สังคม

ชาวปราจีนบุรีเดือด เผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง จี้ปิดโรงงานกากพิษ ทวงคำมั่น “วราวุธ” 10 วันยังไร้คำตอบ

1 ชั่วโมงที่แล้ว

12 views

ปราจีนบุรีเดือด! มวลชนกว่า 200 คน บุกทวงคำมั่น “วราวุธ” หลังรับปาก 7 วันปิดโรงงานกากอุตสาหกรรม เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งขยะพิษพ้นพื้นที่ ลั่นรองผู้ว่าฯ ฉลาด จัดงานกินปลาอำเภออีกอำเภอ ด้าน “จาตุรนต์” โผล่ให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ชาวบ้านจากหลายอำเภอในจังหวัดปราจีนบุรีกว่า 200 คน รวมตัวกันบริเวณหน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบกิจการฝังกลบกากอุตสาหกรรม เพื่อทวงถามความคืบหน้าจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หลังลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา และรับปากว่าจะเร่งตรวจสอบ พร้อมให้คำตอบเรื่องการปิดโรงงานภายใน 7 วัน แต่จนถึงขณะนี้ชาวบ้านยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

การรวมตัวครั้งนี้สืบเนื่องจากปัญหาน้ำปนเปื้อนคราบน้ำมันและสารมลพิษไหลลงสู่แหล่งน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านในช่วงเกิดอุทกภัยที่ผ่านมา จนเกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีคล้ายสายรุ้ง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “แม่น้ำ 7 สี” สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ชาวบ้านที่มาร่วมชุมนุมต่างถือป้ายข้อความเรียกร้องความเป็นธรรม พร้อมนำพริกและเกลือมาเผาเป็นสัญลักษณ์แสดงความไม่พอใจ เพื่อสาปแช่งให้ขยะพิษและโรงงานกากอุตสาหกรรมออกไปจากพื้นที่โดยเร็ว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้าได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย หลังชาวบ้านต้องการเข้าไปอ่านป้ายประกาศบริเวณด้านหน้าโรงงาน ซึ่งเป็นประกาศที่ทางราชการนำมาติดไว้ แต่ผู้ดูแลโรงงานแจ้งว่าเป็นเขตพื้นที่โรงงาน หากเข้าไปอาจเข้าข่ายบุกรุก ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อมีประชาชนทยอยเดินทางมารวมตัวกันเพิ่มมากขึ้น สถานการณ์จึงเริ่มสงบลง

ต่อมา นายสุเมธ ตัวแทนกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ได้พูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมชุมนุม เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะร่วมกันประกอบพิธีเผาพริกเผาเกลือ เพื่อสาปแช่งให้ขยะพิษและโรงงานขยะอุตสาหกรรมออกไปจากพื้นที่โดยเร็ว

ขณะเดียวกัน ในระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังประกอบพิธีเผาพริกเผาเกลือ ได้ปรากฏตัวของนายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ซึ่งเดินทางเข้ามาสอบถามและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มาร่วมชุมนุม

โดยนายจาตุรนต์ กล่าวว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เดินทางไปยังพื้นที่บ้านทาม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนผู้เลี้ยงปลากระชังที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

กระทั่งในช่วงบ่ายทราบว่ามีกลุ่มประชาชนรวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องบริเวณหน้าโรงงานขยะอุตสาหกรรม จึงเดินทางเข้ามารับฟังปัญหาของชาวบ้านด้วยตนเอง เพื่อนำข้อมูลและข้อร้องเรียนต่าง ๆ ไปผลักดันและสะท้อนปัญหาผ่านการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ด้านนางสาวศิริพร ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า วันนี้ประชาชนเดินทางมารอคำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตามที่เคยรับปากว่าจะให้คำตอบภายใน 7 วัน ว่าจะดำเนินการปิดโรงงานหรือไม่ แม้ปัจจุบันโรงงานจะถูกสั่งหยุดประกอบกิจการตามมาตรา 39 วรรคสอง เป็นเวลา 3 เดือน แต่ชาวบ้านยังไม่เห็นการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม แม้แต่ผ้าใบคลุมกองขยะก็ยังไม่สามารถปิดได้มิดชิด

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับน้ำสีดำที่ไหลกระจายเป็นวงกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ แต่ยังลุกลามไปถึงอำเภอศรีมโหสถ และมีความเสี่ยงที่จะไหลเข้าสู่อำเภอบ้านสร้าง ซึ่งประชาชนในพื้นที่ต่างหวั่นเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากมลพิษทางน้ำเพิ่มมากขึ้น

ส่วนกรณีการจัดกิจกรรมรับประทานปลาเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน นางสาวศิริพร กล่าวว่า พื้นที่อำเภอประจันตคามมีความแตกต่างจากพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ ศรีมโหสถ และบ้านสร้าง ซึ่งกำลังเผชิญปัญหามลพิษทางน้ำ จึงไม่ควรนำกิจกรรมดังกล่าวมาใช้สร้างความเชื่อมั่นโดยไม่มีผลตรวจยืนยันความปลอดภัยของสัตว์น้ำ

พร้อมย้ำว่า โรงงานที่เคยได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการก็สามารถถูกสั่งปิดได้เช่นกัน โดยเฉพาะโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นพื้นที่รับน้ำ หากเกิดน้ำท่วมซ้ำ ปัญหามลพิษก็อาจกลับมาเกิดขึ้นอีก จึงต้องการให้รัฐมนตรีสั่งปิดโรงงานอย่างถาวร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

ขณะที่ นายสุนทร กล่าวว่า การปิดโรงงานต้องดำเนินการตามหลักวิชาการ มีมาตรการควบคุมและจัดการปัญหามลพิษ รวมถึงต้องมีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้เรียบร้อย ไม่ใช่เพียงสั่งปิดแล้วปล่อยให้ปัญหาตกอยู่กับชาวบ้าน

โดยข้อเสนอของภาคประชาชนต้องการให้สั่งปิดโรงงานทั้ง 2 แห่งอย่างถาวร ตามมาตรา 39 วรรคสาม เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำ ซึ่งไม่เหมาะสมกับการประกอบกิจการประเภทดังกล่าว โดยเฉพาะในสถานการณ์สภาพภูมิอากาศแปรปรวนและมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมรุนแรงซ้ำอีกในอนาคต

พร้อมทวงถามคำมั่นของรัฐมนตรีที่เคยรับปากว่าจะให้คำตอบภายใน 7 วัน ว่าจะปิดโรงงานหรือมีแนวทางแก้ไขอย่างไร แต่จนถึงวันนี้ผ่านมากว่า 10 วันแล้ว กลับยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข

ท้ายที่สุด ภาคประชาชนเตรียมยื่นข้อเสนอตามมาตรา 9 เพื่อขอให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมาดูแลแก้ไขปัญหา เนื่องจากเห็นว่าปัญหามลพิษครั้งนี้มีความรุนแรงและกระทบประชาชนหลายพื้นที่ เกินกว่าที่หน่วยงานระดับภูมิภาคจะแก้ไขได้เพียงลำพัง

โดยต้องการให้เป็นคณะทำงานที่มีอำนาจตัดสินใจ ทั้งด้านงบประมาณ เครื่องมือเครื่องจักร และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขวิกฤตมลพิษและคืนความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาโรงงานกากอุตสาหกรรมและการจัดการขยะที่อยู่ในพื้นที่ โดยต้องการให้เร่งดำเนินการเพื่อคืนความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนโดยเร็ว


คุณอาจสนใจ

Related News