สังคม
“ทนายสุชาติ” แจ้งความ “สมชัย” ฐานยักยอก-ฟอกเงินมูลนิธิ โอนไปเปย์สาวคนสนิท
8 ชั่วโมงที่แล้ว
242 views
“ณัฐวุฒิ” ทนายสุชาติ หอบหลักฐานแจ้งจับ “สมชัย” พร้อมพวก 6 คน ฐานยักยอกและฟอกเงินมูลนิธิไปให้สาวคนสนิท ซุกใกล้คอนโดย่านพญาไท
นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ประธานบริษัท AURELIAN GROUP และทีมกฎหมายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางมาที่สน.ทองหล่อ เพื่อเข้าแจ้งความกล่าวโทษ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw และนายปริญญา เทวนฤมิตรกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมพวกรวม 6 คน ตามความผิด พ.ร.บ.การฟอกเงิน
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้กล่าวโทษบุคคลดังกล่าวในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ยื่นเรื่องต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผ่านเลขาธิการ ปปง. หลังพบหลักฐานที่เชื่อมโยงกับการรับบริจาค โดยอ้างว่ามีการนำเงินจากบัญชีรับบริจาคไปใช้ในลักษณะผิดวัตถุประสงค์ และอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน โดยเห็นว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน
นายณัฐวุฒิ ยังอ้างว่า พบผู้เสียหายจากการรับบริจาคกว่า 2,000 ราย และระบุว่าตัวเองก็เคยทดลองโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว 2 บัญชี บัญชีละ 2,000 บาท เพื่อพิสูจน์การรับบริจาค พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยยืนยันว่าบัญชีดังกล่าวยังเปิดรับเงินบริจาคอยู่ และตั้งข้อสังเกตเรื่องการขออนุญาตเรี่ยไรเงิน
นายณัฐวุฒิ ยังอ้างอีกว่า นายสมชัย หรือที่ตนเองเรียกว่า “เสือใบ” ได้นำเงินบริจาค จาก 2 บัญชีของมูลนิธิ ไปโอนให้กับหญิงสาวคนสนิท โดยอ้างว่าทั้ง 2 คนมีพฤติกรรมเชิงชู้สาวเนื่องจากว่านายสมชัยมีภรรยาอยู่แล้ว ซึ่งตนมีพยานหลักฐาน ทั้งภาพถ่ายและข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน รวมถึงมีผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าจะนำหลักฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และจะดำเนินการกับประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนายสมชัยต่อไป
นายณัฐวุฒิ ยังเปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง หลังจากเคยกล่าวโทษนายสมชัย และนางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน โดยพนักงานสอบสวนตรวจสอบแล้วเห็นว่ามีมูล และนัดให้เข้าให้ถ้อยคำในวันที่ 2 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น.
นายณัฐวุฒิ ยังระบุด้วยว่า หากนางสาวพนิดามีการให้ถ้อยคำพาดพิงถึงกมธ.องค์กรศาล องค์กรอิสระฯ และอนุ กมธ.กิจการศาล องค์อิสระฯ สภาผู้แทนราษฎร ทั้งคณะ ว่า มีส่วนให้ความเห็นชอบแต่งตั้งนายสมชัย โดยหากตรวจสอบแล้วพบว่าเกี่ยวข้องจริง นายณัฐวุฒิเตรียมกล่าวโทษกรรมาธิการทั้งคณะต่อ ป.ป.ช. รวมถึงอัยการรายหนึ่งที่เข้าร่วมเป็นอนุกรรมาธิการดังกล่าว โดยอ้างว่าจะกล่าวโทษในประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย พร้อมเรียกว่าเป็น “อัยการเสื้อส้ม” และจะร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีที่ กกต.ออกมาชี้แจงว่า นายณัฐวุฒิเคยดำรงตำแหน่งอนุกรรมการเป็นเวลา 57 วัน นายณัฐวุฒิโต้ว่า ตัวเลข 57 วันเป็นระยะเวลาของกระบวนการทางเอกสารภายใน กกต. ไม่ใช่ระยะเวลาที่ตนปฏิบัติหน้าที่ โดยยืนยันว่า หลังได้รับหนังสือแต่งตั้ง ตนเองลาออกภายใน 2 วัน เพราะไม่ได้ให้ความยินยอมในการแต่งตั้งและไม่มีเวลาปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเป็นนักธุรกิจและนักลงทุน
นายณัฐวุฒิ ยังชี้แจงกรณีนายสมชัยตั้งข้อสังเกตว่ารู้จักกับ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรมมการ กกต. ว่าเคยเรียนด้วยกันในช่วงก่อนปี 2557 และจบปริญญาเอกด้านกฎหมายในปี 2557 หลังจากนั้นไม่ได้พบหรือเกี่ยวข้องกันในการทำงาน โดยยืนยันว่าการแต่งตั้งตนเป็นอนุกรรมการเป็นเรื่องของประธาน กกต. ในขณะนั้น และตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับ กกต. ซึ่งไม่ใช่ประธานคนปัจจุบัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าใช่นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. หรือไม่ นายณัฐวุฒิ ตอบว่า ใช่
ขณะเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าขาดคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง สส. โดยยืนยันว่าตนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย และไม่ได้ถูกให้ออกจากราชการจากกรณีทุจริต พร้อมอ้างว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีที่มาจากกรณีการถูกดำเนินการทางวินัย และมีผู้พยายามเรียกร้องเงินจำนวน 10 ล้านบาทใน 2 เรื่อง รวม 20 ล้านบาท ซึ่งนายณัฐวุฒิมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งและเป็นมติที่ไม่เป็นธรรม
ส่วนกรณีที่วันนี้นายสมชายเชิญตนเองไปร่วมเฟรม หลังที่ตนเองประกาศจะติดตามนั้น นายณัฐวุฒิ ตอบว่าไม่ได้ให้ค่ากับนายสมชัย และไม่จำเป็นต้องไปร่วมเฟรม แต่จะตามไปจิบกาแฟใต้คอนโด เผื่อเจอพฤติกรรมชู้สาว จะได้ฟ้องภรรยาของนายสมชัย
นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีสภาทนายความจำหน่ายชื่อของตนออกจากระบบว่า เห็นว่าไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมระบุว่ามีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการของผู้บริหารสภาทนายความ และเตรียมดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องทั้งชุด
ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ เรียกร้องให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะสภานายกพิเศษตาม พ.ร.บ.ทนายความ เข้ามาตรวจสอบและคืนความเป็นธรรมให้กับตน พร้อมยืนยันว่าไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งจากสภาทนายความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พร้อมย้ำว่า จะเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในทุกประเด็น โดยระบุว่ามีหลักฐานที่จะนำมาเปิดเผยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ส่วนกรณีผลโพลของสวนดุสิต ระบุค่าความนิยมของ นางสาวไอซ์ รัชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต พรรคประชาชน รองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ มีคะแนนสูงกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ ดุสิตโพลเปิดเผย ตนมองว่า “เป็นโพลที่มั่ว บ้าไปแล้ว ผลวิจัยแบบนี้ต้องเจอกับตนเอง โพลแบบนี้ตนรับไม่ได้ มันเฮงซวย ตกเป็นผู้ต้องหาแต่ทำไมค่าความนิยมเยอะกว่านายกรัฐมนตรี”
แท็กที่เกี่ยวข้อง ทนายสุชาติ ,สมชัย ศรีสุทธิยากร ,ยักยอกทรัพย์ ,ฟอกเงิน