่มาพาตัวสามีเธอไปจากบ้าน เธอจึงตามไปหาที่บ้านย่านสมุทรปราการ แต่ก็ไม่ได้พบ พอแจ้งความแต่ตำรวจก็บอกว่าเป็นเรื่องของครอบครัวให้ลองไปคุยกันก่อน



จน 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นวันที่สามีและพี่สาวต้องไปขึ้นศาลในคดีฟ้องร้องเรื่องมรดก แต่ก็ไม่มีใครไปที่ศาล เธอจึงมาตามที่บ้านพี่สาวของสามี และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามคลิป



เมื่อนักข่าวถามว่า นาง สาวิตรี ได้ทำพฤติกรรมแบบนี้กับพี่น้องคนอื่นด้วยหรือไม่ นางสุนีย์ บอกว่า นาง สาวิตรีเข้าไปทำพฤติกรรมแบบนี่กับพี่ชายอีกคน จนล้มป่วยเหมือนกัน แต่ลูกของพี่ชายคนนั้นโตกันหมดแล้วจึงเข้าไปยุ่งมากไม่ได้ ส่วนครอบครัวของเธอมีลูกที่ยังเล็ก เขาจึงเข้ามาวุ่นวายได้ง่ายกว่า



เมื่อเป็นข่าวไปตอนเที่ยง ทำให้นาง สาวิตรี ต้องพานาย วิศิษฐ์ น้องชายออกมาเปิดใจกับสื่อ ยืนยันว่า เรื่องที่ภรรยาน้องชายออกมาให้ข่าวไม่เป็นความจริง ส่วนสาเหตุที่ต้องพาน้องชายออกมาจากบ้านที่อยู่กับภรรยา เพราะเมื่อเดือนพฤษภาคม เธอไปเยี่ยมน้องชายที่บ้าน แต่พบว่าน้องชายป่วย และความเป็นอยู่ไม่ดี อาหารที่ให้กินก็เป็นโจ๊กที่ซื้อมาให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้



นอกจากนี้น้องชายยังถูกภรรยาและลูก 2 คน ทำร้ายร่างกาย เพราะเธอเคยเห็นบาดแผลคล้ายรอยเล็บบริเวณหลังของน้องชายด้วย จึงตัดสินใจพาน้องออกมาอยู่ด้วย เพื่อการดูแลที่ดีกว่า ให้น้องมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น

ส่วนวันที่น้องสะใภ้มาบ้าน ก็ไม่ได้ปิดประตูใส่ ไม่เคยผลักหัวน้องชายด้วย และเป็นเธอเองที่เคยถูกน้องสะใภ้และหลานทำร้ายร่างกาย โดยเน้นไปบริเวณต้นคอเพื่อหวังให้เธอเป็นอัมพาต



ส่วนปัญหาเรื่องมรดก 100 ล้านนั้น ยืนยันว่า เกิดจากภรรยาของน้องชายเพียงคนเดียวที่มีความคิดหวังฮุบสมบัติ ในบรรดา 5 พี่น้องที่ยังอยู่ไม่เคยมีใครพูดเรื่องมรดกเลย และไม่เคยบังคับให้เซ็นเอกสารอะไร



คุณ สาวิตรี ยังย้ำด้วยว่า มรดกทั้งหมดยังไม่ได้มีการจัดการหรือแบ่งให้ใคร เพราะเพิ่งได้หนังสือรับรองแต่งตั้งผู้จัดการมรดก โดยทายาททั้งหมดรวมถึงน้องชาย ได้เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน



ทีมข่าวจึงสอบถามคนกลางอย่างคุณ วิศิษฐ์ ยืนยันว่า ไม่ได้ถูกพี่สาวลักพาตัว แต่พี่สาวบอกว่า จะพาอยู่ด้วยและจะดูแลดีกว่าครอบครัว จึงยอมไป เมื่อนักข่าวถามย้ำว่ามีการทำร้ายร่างกายกันหรือไม่ นายวิศิษฐ์ ตอบเพียงว่ากึ่งๆ คล้ายว่าจะถูกกระชากแขน ซึ่งตอนที่ออกมาไม่ได้หยิบของใช้ส่วนตัวมา ทั้งมือถือ เงิน หรือยารักษาประจำตัว ทำให้บางครั้งอาการของโรคกำเริบบ้าง แต่ตอนนี้สุขภาพร่างกายดีกว่าเมื่อก่อน เพราะพี่สาวพาไปกายภาพบำบัด และเล่นโยคะ



สำหรับการดูแลของของภรรยาก็ถือว่าดี แต่อยู่กับพี่สาวดีกว่า ตอนนี้ขออยู่กับพี่สาวก่อนยังไม่พร้อมที่จะกลับไป พร้อมยืนยันไม่มีใครทำร้ายเขาทั้งนั้น อาจจะมีบ้างที่ลูกชายสูบบุหรี่แล้วพ่นควันใส่หน้า แต่เชื่อว่าไม่ได้ตั้งใจ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามว่าอยากให้ติดต่อภรรยาให้ไหม นาย วิศิษฐ์ กลับปฏิเสธบอก ยังไม่พร้อมคุย



ทีมข่าวพยายามสอบถามสาเหตุที่ภรรยาและพี่สาวทะเลาะกันมาจากเรื่องมรดกใช่ไหม นาย วิศิษฐ์ ยอมรับว่า ปัญหาเกิดจากมรดกของพี่สาวคนโตจริง ทั้งเขาและพี่น้องอีก 4 คน มีมรดกคนละส่วน ตั้งแต่เขาไปอยู่บ้านพี่สาว พี่สาวก็นำเอกสารบางอย่างมาให้เซ็น ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นเอกสารเกี่ยวข้องกับมรดก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อยากได้มรดกหรือไม่ นาย วิศิษฐ์ นิ่งเงียบและไม่ตอบคำถาม



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/imQhb1KaPPE

คุณอาจสนใจ

Related News