สังคม
เรือนจำสระบุรี เผย “สมีโชติ-สีกาเอ๋” วิตกกังวลเล็กน้อย แต่รับประทานอาหาร-นอนหลับได้ตามปกติ
8 ชั่วโมงที่แล้ว
110 views
เรือนจำจังหวัดสระบุรี รายงานผลตรวจร่างกายเบื้องต้น “อดีตพระโชต-สีกาเอ๋” 2 ผู้ต้องขังคดีทุจริต พบทั้งคู่ มีความวิตกกังวลเล็กน้อย แต่รับประทานอาหาร-นอนหลับได้ตามปกติ ไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษ
ตามที่เรือนจำจังหวัดสระบุรีได้รับตัวผู้ต้องขัง 2 ราย ได้แก่ คือนายอติโชติ ทันประเสริฐ และ นางสาวปุณยวีร์ รุ่งเรือง จากศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ
เรือนจำจังหวัดสระบุรีได้ดำเนินการตรวจร่างกายเบื้องต้น พบว่า นายอติโชติ ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ และปฏิเสธโรคประจำตัว ส่วนการประเมินสุขภาพจิต พบมีความวิตกกังวลเล็กน้อย มีคะแนน PMHQ อยู่ที่ 4 คะแนน
ส่วน นางสาวปุณยวีร์ ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ และปฏิเสธโรคประจำตัวเช่นเดียวกัน ขณะที่ผลการประเมินสุขภาพจิตพบมีความวิตกกังวลเล็กน้อย มีคะแนน PMHQ อยู่ที่ 6 คะแนน โดยเรือนจำจังหวัดสระบุรีจะดำเนินการประเมินสุขภาพจิตเป็นระยะ หากพบความเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบต่อไป
สำหรับการตรวจรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ เรือนจำจังหวัดสระบุรีดำเนินการตามมาตรการของกรมราชทัณฑ์ โดยรับผู้ต้องขังใหม่ตามระเบียบ และแยกกักโรคเป็นเวลา 5 วัน พร้อมมีอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ ดูแลอย่างใกล้ชิด
ด้านการรับประทานอาหาร พบว่ามื้อเย็นเป็นแกงมะเขือไก่ ผู้ต้องขังทั้ง 2 รายรับประทานอาหารได้ตามปกติ ส่วนมื้อเช้าเป็นแกงจืดลูกชิ้นหมู และรับประทานอาหารได้ตามปกติเช่นกัน
ส่วนการนอนหลับพักผ่อน ผู้ต้องขังทั้ง 2 รายสามารถนอนหลับได้ตามปกติ และไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษแต่อย่างใด
ในส่วนความคืบหน้าคดี การจับกุมอดีตเจ้าอาวาส วัดพุทไธสวรรค์ หรือ นายอติโชติ ทันประเสริฐ ในกรณีการเบียดบังเงินวัด และ เบียดบังยักยอกทรัพย์ของวัด และ สมคบฟอกเงิน รวมถึงจับกุม นางสาวปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือ “สีกาเอ๋” ถูกดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับการสมคบฟอกเงิน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของวัด
โดย พล.ต.ต. พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ (ผบก.ป.) เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า จากกรณี “อดีตพระโชติ” และ “สีกาเอ๋” ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะตรวจสอบใน 2 ส่วน คือ ส่วนแรก การที่ “อดีตพระโชติ” ได้มีการทำผิดวินัยของสงฆ์ โดยการยักยอกเงินวัดเข้าบัญชีส่วนตัว แต่ได้มีการออกใบอนุโมทนาในนามของวัด
ในส่วนที่ 2 จะเป็นการตรวจสอบหาเส้นเงินผู้กระทำความผิดร่วม เนื่องจากเส้นเงินที่พบ มีทั้งใบอนุโมทนาในการบริจาค, ใบอนุโมทนาในการออกใบเช่าพระ, รวมไปถึงใบอนุโมทนาในการร่วมบริจาคปรับปรุงวัด รวมกว่า 215 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต. พัฒนศักดิ์ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า คาดว่าในคดีนี้จะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยว ซึ่งคาดว่าน่าจะ 1-2 คน ส่วนจะเป็นสีกาหรือพระภิกษุนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
สำหรับขั้นตอนเส้นเงิน ขณะนี้กองบังคับการปราบปราม ได้ส่งเอกสารให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบเพื่อที่จะตรวจสอบหาเส้นเงินการทุจริต เพื่อเกี่ยวโยงผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
สำหรับกรอบระยะเวลายังไม่สามารถระบุได้ แต่จะทำให้เร็วที่สุด และจะออกมาแถลงการณ์อีกครั้ง
แท็กที่เกี่ยวข้อง