สังคม

ตำรวจขับรถชน จยย. แม่ดับ-ลูกสาหัส 2 ญาติหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

19 ก.ค. 2569

340 views

ตำรวจขับรถพุ่งชน จยย. แม่ดับ-ลูกสาหัส 2 ญาติหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม เจ้าตัวยันไม่ได้เมา พร้อมเยียวยาทุกอย่าง ด้านพยานแฉพฤติกรรมส่อเมาแล้วขับ พร้อมเป็นพยานคดี


ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “มุกกี้จัง เหมะธุรินทร์” และ “Sirina Hemathurin“ ได้โพสต์ภาพอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์จนเป็นเหตุให้ 3 แม่ลูกที่ขับรถจักรยานยนต์กระเด็นไปคนละทิศละทาง ผู้เป็นแม่กระเด็นเข้าไปอยู่ในท่อระบายน้ำ ส่วนลูกชายวัย 13 ปี และ 9 ปี กระเด็นไปอยู่กลางถนน อาการสาหัสทั้ง 3 คน แต่ผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยคู่กรณีนั้นทราบเพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กซึ่งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์หวั่นว่าครอบครัวผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงออกมาเรียกร้องดังกล่าว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 18 ก.ค. 2569 เวลาประมาณ 14.23 น.

ล่าสุดวันนี้ (19 ก.ค. 2569) เวลา 10.30 น. ที่วัดคลองปลาร้าสามัคคีธรรม หมู่ที่ 14 ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ทางครอบครัวได้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.ปิยวดี อายุ 40 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว โดยมี ร.ต.ต.เกรียงไกร อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ คนขับรถกระคู่กรณีเดินทางมากราบขอขมาศพและมอบเงินค่าบำเพ็ญกุศลศพและร่วมพูดคุยถึงแนวทางเยียวยาในด้านต่างๆ กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งมีผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ร่วมรับฟังอยู่ด้วย ซึ่งการเยียวยาครั้งนี้ฝ่ายขับรถยนต์กล่าวว่าเป็นเพียงการช่วยเหลือค่าจัดงานศพเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการเยียวยาด้านอื่นๆ ซึ่งจะขอดูแลเยียวยาในทุกด้าน จากนั้นได้มีการมอบเงินหน้าหีบศพกับญาติและผู้นำท้องถิ่น

น.ส.นิชา อายุ 20 ปี และ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวว่า ยังสับสนและกังวลในหลายๆ อย่าง ตอนนี้เป็นห่วงน้อง และกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป ไม่รู้จะใช้ชีวิตประจำวันกันอย่างไร โดยเฉพาะแม่ที่เป็นเสาหลักต้องมาจากไป จะไปโรงเรียนกันอย่างไร เพราะรถจักรยานยนต์ที่มีอยู่คันเดียวและต้องใช้กันทั้งบ้านก็มาพังเสียหายจากอุบัติเหตุไปแล้ว ส่วนความกังวลต่อคู่กรณี ยอมรับมีความกังวลว่าจะไม่เป็นไปตามที่เขาพูดเท่าไหร่ กลัวไม่ได้ความเป็นธรรม สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้เป็นห่วงน้อง ห่วงมากตอนนี้กลัวว่าน้องจะใช้ชีวิตปกติไหม เพราะว่าน้องขาหัก ถ้าขาหักคงจะใช้ชีวิตไม่ค่อยได้ปกติ แล้วความจำจะเป็นยังไง สมองน้องจะเป็นยังไง กังวลมาก ตอนนี้น้องยังไม่ฟื้นเลย เป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้

นายอานนท์ อายุ 35 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตอนนี้กังวลเรื่องการเยียวยา การเป็นอยู่ ค่าครองชีพของเด็กๆ คือตอนนี้มันสูญเสียจุดยืนของเด็กไป แม่ไม่มี พ่อเขาก็ไม่ค่อยได้ออกมาดู ส่วนตนเองกับแม่ไปทำงานต่างจังหวัดแล้วส่งมาให้บ้าง เพราะต้องดูแลยายที่ป่วยเป็นโรคไต ซึ่งตนเองก็เป็นโรคไตเหมือนกัน ระยะที่สาม ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีงานทำ แน่นอนเลยคือไม่มีงานทำ ในช่วงที่รู้ว่าพี่สาวถูกรถชนรู้สึกตกใจมาก โดยมีคนส่งรูปมาให้ดูคือรับไม่ได้ คนที่โดนชนหนักแล้วกระเด็นห่างออกจากรถขนาดนั้น เข้าไปในท่อ ตนเองรับไม่ได้ นอกจากนั้นกังวลในเรื่องของหลาน ถ้าเขาฟื้นขึ้นมาเขาจะเต็มร้อยหรือเปล่า ร่างกายเขาจะเหมือนเดิมไหม มันยากเพราะเราไม่รู้และไม่มั่นใจเลย

