สังคม
ผอ. #รรชื่อดังย่านปทุม ยัยเยียวยา นร.ม.6 ถูกเพื่อนปาดคอ ด้าน ตร.ชี้เป็นคดีอาญา
23 ธ.ค. 2562
3.2K views
จากกรณีโลกออนไลน์มีการเปิดเผยเรื่องราว นักเรียนชั้นมัธยมใช้ขวดที่ถูกทำให้แตกจนมีลักษณะแหลมคม ปาดคอเพื่อนนักเรียนด้วยกัน จนบาดเจ็บสาหัส ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งของ จ.ปทุมธานี ซึ่งหลังจากเกิดเหตุทางโรงเรียนพยายามปิดเรื่องนี้ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียล
ล่าสุด นักเรียนชาย ม.6 ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุใช้ขวดแก้วปาดคอเพื่อนกลางโรงอาหาร ได้ถูกนำตัวโดยฝากขังที่ศาลจังหวัดปทุมธานี หลังเมื่อคืนที่ผ่านมาถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองปทุมธานี
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ธันวาคม 2562 ที่โรงเรียนที่เกิดเหตุ จังหวัดปทุมธานี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับทางโรงเรียนแจงกรณี เด็กนักเรียน ม.6 ใช้แก้วกรีดคอเพื่อนภายในโรงอาหารของโรงเรียน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา
นายศราวุธ ฤทธิ์จอหอ ครูฝ่ายกิจการนักเรียน กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นวันสอบกลางภาค และเป็นช่วงของการพักกลางวันของเด็ก เวลาประมาณ 10.50 น. เกิดบริเวณโรงอาหาร
นอกจากนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า "ขณะเกิดเหตุได้เห็นเหตุชุลมุนของเด็ก ผมจึงเข้าไปห้ามเด็กที่ชุลมุน หลังจากที่เราห้ามเด็กพบว่ามีเด็กได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคอ จากนั้นประสานรถพยาบาลเพื่อไปส่งเด็กที่โรงพยาบาลปทุมธานี และได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการของโรงเรียนให้ท่านได้ทราบ ระหว่างนั้นได้แจ้งไปยังผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บให้เขาได้รับทราบเพื่อให้มาที่โรงพยาบาล ซึ่งทางผู้อำนวยการฯ ก็ได้ไปเฝ้าอยู่ก่อนแล้ว"
"ส่วนเด็กที่ทำร้ายร่างกายเพื่อน ได้ถูกนำตัวมาที่ห้องกิจการนักเรียน ฝ่ายปกครอง โดยทางโรงเรียนได้ประสานครูประจำชั้นให้เข้ามาพูดคุย เพราะว่าเป็นครูที่เด็กมีความไว้ใจ หลังจากเด็กที่ได้รับบาดเจ็บได้รักษาที่โรงพยาบาลแล้วจึงได้กลับมาที่โรงเรียน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกัน ซึ่งผู้ปกครองฝ่ายที่เกิดเหตุยินดีที่จะชดใช้ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการรักษา จากนั้นจะนำลูกไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการทางจิต เพื่อเด็กที่บาดเจ็บได้รับทราบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิต เขาก็ไม่ได้ติดใจเอาความเพื่อน ทั้งสองฝ่ายจึงยอมตกลงกันด้วยดีและได้แยกย้ายกันไป โดยฝ่ายผู้บาดเจ็บได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองปทุมธานี"
ดร.เอกพรต สมุทธานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่าทางโรงเรียนปิดข่าว โดยมีข้อความว่าทางโรงเรียนบังคับให้ผู้ปกครองไม่แจ้งความเพื่อปิดข่าว ซึ่งสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้โดยการตรวจสอบการลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองปทุมธานี เป็นปกติ โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2562 ส่วนตนได้ทำบันทึกเพื่อรายงานไปยังเขตพื้นที่ฯ แสดงให้เห็นว่าไม่มีการปิดข่าวแต่อย่างใด
ในส่วนของที่มีการสั่งให้เก็บภาพถ่ายและสั่งให้ลบภาพถ่ายในโทรศัพท์ ในส่วนของผมอยากจะถามย้อนกลับไปว่าท่านเป็นสื่อมวลชน ท่านเอาภาพเด็กลงสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ยังมีการเซ็นเซ็นต์เป็นหน้าปิดตา แต่เด็กนักเรียนของเราถ้าหากถ่ายภาพแล้วโพสภาพเลย ท่านคิดว่าปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับใคร ตนมีความจำเป็นจะต้องดูแลเด็ก ๆ จำนวน 3,200 คน
