สังคม
เปิดใจ “ปอ ตนุภัทร” ยันรัก “น้องพายุ” เหมือนลูกหลาน เผยลูกชายขอยืนตำแหน่งเดิม แนะจัดแข่งใหม่
3 ชั่วโมงที่แล้ว
629 views
เปิดใจ “ปอ ตนุภัทร” ดีใจที่ได้ออกมาทำหน้าที่ของพ่อ ยกมือไหว้ขอโทษ “น็อต-ชมพู่” และแฟนคลับ ยันรัก “น้องพายุ” เหมือนลูกหลาน พร้อมเรียกร้องให้ทีมช่างและทีมผู้จัดฯ รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น ชม “น้องพายุ” มีทักษะทางเทคนิกที่ดีมาก มั่นใจเด็กกลุ่มนี้จะเป็นหัวแถวของนักแข่งรถในรุ่นต่อไป โอดตนทำอะไรก็ผิดตำหนิของตัวเองทำให้ “น้องแมคลาเรน” โดนด้วย เผยลูกชายขอยืนตำแหน่งเดิม แนะจัดแข่งใหม่
ทีมข่าวได้คุยกับคุณปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ พ่อของน้องแมคลาเรน โดยเปิดเผยหลังจากที่ทาง ร.ย.ส.ท. แถลงข่าวว่า โดยบอกว่าขอบคุณท่านนายกฯ ร.ย.ส.ท. และคณะกรรมการ รวมถึง ทีมงาน เราน้อมรับคำตัดสินที่ให้ความเป็นธรรม ให้ความยุติธรรม โดยขอแบ่ง ออกมาเป็น 2 มุม มุมที่ 1 เราคิดว่าการแข่งขันต้องอยู่ภายใต้ความเสมอภาค ยุติธรรม กับทุกคู่แข่งขัน หรือทุกครอบครัว และนักแข่งท่านอื่นๆ อันนี้สิ่งที่เราเห็นความ ไม่เท่าเทียม
ส่วนอันที่ 2 ตนออกมาทำหน้าที่ของพ่อ ซึ่งลูกเข้ามาเข้าร่วมการแข่งขัน ก็ต้องการให้ลูกได้อยู่ในกติกาเดียวกัน แต่หลังจากผลตัดสินออกมา ความรู้สึกของตนที่มีต่อน้องพายุ ตนยังพูดกับทีมแข่ง และทีมช่างว่า น้องพายุขับรถได้เก่งมาก แล้วก็ใช้ไลน์ทดี บวกกับการเทคนิคการขับ หลาย ๆ ครั้งที่เห็นเทคนิคของพายุ ยอมรับว่าหลายครั้งขับได้ดีกว่าลูกชายตนด้วยซ้ำ เขาเปิดไลน์แล้วเสียบ
ตนเห็นเด็กในกลุ่ม 2-3 คน เชื่อมั่นว่า เขาจะเป็นนักแข่งเจเนอเรชั่นหน้าของประเทศไทย ที่จะเป็นหัวแถวแน่นอน ตนก็รักน้องพายุเหมือนลูกหลาน คนในวงการมอเตอร์สปอร์ต มองว่า นี่คือลูกหลานเจเนอเรชั่นต่อไป
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากถึงครอบครัวของน้องพายุ ต้องบอกว่า ถ้าการที่ตนสอบถามเรื่องของกฎกติกา ทำให้เกิดความเสียใจของครอบครัว คุณพ่อแม่ คือ พี่น็อต พี่ชมพู่ รวมถึง FC ทุกท่าน ตนต้องกราบขออภัย ที่ทำให้ความเสียใจในวันนั้นเกิดขึ้น ก่อนที่คุณปอจะยกมือขอโทษ
และกล่าวต่อว่า แต่หากมองย้อนกลับมา ตนก็คิดถึงความยุติธรรมที่ถูกต้อง ความเท่าเทียม แล้วก็คิดถึงครอบครัวนักแข่งท่านอื่น ๆ ซึ่งวันนั้นจริง ๆ มี 1 ครอบครัวขึ้นไปทำการประท้วง แต่ไม่เป็นผล เขาเลยกลับมาเล่าให้ฟัง ตนก็เลยขอ ดูหน่อยว่ามันจริงไหมเพราะไม่เชื่อ แต่พอเห็นปั๊บ ก็เลยขึ้นไปถามผู้จัดว่า มันใช้ได้หรือ
เมื่อถามว่ามันกระทบจิตใจเด็กที่กำลังรอขึ้นโพเดี้ยม ลูกตนก็รอขึ้นโพเดี้ยม แต่ก็มีเด็กอีกเกือบ 20 รวมถึงคนที่ top 5 ได้ขึ้นโพเดี้ยมอีก ทุกคนได้รับรางวัลหมด แต่รางวัลวันนั้นถูกหยุดไว้ก่อน มันกระทบจิตใจมาก เราก็อยากให้ลูกเราได้ขึ้นรับตำแหน่งที่ 2 ในวันนั้น เราพอใจ
ทั้งนี้คุณปอ ขอเรียกร้องให้ทีมช่าง และทีมผู้จัดรับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้ อย่างน้องพายุหรือ เด็กที่แข่งในรุ่น 8-9 ขวบ จะไม่มีทางเดินไปหยิบชิ้นส่วนอะไหล่ เลือกเครื่อง แล้วเอามาวิ่งด้วยตัวเอง น้องไม่เกี่ยว น้องไม่รู้เรื่อง น้องมีหน้าที่อย่างเดียวคือ ขับ / ร่วมถึงพ่อแม่ ตนก็เชื่อมั่น 100% ว่าพี่น็อต กับพี่ชมพู่ รวมถึงครอบครัวไม่มีทางรู้
