สังคม

รถสายตรวจพุ่งชนจยย.วัยรุ่นดับสลด 4 ราย สาหัส 1 คาดไล่จับ “นักบิน” ก่อนเกิดอุบัติเหตุ

26 ส.ค. 2569

610 views

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สายตรวจ สภ.บ้านไผ่ ชนกับรถจักรยานยนต์ บนถนนสายบ้านหนองผือ–บ้านธาตุ ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย


ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์สายตรวจยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีบีอาร์ หมายเลขทะเบียนตราโล่ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีขาว–น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขอนแก่น


ผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมา ได้แก่ นายมินทาดา อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ นายศุภกร อายุ 17 ปี นายอนุชา อายุ 21 ปี และ ส.ต.อ.ทัศพล อายุ 29 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บ้านไผ่


ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสคือ ส.ต.ท.สหภาพ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น เนื่องจากมีอาการสาหัส


จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า จุดที่รถจักรยานยนต์ทั้งสองคันชนกันอยู่บริเวณสุดแนวแสงสว่างจากไฟฟ้าข้างทาง โดยมีบ้านประชาชนอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร



นางนาถอนงค์ อายุ 52 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ในพื้นที่และเป็นอาของนายอนุชา หนึ่งในวัยรุ่นที่เสียชีวิต เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 22.00–23.00 น. ของคืนที่ผ่านมา ได้ยินเสียงรถบิ๊กไบก์ท่อดังจำนวน 1 คัน ขับผ่านหน้าบ้านไปด้วยความเร็ว จากนั้นได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์สายตรวจขับตามรถบิ๊กไบก์ไปด้วยความเร็วเช่นกัน ก่อนจะได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ขับตามมาอีกคัน



หลังจากนั้นไม่นานได้ยินเสียงดังคล้ายรถชนกัน ก่อนทุกอย่างจะเงียบลง เมื่อออกมาดูก็มองไม่เห็นอะไร และไม่คิดว่าเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากไม่ได้ยินเสียงผู้บาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งภายหลังเห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ จึงออกไปตรวจสอบและพบผู้เสียชีวิต 4 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือนายอนุชา หลานชายของตน



นางนาถอนงค์ตั้งข้อสงสัยว่า รถบิ๊กไบก์คันดังกล่าวอาจเป็นกลุ่มที่เรียกกันว่า “นักบิน” ซึ่งนำยาบ้ามาส่งให้วัยรุ่นในพื้นที่ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม ขณะเดียวกันรถจักรยานยนต์ของหลานและเพื่อนได้ขับตามมา และอาจเป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเลี้ยวรถกลับเพื่อเรียกตรวจค้น จึงทำให้รถทั้งสองคันชนกัน



นางนาถอนงค์ยอมรับว่า นายอนุชาเสพยาเสพติดจริง และมีการพบยาบ้าบนตัวนายอนุชา โดยนายอนุชาเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดซึ่งรับโทษ 1 เดือน และพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต



ญาติยืนยันว่าไม่ได้ติดใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า “สงสารหลานก็สงสาร สงสารตำรวจก็สงสาร เข้าใจดีว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่”



ส่วนการจัดงานศพ ขณะนี้ครอบครัวยังไม่สามารถรับร่างกลับมาได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการผ่าชันสูตร และต้องรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาอีกครั้ง



เบื้องต้น ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายอยู่ระหว่างการชันสูตรที่ภาควิชานิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1–2 วัน



ขณะที่กล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่รถจักรยานยนต์ชนกันประมาณ 150 เมตร บันทึกภาพรถบิ๊กไบก์ปริศนาเมื่อเวลา 22.52.05 น. ขับออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นรถที่นำยาเสพติดมาส่งให้กลุ่มวัยรุ่น และกำลังขับหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานจากภาพวงจรปิด



ต่อมาเวลา 22.57 น. หรือประมาณ 5 นาทีหลังจากภาพแรก กล้องวงจรปิดอีกมุมบันทึกภาพรถบิ๊กไบก์คันดังกล่าววนกลับมาอีกครั้ง คาดว่าเพื่อสำรวจเหตุการณ์ หลังรถจักรยานยนต์ของตำรวจชนกับรถจักรยานยนต์ Honda Wave จนมีผู้เสียชีวิต