ซึ่งเหตุการณ์นี้ทางโรงเรียนได้สั่งให้เด็ก ๆ เก็บภาพไว้ก่อน ห้ามส่งขึ้นอินเตทอร์เน็ต แต่มีเด็กบางคนไม่เข้าใจว่าเราไม่ต้องการให้ภาพที่ไม่เหมาะสมขึ้นไปบนเว็บไซต์ต่าง ๆ
ทางโรงเรียนไม่ได้ปิดข่าวได้รายงานไปยังผู้ว่าการเขตสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และได้ทำบันทึกขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าผมไม่ได้ผิดข่าว
ส่วนที่ว่าจะดำเนินการกับผู้ที่โพสต์ ขณะนี้ยังไม่ทราบเลยว่าใครเป็นผู้โพสต์ ซึ่งทางโรงเรียนไม่ได้ติดใจว่าใครจะโพสต์ เราไม่ได้ปิดข่าว แต่เราต้องปกป้องสิทธิ์ของเด็กทั้งผู้กระทำ ผู้ถูกกระทำ และผู้ที่กำลังจะโพสต์เอง
ในส่วนของการศึกษาของเด็กผู้ก่อเหตุนั้นทางโรงเรียนไปได้ไล่ออกแต่อย่างใดแต่จะหาทางจัดการศึกษาให้เขาจนจบ โดยทางโรงเรียนสามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งอยู่ที่ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นผู้ป่วยมีอาการทางจิตว่ามีความพร้อมที่จะมาเรียนที่โรงเรียนหรือไม่ หากไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนทางโรงเรียนก็จะมีชุดการสอน มีคุณครูไปดูแลไปสอบเป็นระยะ สุดท้ายแล้วเด็กทั้งสองคนทางโรงเรียนจะไม่ทิ้งใคร
ดร.งามพิศ ลวากร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเราได้ดูข้อมูลจากรายงานที่ผู้อำนวยการฯได้รายงานขึ้นมา
โดยเรามีขั้นตอนของการดำเนินงานเป็นข้อเท็จจริงมาที่เขตพื้นที่การศึกษาฯ โดยเป็นเขตเฉพาะกิจของพื้นที่การศึกษาฯ สพฐ. เพื่อที่สื่อมวลชนจะได้ไม่นำเรื่องที่ได้จากแหล่งอื่นจากเพจนั้นเพจนี้ ถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่ง ที่เป็นวิธีการของเขตพื้นที่ได้ดำเนินการ เมื่อเกิดเหตุการณ์ณืขึ้นแล้วถือว่าเป็นบทเรียนให้กับพวกเราชาว สพฐ. เช่นกัน
นายชนะ สุมมาตย์ ผู้อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียน สพฐ. กล่าวว่า แนวทางในการดำเนินการแก้ไขที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตทั้งโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดสภานศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 30,000 กว่า โรงเรียน
ซึ่งเหตุความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นภายในโรงเรียนนั้น เกิดจากภัยคุกคามที่เกิดทางอารมณ์ โดยมอบภารกิจให้สถานศึกษา จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาระบบ EQ ให้กับเด็กนักเรียน ทั้งการพัฒนาจิต การปฏิบัติธรรม รวมถึงทำกิจกรรมที่เสริมสร้างลักษณะนิสัย ทั้งกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี กิจกรรมแนะแนว เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคีในกลุ่มเด็กนักเรียนของเรา นอกจากนี้เป็นการสร้างการร่วมมือระหว่างเครือข่ายผู้ปกครอง และประชาชนในพื้นที่
ด้านแม่ผู้ที่บาดเจ็บ ระบุว่าขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ให้คำปรึกษาในเรื่องของคดี ตอนนี้ยังยืนยันคำเดิมว่าจะเอาเรื่องเด็กคู่กรณีให้ถึงที่สุด และต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีผู้ก่อเหตุอีก 1 ข้อหา คือพยายามฆ่า แต่ไม่ขอก้าวล่วงการทำงานของตำรวจ หลังจากนี้ให้เป็นขั้นตอนของทางกฏหมาย และอยากให้ทางโรงเรียนจัดการกับปัญหานี้อย่างจริงจังไม่อยากให้เกิดปัญหานี้อีก
ขณะที่ผู้ก่อเหตุยอมรับผิดเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียหายต่อหน้าผู้ปกครองและญาติๆ ทั้งสองฝ่าย และยอมรับผิดทุกกรณี พร้อมจับมือโอบกอดและร่ำไห้ด้วยความเสียใจ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากสอบสวนแล้ว จึงได้แจ้งข้อหา“ทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธ” พร้อมนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป และเตรียมส่งตัวฝากขังศาลจังหวัดปทุมธานีภายในวันนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง