สังคม
ชาวบ้านถาม “บอยนักสืบ” ข้อมูลแม่นหรือไม่ ยันไม่เห็น ผอ.กับสาวแอบแซ่บข้างเมรุ
20 ส.ค. 2569
815 views
ชาวบ้าน-ครูฝากถาม “บอยนักสืบ” ว่ามีหลักฐานแค่ไหนว่า ผอ.กับบุคลากรโรงเรียน มีสัมพันธ์ป่าข้างเมรุ ชี้พบรถมาจอด-ถ่ายภาพเมรุจริง แต่ไม่มีเหตุการณ์ตามเป็นข่าว เผยไม่มี ผอ. ไม่มีสาวมีลูกน้อย 4 เดือน อยากให้เผยหลักฐาน หรือลูกน้องบอยนักสืบต้มลูกพี่
วันที่ 20 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อทีมงานนักสืบเอกชนชื่อดัง “บอยนักสืบ” ได้เผยแพร่ผลงานการสืบคดีชู้สาว ซึ่งสามีถือเป็นผู้เสียหาย เข้าจ้างบอยนักสืบให้สืบว่าภรรยาของตัวเองที่มีลูกน้อยเพียง 4 เดือน ไปมีชู้อะไรกับใครหรือไม่ภายในโรงเรียน
เนื่องจากสามีเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา ซึ่งเป็นบุคลากรในโรงเรียนแห่งหนึ่ง มักจะหาข้ออ้างขอออกนอกบ้านในเวลากลางคืน โดยอ้างว่าออกไปซื้อของที่ตลาด อยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับเริ่มมีกระแสข่าวลือจากคนรอบข้าง และคนในพื้นที่ว่า ภรรยาของตนและผู้อำนวยการโรงเรียน (ผอ.) มีพฤติกรรมใกล้ชิดสนิทสนมกันเกินเลย ในลักษณะแปลกๆ ภายในโรงเรียน
ในข่าวของบอยนักสืบระบุว่า พบภาพบาดตาบาดใจ โดยทั้งสองได้นัดพบ และทำพฤติกรรมเชิงชู้สาวกันในสถานที่ที่ไม่คาดคิด นั่นคือ บริเวณหน้าเมรุเผาศพภายในวัด ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีภาพถ่าย และคลิปวิดีโอทั้งหมดอย่างละเอียด ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สร้างความสะเทือนใจและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมเป็นอย่างมากตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดหนองโบสถ์ ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ พบนางปาริษา (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ภรรยากรรมการวัดหนองโบสถ์ เปิดเผยว่า พวกเธอดูข่าวแล้วตกใจ มั่นใจไม่เป็นความจริง เมื่อย้อนไปเมื่อวานนี้ (19 ส.ค. 2569) ช่วงเย็น ได้มีรถเก๋งยี่ห้อนิสสันสีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ มาจอดอยู่ข้างเมรุของวัด ซึ่งตอนนั้นพวกเธออยู่บริเวณนั้นประมาณ 7-8 คน เห็นลงมาถ่ายภาพเมรุ ถ่ายภาพวัดและถ่ายภาพป่า ข้างเมรุชาวบ้านจึงเข้าไปถามว่ามาทำอะไรเพราะจอดนาน ชายซึ่งมาด้วยกัน 2 คนในรถบอกว่า “ผมจอดสูบบุหรี่เดี๋ยวผมไปแล้ว ไม่นานก็ขับรถออกไปรวมรถเก๋งสีดำมาจอดประมาณ 2 ชม.
ภาพที่ออกข่าวเป็นภาพเมรุของวัดจริง แต่พวกเธอยืนยันว่าไม่มีผู้หญิงหรือ ผอ.มาบริเวณนั้น ส่วนภาพชายที่ปรากฎอยู่ในป่าจำได้ว่าเป็นหนึ่งในชายสองคนที่มาด้วยกัน เพราะเธอเข้าไปถามถึงรถ จึงอยากจะให้ “บอยนักสืบ”เอาหลักฐานมาเปิดเผยมากกว่านี้ เพราะข้อมูลที่ออกไปไม่ตรงกับความเป็นจริง
เช่นเดียวกับนาง นางอ้อม (นามสมมติ) อายุ 53 ปี เป็นแม่ครัวในโรงเรียนกล่าวย้ำว่า “เป็นไปไม่ได้” ข้อมูลผิดทั้งหมดโรงเรียนมีครู 7 คน เป็นหญิง 5 ชาย 2 คน ส่วนใหญ่มีลูกโต 8-9 ขวบ ไม่มีครูหรือบุคลากรคนใดมีลูกวัย 2 เดือน ประกอบกับโรงเรียนมีนักเรียนน้อยกว่าเกณฑ์จึงไม่มี ผอ. มีเพียงรักษาการ
ยอมรับว่าเห็นรถเก๋งคันสีดำเข้ามาวนเวียนอยู่ในโรงเรียน สามีจึงไปถ่ายคลิปรถเอาไว้ แล้วเอาให้ตำรวจที่รู้จักกันตรวจสอบพบว่าป้ายทะเบียนไม่ตรงกับตัวรถ ตอนนี้ก็ยังงงว่าในข่าวระบุว่าตนเองรู้เห็น อยากให้บอยนักสืบมาชี้แจง เพราะถ้าเป็นระดับ ผอ.จริงคงไม่มาทำอะไรข้างเมรุ
ทั้งนี้ในช่วงเกิดเหตุว่ามีความผิดปกติที่มีรถแปลกเข้ามาได้กำชับนักเรียนไม่ให้ออกจากห้องแล้วรายงานไปตามลำดับขั้น
อย่างไรก็ตามชาวบ้านต่างตั้งข้อสังเกตหลายประการเกี่ยวกับการทำงานของบอยนักสืบว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ลูกน้องที่ให้มาสืบทำงานไม่สำเร็จแล้วสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อรับค่าจ้าง รวมถึงบอยนักสืบ “ก็จะได้รับเงินส่วนที่ค้างกับผู้ว่าจ้าง” หรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง ผอ. ,บอยนักสืบ ,ข้างเมรุ ,บุรีรัมย์