สังคม

ทลายรังยาเสริมความงามเถื่อน ยึดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์เถื่อน กว่า 1 พันชิ้น

1 ชั่วโมงที่แล้ว

8 views

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และยาออนไลน์ พื้นที่เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง จำนวน 35 รายการ รวมกว่า 1,291 ชิ้น มูลค่ากว่า 3,000,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.พีรดนย์  คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.


สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบแหล่งจำหน่ายยาไม่มีทะเบียนสำหรับฉีดเสริมความงามให้กับคลินิกเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ซึ่งหากมีการนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกายโดยเฉพาะใบหน้าอาจทำให้ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือเป็นอันตรายต่อผู้รับบริการได้


เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนจนทราบว่า มีคอนโดแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ถูกใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ วิตามิน ปากกาลดน้ำหนัก ฯลฯ


ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นำหมายศาลอาญา เข้าตรวจค้นคอนโดแห่งหนึ่ง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พบ นาย ศิวะ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์และยา ซึ่งนิยมใช้ในคลินิกเสริมความงาม ซึ่งมีทั้งเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ฟิลเลอร์กลุ่มสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid – H, เครื่องมือแพทย์ฟิลเลอร์ กลุ่มบำรุงและฟื้นฟูผิว, เครื่องมือแพทย์ฟิลเลอร์ กลุ่มฟื้นฟู บำรุง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน, ผลิตภัณฑ์ยา กลุ่มเมโสแฟต/แฟตสลายไขมัน,  ผลิตภัณฑ์ยา กลุ่มชีววัตถุ สารลดการทำงานของกล้ามเนื้อ, ผลิตภัณฑ์ยาควบคุมพิเศษ (ออกฤทธิ์ต่อระบบฮอร์โมน) ซึ่งไม่ได้ขึ้นทะเบียน


รวมตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำนวน 466 กล่อง, ยาควบคุมพิเศษที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำนวน 825 ชิ้น รวมจำนวน 1,291 ชิ้น มูลค่ากว่า 3,000,000 บาท


จากการสืบสวนขยายผล พบว่า สินค้าดังกล่าวนำเข้ามาจากต่างประเทศ จากนั้นนำมาจัดเก็บในคอนโดดังกล่าวเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และง่ายต่อการกระจายสินค้า โดย นายศิวะฯ จะเป็นผู้แพ็คและจัดสิ่งสินค้าตามคำสั่งของเจ้าของชาวเวียดนาม และทำมาแล้วประมาณ 2 เดือน


เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม

1. พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ ฐาน “ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์  เชานาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาและเครื่องมือแพทย์เถื่อนที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่ธุรกิจความงาม ซึ่งสถานที่ดังกล่าวไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิหรือมาตรฐานในการเก็บรักษาเวชภัณฑ์ตามกฎหมาย เมื่อถูกนำไปใช้กับประชาชนอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควรเนื่องจากผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพ หรืออาจก่อให้เกิดการแพ้รุนแรง เสียโฉม หรืออันตรายถึงชีวิตได้


ขอฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน ให้เลือกรับบริการจากคลินิกเสริมความงามที่ได้รับอนุญาตและมีความน่าเชื่อถือเท่านั้น โดยควรตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ก่อนรับบริการทุกครั้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดอาการแพ้รุนแรง หรืออันตรายต่อชีวิตได้โดยเฉพาะเมื่อใช้กับผิวพรรณซึ่งเป็นส่วนที่ละเอียดอ่อน


ทั้งนี้ ผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงามทุกแห่ง อย่าเห็นแก่ของถูกหรือสั่งยาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเพียงเพื่อลดต้นทุน เพราะท่านกำลังนำชีวิตคนไข้มาเสี่ยง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกวดขันจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทางสุขภาพให้กับสังคม โดยประชาชนทั่วไปหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