สังคม
รวบแล้วคนร้ายถือปืน บุกชิงทอง 52 บาท หาเงินใช้หนี้-ปิดไฟแนนซ์
16 ก.ย. 2569
127 views
จากกรณีเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น. ตำรวจ สภ.สามโคก ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ร้านทอง กวาด 52 บาท มูลค่ากว่า 3.5 ล้าน โดยใช้เวลา 2 นาที เหตุเกิดภายในร้านบางกอกโกลด์ส ทองเยาวราช ถนนปทุมธานี-สามโคก ม.3 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อแจ็กเกตมีฮู้ดคลุมศีรษะ กางเกงขายาวและสะพายกระเป๋าข้าง ก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงาน 4 คน ก่อนบังคับให้หยิบสร้อยทอง รวมประมาณ 52 บาท ประกอบด้วยสร้อยทองน้ำหนัก 10 บาท 2 เส้น, 5 บาท 4 เส้น และ 4 บาท 3 เส้น มูลค่ารวมกว่า 3.5 ล้านบาท ก่อนเดินออกจากร้านหลบหนีไปกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายเดินวนเวียนบริเวณหน้าร้าน ก่อนเข้าก่อเหตุเวลา 17.56 น. และออกจากร้านเวลา 17.58 น. ใช้เวลาก่อเหตุเพียง 2 นาที จากนั้นเดินไปตามริมถนนอย่างใจเย็น ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ชพล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมกำลังชุดสืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี และชุดสืบสวน ภาค 1 ได้ทำการจับกุมนายบันลือ ชอายุ 56 ปี อยู่บ้าน ม.2 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี เลขที่ 297/2569 ได้ที่บริเวณ หน้าร้านสะดวกซื้อ ใกล้วัดเปรมประชากร จึงนำตัวไปค้นบ้านพบของกลาง สร้อยคอทองคำครบทั้งหมด น้ำหนักรวม 52 บาท ชุดที่สวมใส่วันก่อเหตุและอาวุธปืนปลอม รวมทั้งรถ จยย. ที่คนร้ายขับออกจากบ้านแล้วนำมาจอดทิ้งไว้บริเวณถนนเลียบคลองเปรมประชากร ก่อนนั่งรถรับจ้างไปก่อเหตุ จึงนำของกลางพร้อมได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนขยายผลที่ สภ.สามโคก ทันที
นายบันลือฯ ผู้ต้องหา ให้การว่า ตนเองเกิดอาการเครียดเนื่องจาก ก่อนหน้านี้นำรถกระบะที่เคยใช้ขับขนส่งสินค้า ไปจำนำ ไว้จำนวน 400,000 บาท เนื่องจากมีหนี้สินและหนี้พนัน จากนั้นได้ผ่อนชำระได้เพียงสองเดือน ก็ขาดส่งจึงทำให้จะ ถูกยึดรถไป เนื่องจากขาดส่งครบสามเดือนแล้ว จึงได้ตัดสินใจลงมือก่อเหตุเพราะต้องการนำเงินไปใช้ไถ่รถและนำ กลับมาประกอบอาชีพได้ โดยได้เคยผ่านเห็นร้านทองดังกล่าว เพราะเคยขับรถมาส่งของ จึงลงมือก่อเหตุ โดยขับรถจักรยานยนต์ของตนเองออกมาจากบ้านและมาจอดไว้แถวตลาดในซอยเวิร์คพอยท์ จากนั้นขึ้นรถแท็กซี่ไปบริเวณร้านทอง และหลังจากก่อเหตุได้เดินหนีออกมาจากร้าน จากนั้นใช้วิธีการ ขึ้นรถวินจักรยานยนต์รับจ้าง วินแท็กซี่ ขึ้นรถสองแถว ไปเรื่อยเรื่อยเพื่อหลบกล้องวงจรปิด และมานั่งรถแท็กซี่กลับขับรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ ขับกลับเข้าบ้าน อย่างใจเย็น และก็ได้มานั่งดูข่าวเห็นว่ามีข่าวที่ตนเองก่อเหตุจึงยังไม่นำสร้อยไปขายเพราะเกรงว่าจะจับได้ แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เสียก่อน
พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้เดินวนเวียนอยู่บริเวณหน้าร้าน ก่อนตัดสินใจเข้าไปก่อเหตุเมื่อเวลา 17.56 น. และเดินออกจากร้านในเวลา 17.58 น. ใช้เวลาก่อเหตุเพียงประมาณ 2 นาที จากนั้นเดินไปตามริมถนนอย่างใจเย็น ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.สามโคก ร่วมกับชุดสืบสวน ภาค 1 ได้แบ่งทีมกันเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี พร้อมสอบปากคำพนักงานร้านและพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการติดตามตัวคนร้าย กระทั่งสามารถระบุรูปพรรณและเส้นทางการหลบหนีของผู้ก่อเหตุได้ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง โดยใช้พยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลจากพยานในที่เกิดเหตุ กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นหนี้และเกิดอาการเครียดเพราะรถจะถูกยึด ซึ่ง ขาดส่งมา 3 เดือนแล้ว และมีการดูลาดเลาก่อนลงมือก่อเหตุ จากการสอบถามถึงเส้นทางการหลบหนี ซึ่งคนร้ายใช้วิธีการเดินเท้า ขึ้นวินรับจ้าง ไปลงหน้าห้างโลตัสสาขาปทุมธานี จากนั้นว่าจ้าง ขึ้นรถรถแท็กซี่ ไปส่งแถวธรรมศาสตร์ คลองหลวง และ เดินเท้าข้ามสะพานลอย ไปขึ้นรถสองแถวเพื่อย้อนกลับมาทางรังสิต จากนั้นนั่งรถแท็กซี่อีกครั้ง เพื่อไปยังรถจักรยานยนต์ของตัวเองที่จอดไว้ โดยพฤติกรรมการหลบหนีถือว่ามีความยากในการตรวจจับหาคนร้ายเนื่องจากคนร้ายเปลี่ยนย้ายรถแต่ก็ไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกสืบสวนสามารถแกะรอยและจับกุมได้โดยใช้เวลาเพียง 2 วัน
อย่างไรก็ตามจะดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมตรวจสอบทองรูปพรรณของกลางและเส้นทางการหลบหนี ก่อนนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้จะได้มีการสั่งการให้มีมาตรการให้ร้านทอง ธนาคาร หรือร้านหลอมทอง ที่มีทรัพย์สินอันมีค่า ให้มีการป้องกันและมีการดำเนินการเรื่องความปลอดภัยของประตูนิรภัยของร้าน เพื่อ เป็นการป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ในการก่อเหตุของคนร้ายได้ง่ายดาย และมีการสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนิน ตรวจเข้มและตระเวนตรวจร้านทองและธนาคารอย่างเข้มงวด
แท็กที่เกี่ยวข้อง