สังคม

เคหะร่มเกล้ายังอ่วม! น้ำท่วม 6 วันกลายเป็นน้ำเน่า ขยะเกลื่อน-กลิ่นเหม็น ชาวบ้านวอนเร่งระบาย

2 ต.ค. 2569

17 views

วานนี้ 1 ต.ค.2569 ทีมข่าวลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า จุดที่เรียกได้ว่า น้ำยังท่วมสูงอยู่ มีขยะลอยเกลื่อนและน้ำเน่าแล้ว ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว โดยคุณโบ๊ทนั่งเรือไปกับ เจ้าหน้าที่กรมการทหารช่าง เข้าไปที่ ตึกแฟลต 34 ตึก พบว่า น้ำท่วมขัง บางจุดสูงประมาณ 1 เมตร 20 เซนติเมตร โดยลักษณะน้ำนิ่ง มีกลิ่นเหม็น ตลอดทางตามตึกมีชาวบ้านมาโบกมือขอช่วยเหลือกัน ขอน้ำดื่มกันเป็นจำนวนมาก  เมื่อไปถึง แฟลต 34 พบว่า มีรถจักรยายนต์หลายสิบคัน ถูกยกขึ้นมาจอดไว้ที่ชั้น 2  และเมื่อพอขึ้นไปชั้น 3 เจอคุณลุงสิทธิพงษ์ วัชรนันทวิศาล อายุ 69 ปี พ่อค้าขายลอตเตอรี เอาแผงลอตเตอรีมานั่นขายอยู่ที่หน้าห้องพักของตัวเอง

ลุงสิทธิพงษ์ บอกว่า ยังเหลืออีกเกือบเต็มแผง เพราะไปขายที่ตลาดไม่ได้ ชาวแฟลตช่วยกันอุดหนุน ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 200 กว่าใบ  ลุงลงทุนไปประมาณ 60,000 กว่าบาท ขายได้ประมาณ 20,000 กว่าบาท ถามว่าท้อไหม คุณลุงบอกว่า ไม่ท้อ เพราะคนอื่นหนักกว่าเราอีก ตลอด 6 วันที่น้ำท่วม ลุงเอาลอตเตอรีออกมานั่งขายทุกวันจนถึงบ่ายสามโมงกว่าๆ แต่วันนี้ก็น่าจะขายไม่หมด ภาวนาขอให้ลอตเตอรีที่เหลืออยู่ ถูกรางวัลบ้าง เผื่อจะได้ทุนคืน

ขณะที่คุณสุนันทา อายุ 50 ปี ชาวบ้านแฟลตเคหะร่มเกล้า ตึก 34 บอกว่า วานนี้เข้าสู่วันที่ 6 แล้วที่น้ำท่วม โดยน้ำลดลงไปจากวันแรกที่ท่วมประมาณระดับอกของผู้ชาย วันนี้ลงมาประมาณ 20-30 เซนติเมตร ตอนนี้ปัญหาที่เจอคือเรื่องน้ำเน่า ยุงเยอะ และไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิหรืออะไรจะเข้าไปโซนด้านใน แต่ตึก 34 ตึก 35 ตึก 36 ไม่ค่อยมีคนเข้ามา ทั้งนี้คาดว่าคงต้องอยู่แบบนี้ต่อไปอีกหลายวัน  ส่วนเรื่องการเยียวยา

ทีมข่าวไปสำรวจอีกฝั่งของเคหะร่มเกล้า ผ่านทางตลาดบวรร่มเกล้า ซึ่งจุดนี้มีรายงานว่าน้ำต่ำกว่าทางฝั่งแฟลชเคหะร่มเกล้า แต่ก็ยังมีน้ำท่วมสูงอยู่ประมาณ 60-80 ซม. แต่หากเข้าลึกไปเรื่อยเรื่อยน้ำจะยิ่งลึกมากขึ้น และน้ำเริ่มดำ เน่าเสียแล้ว