แต่สิ่งที่มันทำให้ปัญหานี้เกิดจริงๆ มันมีอยู่ 2 ท่าน คือ คนที่เปลี่ยนเครื่อง คือใคร DT มอเตอร์สปอร์ต คุณทำรถแข่งมากี่ปี คุณทำเด็กแข่งรถมากี่ปี คนที่ 2 คือ ผู้ตรวจสภาพรถทุกคัน ตรวจตอนแรก เขาจะเอาลวดเนี่ยไปรัดว่าต้องเป็นเครื่องตัวนี้ เขาอาจจะไม่ได้ตรวจจริงจัง แต่หลังจากเมื่อคุณวิ่งเข้าเส้นแล้ว รถทุกคันจะถูกล็อกไปทางอื่นไม่ได้ แล้วรถจะถูกตรวจละเอียด แยกเป็นชิ้น
เพราะฉะนั้นทีมที่ทำรถให้น้อง คุณออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้ คุณทำร้ายเด็ก โดยที่คุณรู้หรือไม่รู้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เอฟเฟกต์ที่เกิดขึ้น คุณรับผิดชอบไหวไหม กับการที่คุณเพียงต้องการจะชนะ ส่วนผู้จัดการแข่งขัน คุณจัดมา 24 ปีแล้ว คุณไม่รู้หรือ ว่าเครื่องตัวนี่เด็กใช้แข่งไม่ได้
ส่วนที่ทางทีมช่าง DT Motorsports แจงว่า เสื้อสูบซ้อมจนมันสึกกร่อน ก็เลยเปลี่ยน คุณปอบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่เรื่องนี้ต้องให้ช่างมาตอบ ซึ่งคุณปอ บอกว่า รถที่แข่งเป็นรถปีนี้ มาดูตารางซ้อมเลยว่า ตั้งแต่สมัคร True Vision จนถึงวันนี้ผ่านมากี่เดือน สนามมีวันให้ซ้อมกี่วัน คุณซ้อมกี่วัน ซ้อมกี่ชั่วโมง จนโลโก้นี้มันกร่อนหายไปได้จริงหรือ ตนขอถามช่าง และการที่เดินไป คุณก็ไม่รับการประท้วง เพื่อนตนเดินไปบอก ขอประท้วง คุณไล่กลับบ้าน จนตนเดินไปใหม่ก็ไล่ตนกลับบ้าน เราต้องอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน
ปัญหาที่เกิดขึ้น ย้ำว่าไม่เกี่ยวกับเด็ก ไม่เกี่ยวกับผู้ปกครอง เกี่ยวกับผู้จัด และช่าง ตนขอให้สองท่านออกมาแก้ปัญหานี้ ที่คุณทำให้ครอบครัว และแฟนคลับเขาเดือดร้อนครับ
เมื่อถามว่า คุณปอน้อยใจไหม ที่ประท้วงไปก็ถูกต่อว่า ถูกกล่าวหาว่าแพ้แล้วพาล คุณปอ บอกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ปัญหาจริงๆ ที่ ตนตกผลึก คือ “ตนเองมีตำหนิ วันนี้ตนมีคดีกรณีอุบัติเหตุเรื่องเรือ ทำให้พอพูดอะไร มันก็ผิด” และหากเกิดกับตนอย่างเดียวไม่เป็นไร แต่ไปเกิดกับลูก น้องแมคลาเรนที่ไม่เกี่ยวข้อง
ตนอยากให้คนที่ดูอยู่ ถามใจว่าถ้าเกิดกับคุณ จะรู้สึกยังไง ถามว่าตนผิดตรงไหน ที่ผิดที่คือ มันเกิดขึ้นกับคนที่เป็นซุปเปอร์สตาร์ ผมเป็นเพียงพ่อค้า ผมเป็นคนทำงานค้าขาย มันต่างกันตรงนั้น ขอให้ความยุติธรรมวันนี้ ให้ตนได้ทำในฐานะพ่อที่ปกป้องลูก ให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน และเป็นตัวแทนของครอบครัวอีก 20 ท่านที่มาแข่ง ย้ำว่าการประท้วงทำได้ เราถึงตัดสินใจที่จะถามและตนเองก็เสียใจด้วย ที่เห็นน้องพายุร้องไห้ และลูกตนก็เสียใจ ที่ไม่ได้ขึ้นโพเดี้ยม และทุกครอบครัวก็เหมือนกัน แต่เรามองภาพใหญ่ เรามองสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
สำหรับสภาพจิตใจน้องแม็กคาเรน เขาก็มีคำถามว่า “ป๊า เรนอ่ะ ทำไมไม่ได้รับรางวัล แล้วทำไมมีคนเอารูปเขา ไปโพสต์บนโซเชียล ทำไมเรื่องไปมีคนว่าเขา เรนทำอะไรผิดครับป๊า ลูกผมทำอะไรผิด”
ก่อนบอกว่า ไม่ใช่แค่ลูกตน เด็กทุกคน เขาอยู่ในหมวกกันน็อค ใส่ชุดแข่ง เขาไปตากแดดร้อน เขาเริ่มซ้อมรันแรกตั้งแต่ 9:00 น.
