สังคม
เจ้าอาวาสเถียงเสียงแข็ง “ตรวจยังไงไม่เจอ” สุดท้ายโป๊ะแตกฉี่ม่วง ค้นกุฏิเจอยาบ้า 2 เม็ดอ้างคนอื่นโยนทิ้งไว้
2 ชั่วโมงที่แล้ว
6 views
เจ้าอาวาสเถียงเสียงแข็ง “ตรวจยังไงไม่เจอ” สุดท้ายโป๊ะแตกผลตรวจฉี่เป็นสีม่วง ค้นเจอยาบ้า 2 เม็ดคากุฏิ อ้างคนอื่นโยนทิ้งไว้เลยหยิบมาเสพ
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 พ.ต.ท.สุรพงศ์ ปะรินรัมย์ รอง ผกก.ป.สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ สายตรวจรถจักรยานยนต์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภออุทุมพรพิสัย ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ หลังได้รับแจ้งว่าพระอำพันธ์ อายุ 45 ปี เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ต.ก้านเหลือง อ.อุทุมพรพิสัย มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และมักนำยาบ้ามาเสพภายในกุฏิ
ซึ่งข้อร้องเรียนดังกล่าวสร้างความกังวลและความเอือมระอาให้กับประชาชนในชุมชน เนื่องจากวัดเป็นสถานที่ที่ประชาชนใช้ประกอบศาสนกิจ และเจ้าอาวาสถือเป็นบุคคลที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
เจ้าหน้าที่เดินทางไปยังวัดดังกล่าว ก่อนเข้าพบพระอำพันธ์ภายในวัด พร้อมแสดงตัวและแจ้งวัตถุประสงค์ในการเข้าตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดตามข้อร้องเรียนที่ได้รับ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกพระอำพันธ์มีท่าทีบ่ายเบี่ยงและไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะ โดยกล่าวในทำนองว่า “ตรวจยังไงก็ไม่เจอหรอก” ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพูดคุยและขอให้พระอำพันธ์ไปเก็บตัวอย่างปัสสาวะภายในห้องน้ำ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
ระหว่างการเก็บตัวอย่างปัสสาวะ พระอำพันธ์กลับแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า “ฉี่ไม่ออก” ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรอจนกว่าจะสามารถเก็บตัวอย่างได้ กระทั่งสามารถนำตัวอย่างปัสสาวะมาตรวจสอบด้วยชุดตรวจหาสารเสพติด
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏว่า พบสารเสพติดในปัสสาวะ หรือผลเป็นบวก (ฉี่ม่วง) เจ้าหน้าที่จึงสอบถามพระอำพันธ์เกี่ยวกับผลการตรวจดังกล่าว ก่อนที่พระอำพันธ์จะยอมรับว่าได้เสพยาบ้าจริง
นอกจากนี้ พระอำพันธ์ยังให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ภายในกุฏิของตนเองมียาบ้าอยู่ จึงได้พาเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นบริเวณกุฏิ เพื่อค้นหาสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 2 เม็ด พร้อมด้วย อุปกรณ์สำหรับเสพยาเสพติด อยู่ภายในกุฏิ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อประกอบการดำเนินคดี และนำตัวพระอำพันธ์เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
ระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน พระอำพันธ์ได้พยายามอ้อนวอนขอไม่ให้เจ้าหน้าที่จับกุม พร้อมอธิบายว่า เพิ่งกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรก และก่อนหน้านี้สามารถลดละเลิกยาเสพติดมาได้เป็นเวลานานประมาณ 5-6 พรรษา
พระอำพันธ์ยังกล่าวอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่า ยาบ้าที่พบในครั้งนี้มีบุคคลอื่นนำมาโยนทิ้งไว้ ก่อนที่ตนเองจะพบและนำมาเสพ เนื่องจากไม่สามารถอดใจได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยพิจารณาจากผลการตรวจปัสสาวะและของกลางที่ตรวจพบภายในกุฏิ
ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางพระธรรมวินัย ก่อนนำตัวพระอำพันธ์ไปยัง วัดเกษมสุข ต.ตาเกษ อ.อุทุมพรพิสัย เพื่อดำเนินการสึก โดยมีเจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัยร่วมดำเนินการตามขั้นตอน
หลังจากพ้นจากสมณเพศแล้ว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายอำพันธ์ จันสนิท ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายอำพันธ์ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย เพื่อดำเนินคดีและสอบสวนขยายผลตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง เจ้าอาวาสฉี่ม่วง ,ศรีสะเกษ