สังคม

ย่าร่ำไห้ หลานเป็นเด็กพิเศษวัย 12 ปี ถูกเพื่อนรุมทำร้ายกลางป่า โรงเรียนปัดความรับผิดชอบ อ้างเหตุเกิดนอกรั้ว

21 ส.ค. 2569

854 views

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “สวนหลวง วันนี้” โพสต์คลิปวิดีโอที่เด็กหญิงรายหนึ่งถูกเพื่อนนักเรียน โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านอ่อนนุช 17 แยก 24 รุมทำร้าย โดยภาพเหตุการณ์มีความรุนแรง และมีคนพูดถึงในโซเชียลเป็นจำนวนมาก ล่าสุดทีมข่าวได้เดินทางมาพูดคุย นางอร อายุ 73 ปี ย่าของน้องเอ อายุ 12 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่หลานสาวถูกกลุ่มนักเรียนรุมทำร้ายว่า ตามคลิปที่ปรากฏในโซเชียลครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลานโดนทำร้าย โดยครั้งแรกที่หลานโดนทำร้ายเกิดขึ้นประมาณเดือนที่แล้ว มีกลุ่มเพื่อนของหลานทั้งผู้หญิงและผู้ชายกว่า 10 คนมาที่หน้าบ้านพร้อมมาทวงถามค่าบุหรี่ไฟฟ้า ราคา 390 บาท ตนจึงตัดสินใจให้ไปในราคา 300 บาท ทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจ ก่อนที่จะออกจากบ้านไป หลังจากนั้นตนเองก็ออกไปทำงาน มาทราบภายหลังว่ากลุ่มวัยรุ่นกลับมาที่หน้าบ้านอีกครั้งพร้อมกับมาลากหลานสาวออกจากบ้านไปรุมทำร้าย ทั้งตบ ตี หลานก็ร้องไห้หาย่า แต่ตนก็ไม่อยู่ เพราะออกไปทำงาน


ส่วนกรณีที่กลุ่มเด็กอ้างเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า นางอร กล่าวว่า หลานไม่ได้เป็นคนถือบุหรี่ไฟฟ้า แต่มีคนให้หลานถือ ก่อนที่ผู้ชายอีกคนจะนำไปโยนทิ้งน้ำ จากนั้นจึงกลับมาเรียกเงินจากหลาน


สำหรับเหตุการณ์รอบที่สอง หรือภาพที่มีการแชร์ในโซเชียลที่หลานสาวถูกเพื่อนลงมือทำร้าย นางอร ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนที่แล้วเป็นกลุ่มเดิมผู้หญิงประมาณ 4-5 คน โดยอ้างว่าหลานไปแย่งแฟน ทั้งที่จริงแล้วหลานเพียงพูดคุยกับเพื่อน ไม่ได้เป็นแฟนกัน จากนั้นกลุ่มเด็กได้หลอกให้หลานไปยังบริเวณป่า ก่อนรุมทำร้าย โดยมีทั้งเตะ ถีบ ดึงผม เอานมราด และใช้สิ่งของทำร้ายร่างกาย จนผมของหลานร่วงเป็นกระจุกและมีเศษดิน เศษไม้ไผ่ติดอยู่ในเส้นผม จนผมพันกันไม่สามารถหวีได้ ทำให้ต้องให้หลานตัดผมสั้น


นางอร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุหลานได้รับบาดเจ็บ มีอาการปวดศีรษะ ปวดเท้า และเจ็บตามร่างกาย โดยถูกใช้รองเท้าตี รวมถึงมีการใช้ก้อนหินและท่อนไม้ทำร้ายบริเวณหัว จนมีอาการช้ำและหูอื้อ ต้องพาไปรักษาที่โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา และคลินิก ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาและค่าเดินทางจำนวนมาก


สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนมองว่าทำกันรุนแรง เด็กพวกนี้เป็นเด็กไม่ดี ทั้งที่หลานเป็นเด็กพิเศษและค่อนข้างเชื่อคนง่าย ใครชวนไปไหนก็มักจะไป ตนจึงกลัวว่าหลานจะถูกทำร้ายอีก เลี้ยงหลานมาอยู่กันแค่สองย่าหลาน เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุถูกทำร้ายหลานก็ไม่กล้าไปโรงเรียน ผ่านมาจะหนึ่งสัปดาห์แล้ว ทั้งที่ใจจริงหลานอยากจะไปเรียนมาก


