สังคม

แถลงผลปฏิบัติการ จับกุม “อดีตพระโชติ” ยักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์ ยึดทรัพย์กว่า 215 ล้านบาท

3 ชั่วโมงที่แล้ว

50 views

การแถลงผลปฏิบัติการ จับกุม “อดีตพระโชติ” ยักยอกเงินวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้บังคับการกองปราบปราม พัฒศักดิ์ เปิดเผยว่า ย้อนไปกลางเดือนกรกฎาคม ประมาณวันที่ 15 ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ว่าเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และมีข้อสงสัยว่าอาจใช้ตำแหน่งเจ้าอาวาสในการทุจริตเงินวัด


ทั้งนี้การดำเนินการค่อนข้างยากลำบากเนื่องจากในหนังสือที่ร้องเรียนบอกว่ามีข้าราชการทหารตำรวจคหบดีพ่อค้าเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้ความระมัดระวังรอบคอบเป็นพิเศษ ซึ่งจากการตรวจสอบก็ได้พยานหลักฐานพอสมควร และพบพิรุธหลายอย่าง เนื่องจากเบื้องต้นได้สืบสืบสวนพบว่า มีสองเส้นเงินที่สามารถนำไปสู่การหาพยานหลักฐานได้


เส้นเงินแรกคือการออกใบอนุโมทนาบัตรให้กับบุคคลที่มีการชำระการจัดซื้อวัตถุมงคล เช่าวัตถุมงคล 22 รายการเป็นเงิน 2,800,000 บาทเศษ และพยานก็ยังยืนยันว่าเจ้าอาวาสสั่งให้ออกใบอนุโมทนาบัตรเป็นเรื่องจริง


ส่วนอีกเส้นเงินหนึ่ง เป็นใบอนุโมทนาบัตรที่บริจาคมาเพื่อทำนุบำรุงวัด เป็นจำนวนเงิน 89 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองส่วนนี้รวบรวมกันเป็นเงินจำนวน 90 ถึง 90 92 ล้านบาท


แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปดูบัญชีของวัดกลับพบว่า เงินยอดนี้ไม่มีเข้าบัญชีวัดแม้แต่บาทเดียว จึงแน่ชัดและเชื่อว่าทางเจ้าอาวาสมีการทุจริตเงินวัดจริง ซึ่งกองปราบจึงรีบขอศาลอาญาทุจริตพรรคหนึ่งเพื่อขอหมายจับสองคน คือนายอติโชติ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและร่วมกันฟอกเงิน ส่วนนางสาวปุณยาวีร์ในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และร่วมกันฟอกเงิน ที่เอาไปสู่ปฏิบัติการเมื่อวานเมื่อวานนี้


ซึ่งได้มีการตรวจค้น 6 จุด 4 จังหวัดกรุงเทพมหานคร อยุธยาปทุมธานีและบุรีรัมย์ เบื้องต้นยึดทรัพย์ที่แปลงสภาพจากศรัทธาของประชาชนมูลค่าถึง 215 ล้านบาท ซุกซ่อนไว้ตามที่ต่างๆ ในกุฎิ มีเงินสดสกุลไทยสกุลต่างประเทศกว่า 144 ล้านบาท ทองคำแท่งและทองรูปพรรณน้ำหนัก 1,066 บาท และพระเครื่อง โฉนดที่ดินรวม 28 รายการ


ซึ่งหลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะจะช่วยขยายผลเพื่อหาบุคคลที่กระทำผิดเพิ่มเติม และจะแยกเงินออกมาว่าอันไหนเป็นเงินวัดอันไหนเป็นเงินส่วนตัว และแยกคนไม่ดีจากวัด


ส่วนผู้ต้องหาทั้งสองคนในวันนี้จะมีการนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาทุจริตภาค 1 จังหวัดสระบุรีในช่วงบ่าย


ทางนี้ฝากถึงสองกลุ่มคน กลุ่มแรกคือพี่พี่น้องประชาชน พุทธศาสนิกชนที่บริจาคเงินให้วัด โดยทางบัญชีของเจ้าอาวาส หากรู้สึกว่าเงินตัวเองบริจาคไปแล้วและทางวัดใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์สามารถเข้ามาให้ข้อมูลได้ที่กองปราบปรามตลอดเวลา


ส่วนกลุ่มที่สองที่อยากฝากเตือนคือหลวงพ่อหลวงพี่ทั้งหลายที่ยังมีพฤติกรรมเช่นนี้ ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าวโดยทันที หากกองปราบตรวจพบตนเองไม่เอาไว้แน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