กระทั่งเวลา 22.57.07 น. รถบิ๊กไบก์ได้ผ่านบริเวณจุดที่รถทั้งสองคันชนกัน พร้อมเบิ้ลเครื่อง 1 ครั้ง ซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากความตกใจ ก่อนขับหลบหนีออกจากพื้นที่ไป



ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.บ้านไผ่ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.บ้านไผ่ โดยได้รับข้อมูลว่า ในคืนเกิดเหตุ ส.ต.อ.ทัศพล ชัยชนะ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ และ ส.ต.ท.สหภาพ มหาราช อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นผู้ซ้อนท้าย ได้ออกตรวจพื้นที่ตามปกติ



ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจทั้ง 2 นายตรวจพบหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งตำรวจระบุว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติด พร้อมตรวจพบยาบ้า 193 เม็ด จึงควบคุมตัวไว้และวิทยุประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใน สภ.บ้านไผ่ ให้เข้าไปตรวจสอบและรับตัวหญิงรายดังกล่าว



หลังส่งมอบตัวผู้ถูกจับกุมแล้ว ส.ต.อ.ทัศพลและ ส.ต.ท.สหภาพได้ออกปฏิบัติภารกิจต่อ กระทั่งผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง มีการรับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน โดยขณะรับแจ้งยังไม่มีใครทราบว่า หนึ่งในรถที่ประสบเหตุเป็นรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ



เมื่อเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบ ส.ต.อ.ทัศพล อายุ 29 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วน ส.ต.ท.สหภาพ มหาราช อายุ 30 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์สายตรวจยี่ห้อฮอนด้า ซีบีอาร์ ทะเบียน โล่ อยู่ในสภาพพังเสียหายอย่างหนัก



นอกจากนี้ ยังพบรถจักรยานยนต์ Honda Wave สีขาว–น้ำเงิน พังเสียหายอย่างหนักเช่นกัน พร้อมร่างผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายมินทาดา อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตรวจพบยาบ้า 42 เม็ด บรรจุอยู่ในซองภายในกระเป๋ากางเกง , นายศุภกรอายุ 17 ปี ผู้โดยสารที่นั่งตรงกลาง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตรวจพบยาบ้า 2 เม็ด อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้า และนายอนุชา อายุ 21 ปี ผู้ซ้อนท้าย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตรวจพบยาบ้า 8 เม็ด บรรจุอยู่ในซองภายในกระเป๋ากางเกง



พ.ต.อ.รักชาติยืนยันว่า ยาบ้าที่ตรวจพบไม่ได้ตกกระจายเกลื่อนถนนตามข้อมูลที่ปรากฏในช่วงแรก แต่ถูกตรวจพบอยู่ในกระเป๋ากางเกงของผู้เสียชีวิตแต่ละราย และสำหรับลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการชนประสานงาระหว่างรถจักรยานยนต์ทั้งสองคัน ไม่ใช่การขับไล่ติดตามกันมาแล้วชนกัน ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ก่อนเกิดการชนอาจมีการขับไล่กันมาก่อนหรือไม่ รวมถึงประเด็นที่อาจมีการหลบหนีเข้าซอยหรือออกจากซอย ก่อนที่รถทั้งสองคันจะกลับมาเจอกันและชนประสานงา



ขณะเดียวกัน ยังไม่มีการยืนยันว่ากลุ่มวัยรุ่นที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย เป็นเครือข่ายเดียวกับหญิงที่ตำรวจจับกุมพร้อมยาบ้า 193 เม็ดก่อนหน้านี้หรือไม่ รวมถึงยังไม่ทราบว่าตำรวจทั้ง 2 นายได้รับข้อมูลอะไรมาก่อน จึงมีการติดตามจับกุม เนื่องจากขณะนี้ ส.ต.ท.สหภาพ ซึ่งเป็นผู้ซ้อนท้ายและได้รับบาดเจ็บสาหัส ยังไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ตำรวจจึงต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด และตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดย พ.ต.อ.รักชาติยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