ระหว่างทาง คุณจิ๊ อายุ 42 ปี ที่อาศัยอยู่หมู่บ้านเคหะร่มเกล้า โซน 11 เจอทีมข่าว รีบตะโกนบอกว่า ตนเองอยากฝากถึงรัฐบาล ให้เร่งระบายน้ำ เพราะขณะนี้หนักมาก น้ำดำแล้ว และคนที่อยู่โซนนี้ 60-70% ก็เป็นคนที่ทำงานอยู่ที่สนามบิน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับสนามบิน เพราะคนที่ปฏิบัติงานจะอาศัยอยู่ในโซนนี้ ถ้าจะแก้ปัญหาคุณก็ต้องระบายน้ำให้มากที่สุดเพื่อให้ออกไปทำงานได้ ตอนนี้ผ่านมา 6 วัน น้ำลดลงมาได้แค่ 20 เซ็นติเมตรเอง

สำหรับเงินเยียวยาเท่าที่ติดตามข่าวสาร ขอรบกวนสะท้อนกระบอกเสียงให้เร่งป้อนมติครม. หรือใส่ข้อมูลของผู้ประสบภัยเข้าสู่ระบบ เพื่อที่พวกเราจะได้คีย์ข้อมูลเข้าไปได้ เพราะ ตอนนี้ยังไม่สามารถลงทะเบียนได้ ทั้งในส่วนเงิน 9,000 บาท และเงินอีกก้อนหนึ่งสำหรับซ่อมแซมบ้าน เข้าใจว่าจะต้องออกไปที่เขต ซึ่งออกไปไม่ได้ ส่วนประเด็นเรื่อง ประกันภัยพิบัติ เงิน 100,000 บาทนั้น ส่วนตัวก็เข้าใจรัฐบาล เพราะเงิน 100,000 บาท เป็นในส่วนของประกันภัย ต้องประสบภัยหลังวันที่ 1 ตุลาคม  แต่เงิน 9, 000 บาท เป็นเงินที่ตนต้องไปชนกับรัฐบาล ไปชนกับทางเขต ไปชนกับทาง ปภ. ไม่ได้เป็นชนกับประกันภัย

ทั้งนี้ มองว่า 9,000 กับ 100,000 มันดูต่างกันเยอะ แต่ก็ไม่ได้ถือสา น้อมรับสภาพ ทุกคนก็เสียภาษี ก็ขอเถอะ ขอมันเร็วกว่านี้  ณ วันนี้ ยังมาขัดแข้งขัดขา มาเถียงกันว่าใครผิดใครถูก แม้แต่เรื่องว่าใครส่งสัญญาณช้า ใครส่งส่งสัญญาณเร็ว ปภ. โยน กทม.  กทม. ก็โยน ปภ. คนประสบภัยอยากให้น้ำลดโดยเร็ว อย่างน้อยก็ให้พอใช้ชีวิตได้  โดยเรื่องนี้ก็ต้องแฟร์พอกับทุกฝ่ายทุกข์ พร้อมขอบคุณผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ท่านก็ไม่ได้ทำงานในห้องแอร์

ส่วนคุณป้าโมลี อายุ 53 ปี ซึ่งบ้านเช่า ถูกน้ำท่วมสูงประมาณหน้าอก วานนี้ต้องออกมาขายลองกองอยู่ที่ตลาด เจ้าตัวสะท้อนว่า เงินเยียวยาคิดว่าไม่ได้หรอก ซึ่งหากได้เงิน 100,000 บาทก็ดี “แต่ที่บอกว่าต้องเกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไปนั้น ก็มันท่วมมาก่อนแล้ว ใครจะห้ามฝนได้ ไปบอกนายกฯห้ามฝนได้ไหม” วันที่ 1 ตค. มันเพิ่งวันนี้ แต่มันท่วมมาแล้ว และมันยังท่วมอยู่ แถมไฟยังรั่วช็อตดูดลูกชายเกือบเสียชีวิตอีก

ยอมรับว่ารู้สึกท้อ วันก่อนต้องออกมาขอข้าว ปรากฏาว่า เค้าบอกให้รอนายกฯ มาก่อน ถ่ายรูปก่อนถึงจะแจก ตอนสามทุ่มใครจะรอ คนแก่คนเฒ่าอยู่ในซอยไม่ได้กินข้าวมาสองสามวันแล้ว



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/PcLzGBxV434

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