สังคม

'ทนายตั้ม' ซัดชุดทำคดี 'บิ๊กต่อ' อย่า 2 มาตรฐาน 2 บิ๊กผิดเหมือนกันแต่เล่นงานคนเดียว

โดย panwilai_c

23 เม.ย. 2567

281 views

ทนายตั้มตั้งโต๊ะแถลงข่าวอีกครั้งที่สำนักงานษิทรา ลอร์ เฟิร์ม ประกาศตัดขาดพี่น้อง "บิ๊กโจ๊ก" เปิดเส้นทางเงินเว็บพนัน BNK Master พบโยงทั้งบิ๊กโจ๊ก-บิ๊กต่อ จี้พนักงานสอบสวน อย่า 2 มาตรฐาน เร่งเอาผิดบิ๊กต่อด้วย


นาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเมื่อตอน 11 โมงที่ผ่านมา โดยบอกว่า ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเขาไม่ได้ทำเพื่อชาติ แต่เป็นการทำเพื่อพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. หรือ บิ๊กโจ๊ก เพราะสนิทสนมกันมานานหลายปี นับถือกันเหมือนพี่น้อง แต่การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่มีพี่น้อง ตัดขาดกันไปเลย เป็นการทำเพื่อชาติ ใครจะโกรธก็ต้องโกรธ ยืนยันจะดำเนินคดีทั้งสองฝ่ายให้ถึงที่สุด


ทนายตั้มยังแซะไปถึงผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ที่มักจะออกมาบอกเสมอเวลาเขาไปทวงถามความคืบหน้าคดีของบิ๊กต่อ ว่ายังอยู่ระหว่างตรวจสอบเลขบัญชี เพราะให้มาแต่เลขบัญชีไม่รู้ธนาคารไหน ทั้งที่เอาเรื่องนี้ไปถามลูกของตัวเอง ก็ได้คำตอบมาว่า อยากรู้ว่าบัญชีธนาคารอะไรก็แค่เปิดแอพธนาคารแล้วกรอกเลขบัญชี เพื่อโอนเงินสัก 1 บาทก็ได้ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าธนาคารอะไร และตำรวจมีอำนาจในการขอเส้นาทงการเงินอยู่แล้ว แค่ 7 วัน ก็ได้หมดแล้ว แต่จงใจไม่ทำเองหรือไม่


จากนั้นทนายตั้ม เปิดแผนผังเส้นทางการเงินเว็บพนัน BNK Master ที่มีความเชื่อมโยงไปถึง "พลตำรวจเอก" ทั้งสองคน โดยมีบัญชีหลักที่ทำหน้าที่โอนเงินเว็บพนัน คือ นางสาว พิมพ์วิไล โอนเงินเข้าบัญชีม้าที่ลูกน้องคนสนิทของตำรวจทั้ง 2 นาย ถือครองอยู่ เช่น ทุกเดือนนางสาว พิมพ์วิไลจะโอนเงิน 3 แสนบาทเข้าบัญชีของ "เบญจมิน" บัญชีม้าที่พันตำรวจโท คริษฐ์ ปริยะเกตุ ลูกน้องคนสนิทของบิ๊กโจ๊กถือครองอยู่ และเงินจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีแม่บิ๊กโจ๊กเดือนละ 5 หมื่นบาท น้องชายบิ๊กโจ๊กเดือนละ 5หมื่นบาท พบว่ามีการโอนค่ารักษาพยาบาลไปยังโรงพยาบาลย่านสามเสนอีกกว่า 4 ล้าน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก ซึ่งเป็นหลักฐานที่สามารถดำเนินคดีอาญากับ "บิ๊กโจ๊ก" ได้


ขณะที่บิ๊กต่อก็มีลูกน้องคนสนิท 2 คน ถือบัญชีม้าเหมือนกัน คือ ดาบยาว และรองฟาง ได้รับเงินโอนจากเว็บพนันเหมือนกันเดือนละล้าน และยังมีเส้นเงินไปถึงคนในครอบครัว ใช้เส้นจากบัญชีม้าไปผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดอีก 3 แห่ง


