สังคม
เข้าช่วยหญิง 53 เลี้ยงแมวกว่า 80 ตัว ได้ค่าจ้างตัดหญ้าวันละ 300 บาท ไม่พอค่าอาหารแมว ซ้ำตกงาน
2 ชั่วโมงที่แล้ว
16 views
หน่วยงานเข้าช่วยเหลือหญิงวัย 53 ใจบุญเลี้ยงแมวกว่า 80 ตัว ได้ค่าจ้างตัดหญ้าวันละ 300 บาท ไม่พอค่าอาหารแมว แถมมาตกงาน
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เรไร น่าร๊ากกกก” ได้โพสต์ลงกลุ่มเฟซบุ๊ก “ทาสแมว Official” โดยมีใจความว่า “ขอเปิดรับบริจาคเคสนี้ด้วย ป้าข้างบ้านฐานะยากจน เลี้ยงแมว 80 ตัวอดบ้างได้กินบ้าง ผอมแห้งตายไปบ้างก็มีพิการก็มี อยู่ตัวคนเดียวสามีก็ไม่มี งานก็ทำบ้างไม่ได้ทำบ้าง เปิดขอรับบริจาคอาหารยากันยุงให้หน่อย แกน่าสงสารมาก” จนเกิดเป็นกระแสไวรัลมีคนสนใจและแชร์เรื่องราวดังกล่าวไปเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดวันนี้ (21 ต.ค. 69) ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าวแก่ผู้โพสต์ โดยได้พบกับนางสาวอุไร อายุ 53 ปี เจ้าของร้านโสภณผ้าใบ ผู้ที่โพสต์เรื่องราวขอความช่วยเหลือดังกล่าว นางสาวอุไรได้พาผู้สื่อข่าว พร้อมด้วยนายวัลลภ ศรีสุข กำนันตำบลคลอง 7 นายมนตรี เปรมปรี รองนายก อบต.คลอง 7 และกองสาธารณสุข อบต.คลอง 7 ไปที่บ้านหลังดังกล่าวที่เลี้ยงน้องแมวเอาไว้ 80 ตัว บริเวณบ้านมีเลขที่ใน ต.คลอง 7 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยบ้านหลังนั้นกล่าวปลูกเป็นเพิงพักเล็ก มีเพียงสังกะสีและไม้อัดกั้นเอาไว้เท่านั้นภายในบ้านมีที่นอนและมุ้งและบริเวณรอบบ้านมีกรงแมวจำนวนหลายกรง อาหารแมวที่ใส่จานเอาไว้จำนวนหนึ่งและแมวอยู่กันบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และกลิ่นอุจจาระและฉี่แมวเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว สภาพแมวมีลักษณะคล้ายมีอาการป่วย เนื่องจากพบว่ามีอาการตาแฉะ ไอ หายใจไม่สะดวก และขนร่วง
นางสาวอุไร กล่าวว่า มีป้ารายหนึ่งเป็นลูกค้าที่มาซื้อของเป็นประจำ โดยก่อนหน้านี้เคยบอกว่ามาซื้อยาทากันยุงให้แมว ทำให้ไม่ทราบว่าป้าเลี้ยงแมวอยู่ในสภาพความเป็นอยู่อย่างไร จนกระทั่งเมื่อวานที่ผ่านมา ได้เข้าไปดูสภาพความเป็นอยู่ของป้าด้วยตัวเอง และพบภาพที่น่าตกใจ เนื่องจากสภาพที่พักอาศัยไม่เหมาะสม อีกทั้งยังพบแมวจำนวนมาก โดยมีทั้งแมวป่วยและแมวพิการ จึงรู้สึกเป็นห่วงและตัดสินใจนำเรื่องราวมาโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มีจิตเมตตา โดยสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือในเบื้องต้น ได้แก่ อาหารแมว ยาทากันยุงสำหรับแมว รวมถึงการจัดหาสถานที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและเป็นสัดส่วน เพื่อให้ป้ามีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งในเรื่องที่พักอาศัยและการกินอยู่ พร้อมทั้งดูแลแมวที่เลี้ยงไว้ให้มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสมมากขึ้น
ด้านนางนุช อายุ 53 ปี ผู้เลี้ยงแมวกว่า 80 ตัว ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองรับจ้างตัดหญ้าเพื่อหาเลี้ยงชีพ ได้เงินวันละ 300 บาทซึ่งพอออกไปทำงานทุกครั้งจะพบแมวจรจัดจึงได้เก็บมาเลี้ยง เนื่องจากสงสารและต้องการช่วยเหลือ โดยแมวบางตัวที่เก็บมาได้คลอดลูกเพิ่ม ทำให้ปัจจุบันมีแมวที่ดูแลอยู่ประมาณ 80 ตัว ซึ่งทั้งหมดอาศัยอยู่รวมกันในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คือเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับแมว รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารและยารักษาโรค เนื่องจากแมวหลายตัวมีอาการเป็นหวัด มีน้ำมูก และบางตัวมีอาการลุกลามไปถึงดวงตา แต่ด้วยตนเองไม่มีเงินมากทำให้ไม่สามารถซื้อยารักษาแมวได้อย่างเพียงพอ บางครั้งต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่มียาให้ หรือขอยามาใช้รักษาแมวเป็นครั้งคราว เธอรับจ้างตัดหญ้าได้วันละประมาณ 300 บาท ก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการดูแลแมวจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม