สังคม
ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยยังอ่วม ชาวบ้านเผยน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 30 ปี
4 ชั่วโมงที่แล้ว
18 views
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรียังคงไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำแควน้อย ที่น้ำยังคงเอ่อล้นขึ้นมาท่วมพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน พื้นที่ทางการเกษตร อย่างต่อเนื่อง
โดยที่บริเวณหมู่ 2 ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี พบว่า ระดับน้ำจากแม่น้ำแควน้อยยังคงเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ริมฝั่ง ปริมาณน้ำสูงจนเกือบมิดหลังคาบ้าน ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ต้องขนย้ายทรัพย์สินมีค่าและไปอยู่ในศูนย์อพยพที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลกลอนโดจัดเอาไว้ให้
นอกจากบ้านเรือนของประชาชนที่ถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมแล้ว กลุ่มผู้เพาะเลี้ยงปลากระชังริมแม่น้ำแควน้อย ในพื้นที่ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย ก็ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและน้ำที่ไหลรุนแรง ส่งผลให้กระชังปลาหลายแห่งถูกกระแสน้ำซัดจนพังเสียหายหลุดลอยไปตามน้ำ
นายสำรวยหนึ่งในกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงปลากระชังริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองมีกระชังปลาอยู่ประมาณ 100 กระชัง ถูกกระแสน้ำที่ไหลรุนแรง พัดกระจังปลาจนพังเสียหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง กระชังบางส่วนมีปลาที่กำลังเลี้ยงเอาไว้หลุดลอยไปตามกระชังด้วย สร้างความเสียหายมูลค่าหลายแสนบาท ซึ่งนอกจากตนเองแล้ว กลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากระชังรายอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำที่ไหลรุนแรงในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
ซึ่งตนยอมรับว่า เหตุการณ์อุทกภัยในปีนี้ถือเป็นครั้งที่หนักที่สุดตั้งแต่ตนเริ่มเพาะเลี้ยงปลากระชังมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี ไม่เคยเจอสถานการณ์อุทกภัยที่หนักหนาเช่นนี้มาก่อน ลึกๆก็หวังว่าจะได้รับการเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อที่จะได้สามารถกลับมาเริ่มต้น ทำอาชีพเพาะเลี้ยงปลากระชังได้ใหม่อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ตำบลวังเย็น อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเกลือล้นเข้าท่วม รวมทั้งหมด 7 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนที่ถูกน้ำหรือเข้าท่วมเสียหายมากกว่า 300 ครัวเรือน สะพานที่ชาวบ้านใช้สัญจรข้ามแม่น้ำแควน้อยทั้ง 2 แห่ง ทั้งสะพานหนองหญ้า และสะพานวังเย็น ถูกน้ำในแม่น้ำแควน้อยเอ่อล้น เข้าท่วมระดับน้ำสูงกว่าสะพานกว่า 1 เมตร ทำให้ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และคาดว่าจะยังคงเป็นเช่นนี้ไปอีกหลายวัน
นายอาทิตย์ จันดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังเย็น กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลวังเย็นครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่หนักสุดตั้งแต่เมื่อปี 2539 ถือว่าหนักที่สุดในรอบ 30 ปี ที่ชาวบ้านในตำบลวังเย็นไม่เคยพบเจอกับสถานการณ์น้ำท่วมที่หนักหนาสาหัสเช่นนี้ ชาวบ้านที่มีอาชีพทำเกษตรกรรมไม่ได้ รับผลกระทบจากน้ำที่เออล้นเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร วัวที่เลี้ยงไว้ก็ต้องรีบขนย้ายหนีน้ำท่วมเข้ามาอยู่บนถนน ส่วนชาวบ้านที่ถูกน้ำเดิมล้นเข้าท่วมบ้าน ก็อพยพมาอยู่ในพื้นที่ศูนย์อพยพที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลวังเย็นจัดเอาไว้ให้
แท็กที่เกี่ยวข้อง น้ำท่วมกาญจนบุรี ,แม่น้ำแควน้อย