สังคม
เรือข้ามฟากอุทัยธานี แบกต้นทุนไม่ไหว วิกฤตน้ำมันแพง ส่อปิดกิจการที่ทำมานานกว่า 40 ปี
2 ชั่วโมงที่แล้ว
17 views
นายโสภณ วัย 75 ปี เจ้าของเรือโดยสารรับจ้างข้ามฟาก ระหว่างบ้านป่าสะแก ตำบลเกาะเทโพ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี กับ ตำบลศิลาดาน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า ดำเนินกิจการเรือข้ามฟากแบบครัวเรือน มานานกว่า 40 ปี โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 18.00 น. มีกลุ่มผู้ใช้บริการหลักคือข้าราชการ เกษตรกร และนักเรียน ที่ต้องเดินทางข้ามฟากในช่วงเช้าและช่วงเย็น ปัจจุบันต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงวันละประมาณ 2.5 ลิตร คิดเป็นเงิน 120 บาทต่อวัน ซึ่งราคาน้ำมันสูงเกินกว่า 40 บาทต่อลิตร ตนต้องคอยติดตามข่าวสารราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อเดินทางไปซื้อน้ำมันมาตุนไว้ล่วงหน้าครั้งละ 20–40 ลิตร
นายโสภณ กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากค่าน้ำมันแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายจ้างแรงงานคนขับเรืออีก 2 คน สลับกันทำงานช่วงเช้าและกลางวัน รวมเป็นเงินวันละ 500 บาท รวมถึงค่าอะไหล่และค่าบำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แม้จะมีการปรับเพิ่มค่าบริการข้ามฟาก สำหรับคนและรถจักรยานยนต์ ไป-กลับ จากเดิม 20 บาท เป็น 30 บาทแล้วไปก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่ไม่สามารถปรับราคาขึ้นไปมากกว่านี้ได้อีก และรายได้เฉลี่ยในปัจจุบันเหลือเพียงวันละ 800–900 บาท ยังไม่หักค่าใช้จ่าย เมื่อหักค่าน้ำมันและค่าแรงงานแล้ว รายได้สุทธิลดลงอย่างมาก บางวันแทบไม่เหลือเลย ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนผู้ใช้บริการยังลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากประชาชนหันไปใช้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ ทั้งฝั่งมโนรมย์และฝั่งท่าน้ำอ้อยแทน
"เมื่อก่อนรายได้ดีกว่านี้มาก แต่ตอนนี้บางวันก็ไม่พอ บางวันก็ไม่เหลือเลย ขณะนี้ทำได้เพียงประคับประคองกิจการไปวันๆ หากในอนาคตแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไม่ไหวจริงๆ ก็จำเป็นต้องหยุดกิจการเรือโดยสารรับจ้างข้ามฟาก ที่ทำมาตลอด 40 ปี ลงอย่างน่าเสียดาย" นายโสภณ กล่าวด้วยความหนักใจ
แท็กที่เกี่ยวข้อง เรือข้ามฟาก ,น้ำมันแพง