สังคม
ทนายหนุ่มหอบกระเช้า กดกริ่งขอโทษเพื่อนบ้าน คุณแนนลั่นไม่รับ ชี้สำนึกผิดจริงให้ขอโทษต่อหน้าสื่อ
15 ก.ย. 2569
234 views
ทนายหนุ่มหอบกระเช้า พร้อมเงินเยียวยา กดกริ่งขอโทษเพื่อนบ้าน ผู้เสียหายยืนยันไม่รับ เชื่อถูกกระแสสังคมกดดัน ชี้หากสำนึกผิดจริงให้ขอโทษต่อหน้าสื่อ
วันนี้ (15 ก.ย. 69) เวลา 17.30 น. นายเอ (นามสมมุติ) ทนายความ ได้ประสานนายธนินท์ธร ภูมราช หรือทนายกาย รองประธานสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี ให้ช่วยประสาน น.ส.ยิ่งฐาฐ์ หรือ แนน อายุ 38 ปี ผู้เสียหาย เพื่อเดินทางนำกระเช้าเข้าขอโทษ พร้อมเงินเยียวยาเบื้องต้น หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายที่เป็นกระแสข่าวในสังคม
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณหน้าบ้าน น.ส.แนน ยืนยันไม่รับกระเช้าและเงินเยียวยาดังกล่าว พร้อมระบุว่า หากคู่กรณีสำนึกผิดและต้องการขอโทษอย่างจริงใจ ขอให้ไปขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชนที่ “สำนักงานสายไหมต้องรอด” เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับฟังและเป็นพยาน ท่ามกลางสื่อมวลชนหลายสำนักที่ติดตามทำข่าวเหตุการณ์ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดจากทางฝั่งทนายความ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2568 และถูกนำมาใช้ประกอบการชี้แจงถึงปัญหาความขัดแย้งกับคู่กรณี โดยในคลิปเป็นภาพการปรับปรุงบ้านของคู่กรณี มีช่างเข้ามาทำงานภายในบ้านและมีเสียงดังเกิดขึ้น
นายเอ (นามสมมุติ) ทนายความ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการทำงานของตน เนื่องจากต้องทำงานที่บ้าน และไม่สามารถทำงานได้ตามปกติในช่วงที่มีเสียงดัง จนเกิดการโต้เถียงและมีปัญหากับคู่กรณีและเพื่อนบ้านในขณะนั้น
ด้าน น.ส.แนน ผู้เสียหาย ได้ออกมาชี้แจงถึงคลิปวิดีโอเหตุการณ์การต่อเติมบ้านที่ถูกนำไปเผยแพร่ในเพจข่าว โดยยืนยันว่า เสียงด่าทอที่ปรากฏในคลิปไม่ใช่เสียงของตนเองอย่างแน่นอน โดยระบุว่า ในคลิปตนยืนกอดอกและถือโทรศัพท์อยู่บริเวณข้างเสา ส่วนเสียงโวยวายที่เกิดขึ้นเป็นเสียงของเพื่อนบ้านรายอื่นในหมู่บ้าน ซึ่งเคยมีปัญหากับคู่กรณีมาก่อน และออกมาช่วยพูด เนื่องจากทนพฤติกรรมที่ตนระบุว่าเป็นการก่อกวนไม่ไหว
น.ส.แนน กล่าวถึงชนวนเหตุในครั้งนั้นว่า เริ่มจากการที่ตนทำเรื่องขอต่อเติมและกั้นพื้นที่บริเวณข้างบ้านตามระเบียบของนิติบุคคลอย่างถูกต้อง รวมถึงติดประกาศแจ้งเพื่อนบ้านแล้ว เนื่องจากระบุว่าคู่กรณีมักฉีดน้ำข้ามมายังฝั่งบ้านของตน แต่ในวันที่ช่างเข้ามาทำงาน คู่กรณีได้เข้ามาโวยวาย ก่อกวน และขัดขวางไม่ให้ช่างทำงาน จนเพื่อนบ้านรายอื่นต้องออกมาช่วย และมีการเรียกตำรวจสายตรวจเข้ามาระงับเหตุ
ส่วนกรณีที่วันนี้คู่กรณีเดินทางนำกระเช้าและเงินเยียวยามามอบให้ที่หน้าบ้านเพื่อขอโทษ น.ส.แนน ยืนยันว่าปฏิเสธที่จะรับไว้ เนื่องจากยังไม่เห็นถึงความจริงใจหรือความสำนึกผิดอย่างแท้จริง โดยคาดว่าการนำกระเช้ามาอาจเกิดจากแรงกดดันของกระแสสังคม
น.ส.แนน ยังระบุว่า ยิ่งคู่กรณีนำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่จนทำให้สังคมเข้าใจตนผิด ยิ่งทำให้มองว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้สำนึกผิดอย่างแท้จริง หากคู่กรณีบริสุทธิ์ใจและต้องการขอโทษอย่างจริงใจ ตนจึงขอให้นัดหมายไปพบกันที่ “สำนักงานสายไหมต้องรอด” ต่อหน้าสื่อมวลชนทุกสำนัก เพื่อเปิดโต๊ะแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงและขอโทษอย่างเป็นทางการ
ในส่วนของคดีความ ตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งทางแพ่งและทางอาญา โดยไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่คู่กรณีนำกระเช้ามาขอโทษ เนื่องจากมองว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นมีความรุนแรง โดยอ้างว่าคู่กรณีใช้ขวดแก้วฟาดและบีบคอ และหากในวันเกิดเหตุไม่มี รปภ. รวมถึงชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือ ตนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
นอกจากนี้เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักทั้งต่อร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะลูกชายวัย 5 ขวบ ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาและทำกิจกรรมบำบัดเพื่อพัฒนาการ ต้องกลายเป็นคนขวัญผวา ตกใจและร้องไห้ทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงดังหรือเสียงโวยวาย หลังจากนี้จึงต้องพาลูกเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอาการทางจิตใจอย่างใกล้ชิดต่อไป
ขณะที่นายเอ (นามสมมุติ) ทนายความ ซึ่งเป็นทนายฝ่ายคู่กรณี เปิดเผยถึงเหตุผลที่นำกระเช้าและเงินเยียวยาไปมอบให้ว่า ต้องการให้บรรยากาศคลี่คลายลง เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย รวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ภายในหมู่บ้าน เพราะมองว่าการอยู่ร่วมกันควรใช้วิธีพูดคุยและตกลงกัน หลังจากเกิดเหตุ ตนเข้าใจหลายเรื่องมากขึ้น และต้องการขอโอกาสจากสังคม พร้อมสัญญาว่าจะนำสิ่งที่เกิดขึ้นไปพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น โดยวันนี้ได้เตรียมกระเช้าพร้อมเงินเยียวยาเบื้องต้นไปมอบให้ผู้เสียหาย แต่ทางผู้เสียหายยังไม่พร้อมรับไว้
ตอนนี้ขอแสดงความเสียใจและขอโทษผู้เสียหายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงขอโทษทีมงานและผู้ร่วมรายการ “โหนกระแส” ตลอดจน ทนายแก้ว ทนายตุ๋ย หนุ่ม กรรชัย และเอกภพ จากสายไหมต้องรอด พร้อมขอโอกาสจากสังคมให้ตนได้ทำหน้าที่และประกอบวิชาชีพต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง ทนายต่อเพื่อนบ้าน ,ทนายรัวหมัด