สังคม

กรมอุทยานฯ เผยเสือโคร่งขย้ำเจ้าหน้าที่ ระบุชัดเป็นลูกแม่อภิญญา อยู่ในช่วงวัยรุ่น ชี้ไม่เข้าข่าย “เสือกินคน”

3 ชั่วโมงที่แล้ว

340 views

กรมอุทยานฯ แถลงความคืบหน้ากรณีเสือโคร่งขย้ำเจ้าหน้าที่ ระบุชัดเป็นลูกเสือวัยรุ่น กำลังเรียนรู้วิธีล่า เป็น 1 ใน 3 ตัว ลูกของแม่เสืออภิญญา ชี้เป็นเหตุบังเอิญ ไม่เข้าข่าย “เสือกินคน” ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวในพื้นที่


วันที่ 6 ส.ค. 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มอบหมายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) พร้อมด้วยกองอนุรักษ์สัตว์ป่า แถลงข้อเท็จจริงกรณีเสือโคร่งทำร้ายเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมี นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) พร้อมด้วย นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และนายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงและมาตรการดำเนินงาน ณ หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งแฝก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี

นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ระบุว่าจากการตรวจสอบฐานข้อมูลภาพถ่ายลายเสือโคร่ง (Camera Trap) ซึ่งมีการจัดเก็บและศึกษาวิจัยพัฒนาฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี จนสามารถระบุอัตลักษณ์ลายเสือซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างแม่นยำ ทำให้ยืนยันตัวตนเสือโคร่งได้อย่างแน่ชัดแล้วว่าเป็น 1 ในลูกเสือโคร่งเพศผู้จำนวน 3 ตัว ของ “แม่เสืออภิญญา” ซึ่งเป็นครอบครัวเสือที่อาศัยและใช้เส้นทางหากินตามธรรมชาติครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 40 ตารางกิโลเมตรบริเวณดังกล่าวอยู่แล้ว

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมทางวิชาการและสัญชาตญาณสัตว์ป่า ทำให้เชื่อได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นเหตุบังเอิญทางธรรมชาติ เนื่องจากลูกเสือโคร่งมีอายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงวัยรุ่นที่กำลังเรียนรู้วิธีการล่า มีพฤติกรรมซุกซน อยากรู้อยากเห็น และเริ่มแยกตัวออกมาเดินหากิน ประกอบกับในช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ในท่านอนหลับราบขนานกับพื้น ทำให้ลูกเสือเกิดความเข้าใจผิดว่าลักษณะดังกล่าวนั้นคือเหยื่อตามธรรมชาติจึงเข้าโจมตี ซึ่งโดยปกติแล้วหากเสือพบเห็นมนุษย์ในท่ายืน การเคลื่อนไหว หรือส่งเสียง เสือจะตกใจและหลบหนีไปทันที ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าวยังไม่เข้าข่าย “เสือกินคน” เนื่องจากยังไม่มีพฤติกรรมทำร้ายมนุษย์ซ้ำซากหรือเลือกมนุษย์เป็นเหยื่อหลัก อีกทั้งครอบครัวเสือยังคงหากินอยู่ในอาณาเขตเดิม ไม่ได้ตื่นตกใจจนแตกกระเจิงหนีออกนอกพื้นที่ หรือเข้าไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรในพื้นที่รอบนอกแต่อย่างใด

สำหรับแนวทางและมาตรการบริหารจัดการต่อจากนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติเพื่อติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมของลูกเสืออย่างใกล้ชิด หากพบว่าสามารถหากินและล่าเหยื่อในธรรมชาติได้ตามปกติ จะปล่อยให้อาศัยตามระบบนิเวศเดิม พร้อมเตรียมติดเครื่องมือติดตามเพื่อศึกษาพฤติกรรมระยะยาว แต่หากพบแนวโน้มหรือมีพฤติกรรมเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ซ้ำ จะเข้าสู่กระบวนการจับเพื่อนำไปปรับพฤติกรรมตามหลักวิชาการทันที ในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ได้กำชับให้เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด ไม่เปิดโอกาสให้สัตว์ป่าเข้าถึงตัว โดยต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางประชันชิดหรือปฏิบัติงานลำพัง ต้องมีคู่หูเดินทางไปด้วย ปรับปรุงพื้นที่พักอาศัยให้มิดชิด และเพิ่มแสงสว่างในจุดมืด โดยเฉพาะการนอนหลับต้องอยู่ในอาคารที่ปลอดภัย นอกจากนี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและเข้าศึกษาธรรมชาติเป็นการชั่วคราว จนกว่าการศึกษาเฝ้าระวังพฤติกรรมเสือโคร่งและการประเมินความปลอดภัยในพื้นที่จะเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลประชากรเสือโคร่งที่ประเมินอัตราการรอดตายสูง (อายุเกิน 1 ปีขึ้นไป) ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ปัจจุบันมีเสือโคร่งเต็มวัยในระบบประมาณ 100 ตัว และมีลูกเสือวัยเจริญเติบโตที่ยังมีความเสี่ยงในการรอดชีวิตอีกประมาณ 30 ตัว รวมถึงมีการกระจายตัวไปยังพื้นที่ป่าข้างเคียงอย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรอีกประมาณ 40 ตัว ซึ่งศักยภาพของพื้นที่และปริมาณเหยื่อตามขอบเขตป่าห้วยขาแข้งยังคงสามารถรองรับประชากรเสือโคร่งได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย


คุณอาจสนใจ

Related News