เขาจะซ้อมจบกัน 17:00 น. เขาจะวิ่งกัน 20 นาที แล้วจะได้พัก 20 นาที เขาต้องตากแดด ซ้อมกันเพื่อให้เวลาดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่ที่มัน hurt ที่สุดจะมี 2 ประโยค เขาบอกว่า พ่อแม่รังแกฉัน เลี้ยงลูกให้แพ้ไม่เป็น ให้ชนะอย่างเดียว ขอชี้แจงว่า ตนสอนลูกเสมอว่า เราต้องแพ้เป็น แล้วเราจะกลับไปชนะ ตนมั่นใจว่าวันนี้ลูกได้เปรียบ กว่าตนเอง ที่ได้ฝึกเขาตั้งแต่เด็ก และมั่นใจว่าวันนึงลาร์เรน จะเติบโต แล้วก็เป็นแชมป์ได้ วันนี้ก็เลยสอนลูกให้ฝึกแพ้ แพ้ให้เป็น
แต่มันมันน่าช้ำมากไปกว่านั้นที่จะมีคนพูดกันเสมอว่า ”แพ้แล้วพาล“ จึงอยากให้เปิดใจว่า คนที่เขาแพ้ เขาก็มีสิทธิ์พูด ถ้าสิ่งที่เขาพูดมันเป็นความจริง ไม่ใช่ว่าคนที่แพ้ เขาจะไม่มีสิทธิ์พูดอะไรเลย ไม่ใช่ไม่มีสิทธิ์ถามอะไรเลย วันนี้ตนยังไม่ได้มีโอกาสสายตรงกับคุณน็อต คุณชม
ทั้งนี้ยืนยันว่า ทั้งตน กับพี่น็อต พี่ชม รวมถึงครอบครัวนักแข่งไม่เคยมีปัญหากัน เราแข่งจบ ตนกับพี่น็อตก็ยืนคุย แล้วก็เดินมาจับมือด้วยกัน ในการแข่งขันครั้งนี้มีผู้ชนะ มีผู้แพ้
สำหรับลูกตนจะขอยืนตำแหน่งเดิม ตำแหน่งที่ 2 ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ไม่ขอให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่ขอให้มีการจัดการแข่งขันใหม่ อยากให้ลูกตน น้องพายุ และน้องทุกคนรีแมตช์จัดแข่งใหม่เร็วที่สุดอีกครั้ง ไม่งั้นมันจะติดอยู่ในใจ
เมื่อถามถึงกรณีที่คุณไผ่ ลิกค์ ออกมาโพสต์นั้น คุณปอ ชี้แจงว่า กับคุณไผ่ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีม "One Point" เป็นเพื่อนกันมานานกว่า 30 ปี ซึ่งในกลุ่มประกอบด้วยนักแข่งหลากหลายประเภท การออกมาพูดของคุณไผ่ เป็นการพูดในมุมของคนที่รักมอเตอร์สปอร์ตและรักหลาน
ส่วนอีกประเด็นดรามา ที่คุณเบนซ์ พริกไทย ภรรยาโพสต์ เรื่อง ลูกพระยานาหมื่น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน และต้องขออภัยแทนคุณเบนซ์ และขอเรียนด้วยความจริงว่า คุณเบนซ์มีทีมครีเอทีฟ และสล็อตในการวางแผนโพสต์คอนเทนต์ที่มักจะทำแนวติดตลกอยู่แล้ว ทำให้คนเข้าใจผิด และนำไปผูกโยงว่าคือเรื่อง "ลูกพระยานาหมื่น" ซึ่งยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าวจริง ขอให้แฟนคลับเข้าใจ ยอมรับว่าอาจจะเป็นเรื่องของจังหวะเวลาที่ผิดพลาด ก็ได้มีการตักเตือนเรื่องการทำคอนเทนต์ลักษณะนี้กับภรรยาแล้ว
แท็กที่เกี่ยวข้อง ปอตนุภัทร ,น้องพายุ ,น้องแมคลาเรน