สังคม

กอ.รมน.ภาค 4 สน. สดุดีทหารกล้า 5 นาย พร้อมประณามคนร้ายโจมตีและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี

2 ชั่วโมงที่แล้ว

149 views

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แสดงความอาลัยและขอสดุดี ทหารกล้า 5 นาย สังกัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 กรกฎาคม 2569


กำลังพลผู้เสียชีวิตทั้ง 5 นาย ประกอบด้วย จ่าสิบเอก ธีระยุทธ โสมะเกิด, อาสาสมัครทหารพราน วิมล ดาบทอง, อาสาสมัครทหารพราน ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา, อาสาสมัครทหารพราน ซอลาฮูดิง ปิ และ อาสาสมัครทหารพราน ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ


การสูญเสียครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสียสละของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการก่อเหตุรุนแรง แต่ยังคงยืนหยัดปฏิบัติภารกิจด้วยความกล้าหาญและความรับผิดชอบ


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมยืนยันว่าจะดูแลสิทธิและสวัสดิการของครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียสละและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน


การสดุดีทหารกล้าทั้ง 5 นาย ไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อชาติ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงคุณค่าของการเสียสละ ความกล้าหาญ และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบสุขของประชาชนและผืนแผ่นดินไทย โดยความเสียสละของพวกเขาจะยังคงอยู่ในความทรงจำและได้รับการยกย่องในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวมอย่างสมเกียรติ


ขณะที่ พันเอก เอกวริทธิ์  ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แถลงการณ์ ขอประณามการก่อเหตุใช้อาวุธปืนและระเบิดโจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นการกระทำอันอุกอาจ ไร้มนุษยธรรม และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่สัญจรและใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ใจกลางชุมชน


นอกจากมี 5 ทหารก้าเสียชีวิต ยังมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถูกนำส่งรักษาตัวที่ โรงพยาบาลระแงะ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย เด็กชายฮาบี๊บ ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล, นายมูฮำมัดอาลี , นาง ฟัรฮะห์ , นายมูฮำมัดฮาฟิต และ เด็กชายอวาฏิฟ



การใช้อาวุธสงครามก่อเหตุในเขตเมืองเช่นนี้ ไม่เพียงมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังสร้างความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไม่อาจยอมรับได้


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับบาดเจ็บทุกนาย และยืนยันว่าจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน


ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และหากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและนำพาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