สังคม
คนขับรุ่นใหญ่เห็นด้วย เรียกตรวจสมรรถภาพร่างกาย ทบทวนสิทธิใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ
1 ชั่วโมงที่แล้ว
15 views
คนขับรุ่นใหญ่เห็นด้วย หากเรียกตรวจสมรรถภาพร่างกาย ทบทวนสิทธิใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
จากประเด็นข้อเสนอแนะของกลุ่มนักวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน ที่เสนอให้มีการทบทวนสิทธิ “ใบอนุญาตขับขี่แบบตลอดชีพ” โดยเสนอให้ผู้ขับขี่ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ต้องกลับมาตรวจสุขภาพและทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนย่านเอกมัย ซึ่งเป็นผู้ที่ยังขับขี่รถและถือใบขับขี่ตลอดชีพ พบว่าส่วนใหญ่เห็นพ้องกับแนวทางดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม แต่มีข้อเสนอแนะเรื่องการปรับเกณฑ์อายุให้เหมาะสม
ข้อเสนอการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ กำลังเป็นที่จับตาของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ได้รับสิทธิ์ใบขับขี่แบบเดิมที่ไม่ต้องต่ออายุและไม่ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพซ้ำ
ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายสัญชัย อายุ 68 ปี ผู้ถือใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลแบบตลอดชีพ เปิดเผยว่า เห็นด้วยหากกรมการขนส่งทางบกจะมีมาตรการเรียกตรวจสมรรถภาพ หรือปรับให้เป็นใบขับขี่แบบต่ออายุ เนื่องจากตามธรรมชาติของผู้สูงวัยเกิน 60 ปีขึ้นไป สายตา การได้ยิน และการตัดสินใจจะเริ่มถดถอย การตรวจประเมินก่อนจึงเป็นผลดีในการป้องกันอุบัติเหตุ พร้อมเสนอว่าหากอายุเกิน 80 ปีขึ้นไป ควรพิจารณายกเลิกการขับขี่และเปลี่ยนไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทน
ด้าน นายเชวง อายุ 63 ปี ผู้มีทั้งใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพและใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ แสดงความพร้อมที่จะปฏิบัติตามหากภาครัฐมีนโยบายเรียกคืนเพื่อเปลี่ยนเป็นแบบต่ออายุ โดยระบุว่า การตรวจสุขภาพและทดสอบปฏิกิริยาการตอบสนองไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมทาง เพราะอุบัติเหตุจำนวนมากที่ปรากฏในข่าว มีสาเหตุมาจากความไม่พร้อมทางสรีระของผู้ขับขี่เอง
ขณะที่มุมมองจากผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง สะท้อนไปในทิศทางเดียวกันว่า ประสบการณ์บนท้องถนนทำให้เห็นพฤติกรรมการตัดสินใจและการตอบสนองที่ช้าลงของผู้สูงอายุ ซึ่งมักเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่มีข้อสังเกตเรื่องเกณฑ์อายุเริ่มต้น โดยมองว่าเกณฑ์ 55 ปีอาจยังเร็วเกินไป เนื่องจากยังอยู่ในวัยทำงานที่ร่างกายส่วนใหญ่ยังสมบูรณ์ ควรเริ่มประเมินเข้มงวดที่กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป และหากอายุแตะ 70 ปี ตัวเขาเองก็ตั้งใจจะยุติการขับขี่ แล้วหันไปพึ่งพาบุตรหลานแทน
ทั้งนี้ ทีมข่าวยังได้เจาะลึกคำถามสำคัญว่า หากต้องกลับเข้าสู่กระบวนการต่อใบอนุญาตขับขี่ จะถือเป็นการสร้างภาระและทำให้ประชาชนเสียเวลาหรือไม่? จากเดิมที่ผู้ถือบัตรตลอดชีพไม่ต้องเดินทางไปติดต่อสำนักงานขนส่งอีกเลย
ซึ่งในประเด็นนี้ ผู้ขับขี่สูงอายุหลายรายต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการเสียเวลามากมายอย่างที่คิด และไม่มองว่าเป็นภาระจนเกินไป เพราะกระบวนการทดสอบใช้เวลาไม่นาน แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของตัวผู้ขับขี่เองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ
แท็กที่เกี่ยวข้อง ใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