นางอร ระบุว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความที่ สน.คลองตันแล้ว แต่รู้สึกว่าเรื่องยังไม่คืบหน้า ตนก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะเป็นเพียงแค่คนจน ขณะที่ทางโรงเรียนไม่ได้เข้ามารับผิดชอบ โดยให้เหตุผลว่าเหตุเกิดนอกโรงเรียน แต่ตนมองว่าเด็กที่ก่อเหตุยังเป็นนักเรียนของโรงเรียน จึงอยากให้โรงเรียนเข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วย หลานโดนทำร้ายกี่ครั้งสงสารหลาน


นางอร กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีพ่อแม่และผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุประมาณ 5 คน เดินทางมาขอโทษ และให้เด็กเข้ามาขอโทษตน แต่ตนมองว่าการขอโทษเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้อาการบาดเจ็บหายไปได้ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินเรื่องและต้องการให้มีผู้รับผิดชอบ รวมถึงเรียกค่าเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนกลุ่มนักเรียนที่ก่อเหตุทำเพียงแค่ยกมือไหว้ส่งๆ ไม่พูดอะไร เพราะกลัวว่าจะโดนพ่อแม่ดุ


นางอร กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนมีอาชีพเก็บขยะและนำไปขายเพื่อเลี้ยงหลาน โดยหลานไม่มีพ่อแม่และตนเป็นคนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก จึงอยากให้ทุกฝ่ายเข้ามารับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมาเสียค่าใช้จ่ายทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าเดินทางไปโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก ขณะที่ตนเองก็มีรายได้ไม่มากนัก


ขณะที่ เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านอ่อนนุช 17 แยก 24 เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่ถูกกลุ่มเพื่อนทำร้ายว่า ก่อนเกิดเหตุมีเพื่อนบอกให้ตนไปพูดคุยด้วยในช่วงเย็น และมารออยู่บริเวณหน้าโรงเรียน ก่อนพาตนออกไป แม้ตนจะปฏิเสธและบอกว่าต้องรีบกลับบ้าน เนื่องจากเหนื่อยจากการเรียน แต่ฝ่ายดังกล่าวไม่ยอมและลากตนไปบริเวณด้านหลังโรงเรียนซึ่งเป็นป่า


เด็กหญิงเอ เล่าว่า เมื่อไปถึง ตนบอกว่าไม่อยากไป แต่ถูกลากไปและทำร้าย โดยอีกฝ่ายดึงหัว จากนั้นใช้เข่ากระแทกหัว ก่อนใช้กระป๋องเหล็กที่ขึ้นสนิมฟาดบริเวณแขน และลากตนไปกับพื้น พร้อมจับหัวโขกกับพื้น ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีก้อนหินจำนวนมาก ขณะเกิดเหตุ ตนพยายามร้องไห้ แต่อีกฝ่ายข่มขู่ว่าหากร้องไห้จะทำให้ถึงตาย


ส่วนสาเหตุที่ถูกทำร้าย เด็กหญิงเอ ระบุว่า อีกฝ่ายกล่าวหาว่าตนไปแย่งแฟน โดยตนยืนยันว่าไม่ได้แย่ง เพราะมองเด็กผู้ชายคนดังกล่าวเป็นเพื่อนและเล่นด้วยกันตามปกติ พร้อมบอกว่าไม่ทราบว่าเด็กชายเป็นแฟนของอีกฝ่าย เนื่องจากไม่เคยมีใครบอก หากรู้ตั้งแต่แรกก็จะไม่เข้าไปยุ่ง


เด็กหญิงเอ ยังเล่าถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ว่า เคยถูกทำร้ายจากเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อนในกลุ่มบอกว่าอยากจะฝากบุหรี่ไว้ที่ใครสักคน เพราะเอาเข้าบ้านไม่ได้ ตอนแรกตนบอกว่าให้เอามาเก็บไว้ที่ตนเอง แต่ด้วยความกลัวว่าหากเอาเข้าบ้านแล้วจะถูกย่าดุ จึงนำไปไว้ที่เพื่อนอีกคน แต่เพื่อนคนดังกล่าวกลับเอาบุหรี่ไฟฟ้าไปโยนทิ้งแม่น้ำ เพื่อนที่เป็นเจ้าของบุหรี่ไฟฟ้าไม่พอใจ และมาที่บ้านทวงถามเรื่องค่าบุหรี่ไฟฟ้ากับย่าของเด็กหญิงเอ โดยมีการใช้คำพูดด่าทอย่า ล้อเลียนว่าย่าหัวล้าน จากนั้นมีการเรียกเด็กหญิงเอออกไปบริเวณลานจอดรถ แต่เด็กหญิงเอไม่ยอมออกไป จึงมีเพื่อนอีกคนเข้ามาลากออกไป ก่อนถูกทำร้ายและจับหัวโขกกับก้อนหิน


