สังคม
รวบ “ชายจีน” หนีคดีกบดาน “ไทย” ใช้นอมินีก่อตั้งบริษัทกว่า 10 ปี พาลูกสวมใบเกิดเป็นคนไทย ซ้ำทารุณกรรมลูกจ้า
10 ชั่วโมงที่แล้ว
82 views
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานประจำ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E) กรมการปกครอง /เจ้าหน้าที่ ปปง. และผู้ว่าราชการจังหวัดสุมทรสาคร ร่วมกันแถลงข่าวหลังเปิดปฏิบัติการนอมินีทุนเทา เข้าจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัว หลบหนีคดีคอร์รัปชัน นำเงินทุนมาฟอกขาวในไทยนานกว่า 10 ปี
โดยจากการเข้าตรวจค้นโรงงาน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ รวม 4 ราย คือนายเมียว สัญชาติเมียนมา หรือ นายลี สัญชาติจีน อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกัน, นายธนดล อายุ 19 ปี ลูกชาย ที่สวมใบสูติบัตรเป็นคนไทย และนางสาวนาฝา แม่ทิพย์ที่ให้สูติบัตร และเป็นลูกจ้างของบริษัท ที่เป็นนอมินีบริษัท
พล.ต.อ.สำราญ บอกว่า หลังจากได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายเมียว เข้ามาประเทศไทย ปี 2556 แล้วเข้ามาตั้งบริษัท 3 บริษัท ซึ่งมีสำนักงานใหญ่คือจุดที่เข้าตรวจค้นใน อ.อ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร บริษัทแรก ถือหุ้น39% บริษัทที่สอง ถือหุ้น 41% และบริษัทที่สาม ถือหุ้น 40% แต่เมื่อนำหุ้นมาไขว้ พบว่าต่างด้าวถือหุ้น 100% โดยทั้ง 3 บริษัท มีความผิดที่เกี่ยวข้องกับนอมินี ชัดเจน
ส่วนความผิดของนายเมียว ผู้ต้องหา พบว่า ยังได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายพนักงานหญิง ชาวจีน เพื่อให้เซ็นรับสภาพหนี้และทำร้ายร่างกาย ศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก2ปี 10เดือน ขณะนี้อยู่ในชั้นศาลฎีกา
และที่นายเมียว หรืออีกชื่อ คือนายลี เนื่องจากได้หลบหนีคดีกระทำผิดฐานสนับสนุนการทุจริตในโครงการของรัฐ หรือคดีคอร์รัปชัน จากประเทศจีนมายังประเทศไทย
และจากการตรวจค้นและซักถามปากคำ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนสัญชาติจีน และใช้พาสปอร์ตสัญชาติเมียนมา เข้ามาประเทศไทย โดยมีพลาสปอร์ตทั้งของจีนและของเมียนมา รวมถึงยังพบเอกสารสำคัญหลายรายการ ทั้งโฉนดที่ดินมูลค่า 9 ล้านบาท
สำหรับไทม์ไลน์ของนายเมียว พบว่า ตั้งแต่ปี 2556 นายเมียวเริ่มเข้ามาประเทศไทย โดยใช้พาสปอร์ตสัญชาติเมียนมาร์ โดย เม.ย.ปี 2559 จัดตั้งบริษัทแห่งแรก จากนั้น เดือน พ.ค. 2559 ทางการจีน ออกหมายจับ ต่อมา ก.พ. 2560 จัดตั้งบริษัทแห่งที่2 และ 3
จนกระทั่ง 10 ก.พ. 2561 ใช้พาสปอร์ตเมียนมา ปี 2564 ก่อเหตุทำร้ายร่างกายคนจีน และ 17 ก.ย. 2564 นำลูกชายเข้ามาที่ประเทศไทย และดำเนินการสวมสิทธิ์ ไขว้หุ้นบริษัท ก่อนจะถูกจับกุม 2569
ด้าน นายพีรธร วิมลโลหการ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายฯ และรองโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ถึงแม้ตัวผู้ต้องหาในคดีนี้มีหมายจับในเรื่องของทุจริตจากประเทศจีน แต่ว่าความผิดทุจริตก็เป็นหนึ่งในความผิดมูลฐานของกฎหมายฟอกเงินด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นก็สามารถดำเนินการเกี่ยวกับยึดอายัดทรัพย์สินได้
แต่ในกรณีนี้ หากเราได้รับคำร้องขอจากทางประเทศจีนอีกครั้งหนึ่งว่า สิ่งที่เขาทุจริตมาเสียหายเท่าไหร่ เราก็สามารถยึดทรัพย์สินแล้วก็นำไปคืนให้กับทางการจีนได้ แต่ในส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ หากมีการพิสูจน์ได้ว่านำเงินที่ได้จากการทุจริตมาลงทุน มีดอกผลเกิดขึ้น ตรงนี้สำนักงาน ปปง. ก็สามารถยึดอายัดทรัพย์สินไว้ได้เช่นเดียวกัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง