สังคม

“แหม่ม วิชุดา” แจ้งความมูลนิธิองค์กรทำดี หลังบริจาค 5 หมื่นช่วยน้ำท่วม รอฟังความจริงจากปาก “บุ๋ม ปนัดดา”

1 ชั่วโมงที่แล้ว

40 views

“แหม่ม วิชุดา” เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีมูลนิธิองค์กรทำดี หลังเคยบริจาค 5 หมื่นช่วยน้ำท่วม ลั่นรอฟังความจริงจากปาก “บุ๋ม ปนัดดา” ด้าน “ทนายกุ้ง” คาดอาจมีบุคคลในวงการบันเทิงเข้าแจ้งความอีก

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 5 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.วิชุดา พินดั้ม หรือ “แหม่ม วิชุดา” นักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นางอำนวยพร มณีวรรณ์ หรือ “ทนายกุ้ง” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดี ของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” หลังพบว่าตนเองเคยโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีดังกล่าว จำนวน 50,000 บาท โดยต้องการให้ตรวจสอบว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่

แหม่ม วิชุดา เปิดเผยว่า ตนเคยโอนเงินบริจาคให้กับองค์กรทำดี จำนวน 50,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2567 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวตนยังทำงานอยู่กับหนุ่ม กรรชัย ซึ่งจุดเริ่มต้นของการบริจาคเกิดจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จึงได้ติดต่อสอบถามเป็นการส่วนตัวว่าจะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีใดได้บ้าง ก่อนที่ หนุ่ม กรรชัย จะให้บัญชีขององค์กรทำดีมา จึงตัดสินใจโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว

ภายหลังจากโอนเงินไปแล้ว ตนได้สอบถามเรื่องการขอใบเสร็จเพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษี แต่ได้รับคำตอบจากบุ๋ม ปนัดดาว่า ยังไม่สามารถออกเอกสารให้ได้ เนื่องจากองค์กรทำดียังดำเนินการไม่ครบ 2 ปี ซึ่งในขณะนั้นตนไม่ได้สงสัยหรือตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพราะเข้าใจว่าเป็นเหตุผลตามที่ได้รับแจ้ง และเชื่อถือในตัวบุ๋ม ปนัดดา โดยไม่ได้ทราบมาก่อนว่าบัญชีที่โอนเงินเข้าไปนั้นเป็นบัญชีส่วนตัว

แหม่ม วิชุดา กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ยอมรับว่ายังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะรู้สึกอย่างไร เนื่องจากในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีข้อมูลใหม่ๆ ถูกเปิดเผยออกมาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ทำให้ยังมีหลายประเด็นที่ต้องการคำชี้แจง โดยส่วนตัวอยากรับฟังคำตอบจากปากของบุ๋ม ปนัดดาโดยตรง เพราะมองว่าทุกเรื่องควรมีคำอธิบายจากเจ้าตัว พร้อมยืนยันว่าตนยังรอฟังคำชี้แจง แม้จะต้องใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม

เมื่อถามว่าเหตุใดจึงเลือกบริจาคเงินให้กับองค์กรทำดี ทั้งที่มีมูลนิธิและองค์กรการกุศลอื่นๆ อีกหลายแห่ง แหม่ม วิชุดา กล่าวว่า เป็นเพราะความเชื่อมั่นในตัวบุ๋ม ปนัดดา เช่นเดียวกับประชาชนอีกหลายคนที่ให้ความไว้วางใจ โดยจนถึงขณะนี้ความเชื่อมั่นดังกล่าวก็ยังไม่ได้หมดไปทั้งหมด และยังคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจมีความผิดพลาดเพียงบางส่วน ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามข้อสงสัยที่ปรากฏออกมา

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ตนเคยบริจาคเงินให้กับมูลนิธิอื่นบ้าง เช่น มูลนิธิกระจกเงา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการช่วยเหลือสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขและแมว ส่วนกรณีขององค์กรทำดีนั้น แม้ขณะนี้จะมีประเด็นเกิดขึ้นและมีผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่ตนยังคงต้องการรอฟังคำชี้แจงจากบุ๋ม ปนัดดา และมองว่าเจ้าตัวยังมีสิทธิต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย

ด้านทนายกุ้ง กล่าวว่า การเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันดังกล่าวได้ไปร่วมงานวันเกิดของทนายเดชา และได้พบกับช่างเอ๋ ซึ่งอยู่ที่สำนักงานด้วย โดยช่างเอ๋เป็นผู้ให้ข้อมูลว่า แหม่ม วิชุดา รวมถึงเพื่อนนักแสดงอีกหลายคน เคยโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีดังกล่าวเช่นกัน

เมื่อได้รับข้อมูลจึงเริ่มตรวจสอบและเกิดข้อสงสัยว่า เงินที่ประชาชนและผู้บริจาคโอนเข้ามาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ เนื่องจากมีเหตุการณ์และข้อมูลหลายอย่างที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ประกอบกับมีพยานหลักฐานที่ได้รับจากช่างเอ๋ รวมถึงบุคคลอื่นๆ ซึ่งบางส่วนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นอาจต้องทำหน้าที่เป็นพยานในคดี

ทนายกุ้ง กล่าวอีกว่า จากข้อมูลที่ได้รับพบว่ามีความเคลื่อนไหวของเงินเข้าและออกในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะในช่วงปี 2567-2568 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จึงต้องการให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดว่า เงินบริจาคที่ได้รับเข้ามานั้นถูกนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง

ส่วนกรณีที่แหม่ม วิชุดา ยังคงมีความเชื่อมั่นในตัวบุ๋ม ปนัดดา แต่ตัดสินใจเดินทางมาแจ้งความนั้น ทนายกุ้ง ระบุว่า การแจ้งความเป็นการทำหน้าที่ของผู้เสียหาย เนื่องจากแหม่มเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยบริจาคเงิน จึงมีสิทธิที่จะเข้ามาตรวจสอบว่าเงินที่บริจาคไปถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยต้องการให้ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินของตนเองอย่างชัดเจนว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้ที่ใด

ทนายกุ้ง กล่าวด้วยว่า ในส่วนของพยานหลักฐาน ตำรวจมีข้อมูลอยู่ค่อนข้างมาก เนื่องจากเส้นทางการเงินสามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเงินที่โอนเข้าบัญชีของมูลนิธิ ซึ่งตามหลักการแล้วเงินที่เข้ามาควรเป็นเงินบริจาคจากประชาชน ไม่ควรนำไปปะปนกับเงินส่วนตัว ดังนั้น เงินทุกบาทที่เข้ามาในบัญชีจึงควรได้รับการตรวจสอบว่า ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้หรือไม่ แม้ผู้เสียหายบางรายจะยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยตัวก็ตาม

เมื่อถามถึงกรณีที่ยังมีผู้บริจาคอีกหลายคนที่อาจเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม ทนายกุ้ง กล่าวว่า จากการพูดคุยกับบุคคลในวงการบันเทิง คาดว่าน่าจะมีผู้ที่เดินทางมาแจ้งความเพิ่มเติมอีก แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใครบ้าง โดยอยากให้แต่ละคนตัดสินใจและออกมาให้ข้อมูลด้วยตนเอง เนื่องจากบางคนอาจติดภารกิจและไม่สามารถเดินทางมาพร้อมกันได้

ส่วนแนวทางการบริจาคเงินของแหม่ม วิชุดา หลังจากนี้ เป็นน้องที่ดีจะบริจาคอีกหรือไม่ เจ้าตัวระบุว่า อาจต้องขอพักการบริจาคไปสักระยะหนึ่ง


คุณอาจสนใจ

Related News