เด็กหญิงเอ ระบุว่า เหตุการณ์จากเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเกิดขึ้น 2 ครั้ง โดยอีกครั้งหนึ่งถูกใช้หมวกกันน็อกตีศีรษะ ถูกเตะหัว รวมถึงถูกตบและต่อยหัว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบ่ายถึงเย็นของอีกวันหนึ่ง และฝ่ายที่ก่อเหตุมาที่บ้านเช่นเดียวกัน


เด็กหญิงเอ ยังเปิดเผยว่า เคยบอกเรื่องการถูกทำร้ายให้ครูทราบตั้งแต่ครั้งแรก โดยครูพูดคุยและแจ้งว่าหากเกิดขึ้นอีกจะให้พักการเรียน แต่เมื่อเกิดเหตุครั้งต่อมา กลับได้รับคำตอบจากครูว่าไม่รับเรื่อง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกโรงเรียน ทำให้ตนไม่ทราบว่าทางโรงเรียนมีการดำเนินการอย่างไร สำหรับเหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายล่าสุด เด็กหญิงเอ ระบุว่า กลุ่มเพื่อนที่ก่อเหตุเป็นผู้หญิงประมาณ 4-5 คน ไม่รวมตัวเอง


เด็กหญิงเอ บอกว่ามีอาการเจ็บบริเวณขมับ รวมถึงถูกทำร้ายบริเวณศีรษะและมือจากการถูกใช้รองเท้าฟาดหลายครั้ง มีรอยเขียวช้ำตามร่างกาย และช่วงแรกมีอาการปวดคอ นอกจากนี้ เส้นผมยังมีเศษใบไม้ติดอยู่จำนวนมากจากการถูกลากไปกับพื้นจนไม่สามารถหวีหรือสระเองได้ ต้องให้ช่างช่วยทำความสะอาด และต้องตัดผมออกบางส่วน เนื่องจากเศษใบไม้ติดอยู่กับเส้นผมเป็นจำนวนมาก


เด็กหญิงเอ บอกอีกว่า ในช่วงที่ถูกทำร้าย มีเพื่อนสนิทอยู่ในเหตุการณ์และยืนมอง แต่ไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือ หลังจากนั้นมีเพื่อนและรุ่นพี่มาสอบถามอาการ โดยตนบอกว่าสบายดี แม้จะยังมีอาการเจ็บบริเวณศีรษะและร่างกายอยู่บ้าง


ก่อนที่ทั้งคู่จะพาทีมข่าวเดินทางไปพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบว่าอยู่บริเวณซอยด้านหลังโรงเรียน ภายในซอยชุมชนพัฒนาริมคลองบ้านป่าจากการตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นซอยค่อนข้างแคบ เข้าได้เพียงรถจักรยานยนต์และคนเดิน จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่ารกร้าง ไม่มีบ้านเรือนอยู่บริเวณใกล้เคียง และไม่พบกล้องวงจรปิด ขณะที่จุดเกิดเหตุอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน โดยในพื้นที่พบกล่องนมจำนวนมาก ทั้งกล่องที่เปิดแล้วและกล่องที่ยังไม่ได้เปิดอยู่ในบริเวณดังกล่าว


ต่อมาเวลา 10.00 น. ทีมข่าวได้เดินทางมายังโรงเรียน เพื่อติดตามข้อเท็จจริงกรณีเด็กหญิงเอ วัย 12 ปี โดยพยายามขอเข้าไปภายในโรงเรียนและพูดคุยกับผู้อำนวยการหรือคุณครูที่เกี่ยวข้อง แต่ทางโรงเรียนแจ้งให้ผู้สื่อข่าวรอบริเวณด้านนอก และมีการล็อกประตูทันทีจึงทำให้ในขณะนี้ทีมข่าวข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้นจากทางโรงเรียน


ขณะที่ทีมข่าวได้ติดต่อไปที่ สน.คลองตัน เช่นเดียวกันแต่เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