พยายามจัดหาอาหารให้แมวอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยการซื้ออาหารจากร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ด้วยวิธีลงบัญชีไว้ก่อน แล้วทยอยนำเงินมาชำระเมื่อได้รับค่าจ้าง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้ค้างชำระกับร้านอาหารสัตว์ประมาณ 20,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าอาหารแมวและยากันยุงที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ให้ โดยร้านค้าเข้าใจสถานการณ์และไม่ได้เร่งรัดทวงถาม พร้อมอนุญาตให้ทยอยชำระตามกำลังที่มี ซึ่งแต่ละเดือนจะนำเงินไปจ่ายประมาณ 2,000-3,000 บาท หรือตามจำนวนเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายจำเป็น และตอนนี้ก็ตกงานนานถึง 2 เดือน แล้วส่งผลให้การหารายได้เพื่อดูแลแมวและชำระหนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น ต้องการขอความช่วยเหลือในเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับแมว ค่าอาหาร และยารักษาโรค เพื่อให้สามารถดูแลแมวที่เก็บมาจากข้างถนนได้อย่างเหมาะสม และบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
ทางด้านกำนันตำบลคลอง 7 เปิดเผยว่า เพิ่งทราบเรื่องหญิงสูงวัยเลี้ยงแมวจำนวนประมาณ 80 ตัวภายในบ้านพักเมื่อช่วงเช้า หลังได้รับโทรศัพท์แจ้งจากนายอำเภอคลองหลวงและทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ภายหลังทราบเรื่อง ได้ประสานไปยังนายอำเภอคลองหลวงและหน่วยงานปศุสัตว์ พร้อมเตรียมแจ้งผู้นำชุมชนในพื้นที่ให้ร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือเบื้องต้น โดยเฉพาะการจัดหาอาหารสำหรับแมว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน ส่วนแนวทางช่วยเหลือในระยะยาว ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาสถานที่รองรับ เพื่อพิจารณาย้ายหญิงสูงวัยพร้อมแมวไปอยู่ในพื้นที่คลอง 5 ซึ่งมีการพูดถึงพื้นที่ขนาดประมาณ 2 งาน อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอดูรายละเอียดของพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงความพร้อมของสถานที่และความสมัครใจของหญิงสูงวัยก่อนดำเนินการต่อไป
ส่วนรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลอง 7 เปิดเผยว่า ได้รับการประสานงานจากทางอำเภอคลองหลวงให้เข้าตรวจสอบและหาแนวทางช่วยเหลือหญิงสูงวัยรายหนึ่ง จึงได้หารือร่วมกับหัวหน้าสาธารณสุข เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ จากการลงพื้นที่พบว่า สภาพบ้านและความเป็นอยู่มีความน่าเป็นห่วง ขาดความพร้อมในหลายด้าน ทั้งเรื่องอาหารและการดูแลที่ยังไม่เหมาะสม อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านโรคติดต่อ เบื้องต้น ได้ประสานให้ทางสาธารณสุขทำงานร่วมกับปศุสัตว์อำเภอ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น พร้อมดำเนินการช่วยเหลือตามความเหมาะสมต่อไป
ในขณะที่ปัญหาการเลี้ยงแมวในพื้นที่ ซึ่งพบว่าแมวมีความเป็นอยู่อย่างแออัดภายในกรง อีกทั้งยังมีแมวบางส่วนหลุดออกไปสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ขณะเดียวกันพบแมวหลายตัวมีอาการเจ็บป่วย เช่น ตาแฉะ ตาบอด ขนร่วง และมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคติดต่อ เนื่องจากสถานที่เลี้ยงมีพื้นที่คับแคบ เบื้องต้นจะประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขขององค์การบริหารส่วนตำบลคลอง 7 ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอ ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาและวางแผนหาแนวทางรักษาแมวที่มีอาการป่วยอย่างถูกต้องตามหลักสัตวแพทย์ โดยหลีกเลี่ยงการนำยาสำหรับคนมาใช้รักษาสัตว์โดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ส่วนกรณีสถานที่ที่มีผู้แสดงความประสงค์บริจาคนั้น จะต้องดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดและข้อเท็จจริงตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของแมวและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
แท็กที่เกี่ยวข้อง ปทุมธานี ,เลี้ยงแมว ,ค่าอาหารแมว