คู่กรณีที่ขับรถชน กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นคนขับรถ ซึ่งเป็นรถคันที่ชนรถจักรยานยนต์ 3 แม่ลูกจริงเพราะรถมันแล่นลงจากเนิน คุมรถไม่อยู่ ไหลแล้วเสียหลักไปชนท้ายเขา ซึ่งตนเองก็ไม่ได้หนีไปไหน ยอมรับผิดชอบซึ่งก็ได้ไปดูแลผู้บาดเจ็บ ช่วงเกิดเหตุก็ลงรถไปดูแลเขา ให้ความช่วยเหลือ เพราะว่าเราก็ทราบดี รู้ว่าครอบครัวเขาลำบาก ยืนยันว่าไม่ได้ดื่มสุรามาในวันเกิดเหตุ เบื้องต้นวันนี้มาดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพก่อน ในส่วนของค่าเยียวยานั้น ค่อยคุยกันหลังจากงานจบศพ ส่วนการรับผิดชอบกรณีนี้จะดูแลทุกอย่าง จะเข้ามาดูแลเรื่องลูกเขา ส่วนเรื่องรถ ที่เด็กๆ จะไปโรงเรียนก็จะมาเยียวยาดูแลเขา เพราะรู้สึกสงสารลูกหลานของเขาเช่นเดียวกัน และยืนยันว่าไม่ดื่มสุราในระหว่างขับรถจนเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างแน่นอน

ด้าน น.ส.ศิริณา อายุ 34 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า เมื่อวานกำลังขับสวนรถที่กำลังจะชนกัน เห็นสามแม่ลูกเขาขี่รถมาปกติในช่องเลนขวา แล้วเห็นรถตำรวจขับตามมาแล้วก็เบี่ยงเข้าไปชนเขา ซึ่งเธอนั่งในรถหันไปมองว่าน้องเขาลอยกระเด็นไปคว่ำหน้าก็ไกลอยู่ ลงมาดูที่เกิดเหตุก็เห็นร่างแม่เขาอยู่ในร่องระบายน้ำ ซึ่งตอนที่เกิดเหตุรถผู้ก่อเหตุขับเลยไปประมาณสัก 300 เมตร เขาก็วนมาจอดตรงจุดที่เกิดเหตุ แล้วลงจากรถมาทำท่าโบก เธอก็ถามเขาว่าเหตุการณ์เป็นยังไง เขาบอกว่ารถมอเตอร์ไซค์ขี่ตัดหน้ารถเขาเลยชน เธอเลยแย้งว่าไม่ใช่ เธอยืนยันว่ารถกระบะขับชนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ และเธอยังได้กลิ่นเหล้า ซึ่งเขาก็มีท่าทางมึนๆ อึนๆ เหมือนว่าไม่ค่อยรู้อะไร แต่พอตำรวจร้อยเวรมาเขาก็บอกกับตำรวจว่ารถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า เธอเลยอยากให้ขอความเป็นธรรมให้กับ 3 คนนี้ เพราะได้ข่าวว่า ตำรวจคนนี้ก็เคยชนคนอื่นมาแล้ว สำหรับอาการของเด็กๆ พบว่าน้องเข้า ICU ทั้งคู่ อาการสาหัสมาก เธอยืนยันว่าจะขอเป็นพยานในเรื่องดังกล่าวเพราะอยากให้ครอบครัวเขาได้รับความเป็นธรรม เพราะเขาน่าสงสารมาก


แท็กที่เกี่ยวข้อง  ตำรวจขับรถชน ,กำแพงเพชร

คุณอาจสนใจ

Related News