ทนายตั้มย้ำว่า เงินที่นำมาจ่ายล้วนมาจากบัญชีม้าบัญชีหนึ่งของ "ณัฐพงศ์" ที่มีเงินเข้าจากเว็บไซต์การพนันออนไลน์ จากการตรวจสอบพบว่าเฉพาะบัญชีนี้มีเงินเข้าเดือนละ 80 ล้านบาท ยอดรวมทั้งหมดมีมากกว่า 800 ล้านบาท ก่อนจะถูกโอนเป็นทอดๆ และเชื่อมโยงไปยังปลายทางคือบัญชีของเครือญาติและคนสนิทของ "บิ๊กต่อ" ซึ่งเส้นทางเงินก็มีรูปแบบคล้ายกับของ "บิ๊กโจ๊ก" แต่ทำไมคดีของบิ๊กต่อยังเงียบ ไม่มีความคืบหน้า


ส่วนตัวมองว่าเป็นการทำงาน 2 มาตรฐาน เพราะบิ๊กโจ๊กโดนออกจากราชการแล้ว แต่คดีบิ๊กต่อยังไม่มีแม้แต่การไปตรวจค้นหาหลักฐาน หรือเชิญตัวมาสอบปากคำ ทั้งที่เขาส่งหลักฐานไปให้หมดแล้ว เรียกว่าเอาเหยื่อไปป้อนอินทรีย์ถึงปาก แต่กลับไม่มีความคืบหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะไปค้นบ้าน ถ้าหลักฐานขนาดนี้ดำเนินคดีไม่ได้ก็ไปชิงหมาเกิด หรือที่ไม่กล้าทำคดีเป็นเพราะพี่ชายบิ๊กต่อ


ทนายตั้มยังพูดไปถึงพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บิ๊กเต่า ที่ทนายตั้มเคยไปยื่นเอกสารให้ก่อนหน้านี้ ซึ่งบิ๊กเต่าเคยรับปากว่าจะทำคดีอย่างจริงจัง ใหญ่แค่ไหนก็จับ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า อ้างแต่ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบบัญชี พอไปทวงถามก็เงียบหายทั้งกองบังคับการ แตกต่างจากตอนทำคดีบิ๊กโจ๊ก ที่ขึงขังจริงจัง พอเป็นคดีนายตัวเองกลับไม่ทำ ไม่เหมือนที่เคยให้คำมั่นสัญญา


พร้อมฝากถึงพลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรีให้ความเป็นธรรมกับคดีนี้ด้วย แต่ก็เชื่อว่านายกรัฐมนตรีก็ไม่น่าจะกล้าเข้ามายุ่ง


จากนั้นก็เดินทางไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับกรรมการผู้ทรงวุฒิตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ประกอบด้วย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นาย ชาติพงษ์ อดีตรองอธิบดีอัยการคดีพิเศษ และพลตำรวจเอก วินัย ทองสอง อดีตรอง ผบ.ตร. ที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้ง พร้อมนำแผนผังที่แถลงในวันนี้ไปมอบให้ด้วย ทนายตั้มบอกว่า หวังว่ากรรมการฯจะดำเนินการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะแต่ละคนเป็นถึงข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งคู่ หากทำเรื่องนี้โดยการช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ก็บอกได้เลยว่า "ชื่อเสีย"


พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมการชุดนี้ยังไม่ได้สรุปความเห็น แต่พลตำรวจเอก วินัย ออกมาให้ข้อมูลเรื่องการสอบสวนก่อนลักษณะที่ชี้มูลว่า "บิ๊กโจ๊ก" ผิดจริง เสมือนเป็นการโน้มน้าวสังคม ทำให้มีการขยายผล จนมีคำสั่งให้ "บิ๊กโจ๊ก" ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งที่การตรวจสอบยังไม่จบสิ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลก หาก 2 คดีมีการดำเนินการที่ต่างกัน ก็มองว่า 2 มาตรฐานและคณะกรรมการฯก็ไม่น่าเชื่อถือ


และพรุ่งนี้จะไปยื่นข้อมูลเพิ่มให้กับตำรวจ บก.ปปป.อีก ไม่ว่าจะเจอบิ๊กเต่าหรือไม่ ยืนยันจะเดินหน้าแฉเรื่องนี้ต่อ เพื่อให้ดำเนินคดีกับตำรวจที่ทำผิดด้วยมาตรฐานเดียวกัน



รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/1VtEAUXEKxw

คุณอาจสนใจ

Related News