สังคม
บึงกาฬเจอน้ำโขงไหลย้อน ซ้ำน้ำฝนสะสม เอ่อท่วมพื้นที่เกษตรเกือบ 1,000 ไร่
2 ชั่วโมงที่แล้ว
16 views
ระดับน้ำโขงที่จังหวัดบึงกาฬเช้านี้แม่จะลดลง แต่เจอมวลน้ำไหลย้อนกลับเข้ามาตามลำห้วย ส่งผลให้มวลน้ำเอ่อท่วมพื้นที่เกษตรเกือบ 1,000 ไร่
วันที่ 14 ส.ค. เวลา 06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดบึงกาฬ เช้าวันนี้ ที่จุดวัดระดับน้ำบ้านพันลำ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ วัดได้ 12.15 ม. ลดลงจากวานนี้ 15 เซนติเมตร ซึ่งใน 2 วันมานี้ระดับน้ำโขงลดลงกว่า 40 เซนติเมตร
อย่างไรก็ตามถึงแม้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลง แต่มวลน้ำที่ไหลย้อนกลับเข้ามาตามลำห้วยสาขา และน้ำโขงที่ล้นตลิ่ง ในอำเภอปากคาด อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า และอำเภอบึงโขงหลง บางพื้นที่น้ำโขงยังท่วมขังอยู่เป็นบริเวณกว้าง
เช่นเดียวกับที่บริเวณ ที่ตั้งสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ-ปากซัน ที่คลอบคลุมพื้นที่ตำบลวิศิษฐ์ และตำบลไคสี อ.เมืองบึงกาฬ น้ำโขงที่ไหลย้อนกลับเข้าลำห้วยผาคาง ทำให้มีน้ำท่วมบริเวณสวนย่อมใต้สะพานไทย-ลาว และบริเวณแอ่งรับน้ำรอบบริเวณด่านศุลกากร แต่บริเวณตัวอาคาร และพื้นที่ลานจอดรถบนด่านศุลกากร น้ำยังไม่ท่วม และยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ
สำหรับห้วยผาคาง เป็นลำห้วยสาขาที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำโขงมานานหลาย 10 ปี ในทุกๆปี ที่น้ำในแม่น้ำโขงสูงและไหลย้อนกลับเข้าลำห้วย จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านมาโดยตลอด ตั้งแต่ยังไม่มีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 จนมาถึงทุกวันนี้ ที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ-ปากซัน ก่อสร้างเสร็จ และเปิดใช้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างไทย กับ สปป.ลาว มาเกือบปีแล้ว ภาพน้ำท่วมยังมีให้เห็นในทุกๆปี ตลอด 8 ปี ที่ผ่านมา
ในปัจจุบันถึงแม้โครงการชลประทานบึงกาฬ จะมีแผนการก่อสร้างประตูเปิด-ปิด ระบายน้ำบริเวณห้วยผาคางลงสู่แม่น้ำโขงแล้ว แต่โครงการก็ถูกชะลอ และยับยั้ง ยึดเยื้อ ออกไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว จนล่าสุดในปีนี้ทางโครงการชลประทานระบุว่ามีแผนการก่อสร้างประตูระบายน้ำในปี 2572
นอกจากนี้บริเวณหนองเบ็น ,หนองหวาย , หนองโน , หนองดินแดง ,หนองเมี้ยง ,ห้วยทามค้า ,หนองซุง ในพื้นที่บ้านหนองแวง ม.3 ,บ้านดอนยม ม.2 ,บ้านโนนแพง ม.9 ,บ้านคำหมื่น ม.7 ,บ้านคำแสน ม.10 ที่เป็นแหล่งรองรับมวลน้ำฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ และรองรับมวลน้ำโขงที่ไหลย้อนกลับเข้ามา ทำให้มีน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรทั้งนาข้าว สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนไม้ผล ไม่ยืนต้นอื่นๆ รวมถึงบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของชาวบ้าน มากกว่า 700 ไร่ โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยาง ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปกรีดยางพาราได้ ซึ่งยางพาราก็ถือเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ชาวบ้านต้องอาศัยรายได้ จากการขายยางพาราก้อนถ้วย มาใช้จ่ายเป็นรายเดือน ทั้งค่าน้ำค่าไฟ ให้บุตรหลานไปโรงเรียน ล่าสุดสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองบึงกาฬ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในเบื้องต้นแล้ว
ส่วนถนนระหว่างหมู่บ้าน บ้านคำแสน ต.ไคสี เชื่อมต่อ บ้านห้วยสามยอดเทวกุล ต.โป่งเปือย ที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 80 ซม.เช้านี้ระดับน้ำลดลงรถยนต์สามารถสัญจรไป-มา ได้แล้ว