สังคม

ผู้ปกครองไม่ทน ครูสอนวอลเลย์บอลใช้ไม้กวาดหวดก้น เด็กหญิงวัย 13 ซ้ำขังในห้องทั้งคืน ไม่พอใจจับมือถือแขนเพื่อนชาย

6 ชั่วโมงที่แล้ว

1.6K views

จากกรณีญาตินักเรียนกีฬา อบจ.ร้อยเอ็ดโพสต์โซเชียล ถูกครูโค้ชวอลเลย์บอลใช้ด้ามไม้กวาด ตีก้นลูกศิษย์สาว 13 ปี จนบาดเจ็บ ต้องเข้ารักษาตัวอยู่ใน รพ.ร้อยเอ็ด แพทย์ตรวจพบว่า ก้นบวมและมีอาการติดเชื้อ ต้องรักษาอาการใน รพ.หลายวัน ท่ามกลางความไม่พอใจของครอบครัวนักเรียน จากบ้านหนองหูลิง ต.เชียงใหม่ อ.โพธิ์ชัย ร้อยเอ็ด ที่เดินทางมาเยี่ยม เด็กที่ถูกทำร้าย


โดยหลังจากมาทราบข้อเท็จจริง ก็ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงาน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ต้องการที่จะให้มีการดำเนินคดี กับครูที่เป็นโค้ชสอนวอลเลย์บอลและทำร้าย ลูกศิษย์ คือ ด.ญ.แพรว อายุ 13 ปี ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.1 ได้รับบาดเจ็บ ดังกล่าว


จากการสอบถามมูลดังกล่าวจาก นางนิภาวรรณ ผู้เป็นป้า และนางสาวธัญญาพร เล่าว่าจากการสอบถามหลาน ทราบว่าเกิดเมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่ม คืนวันที่ 15 ก.ค. โดยสาเหตุการทำร้ายร่างกายเกิดจาก นายปัญญา อายุ 28 ปี ครูสอนวอลเลย์บอล เห็น ด.ญ. จับมือถือแขนกับเพื่อนชายที่เป็นนักกีฬาด้วยกันในห้องเรียนช่วงกลางวัน ทำให้ครูไม่พอใจ จากนั้นก็ยึดโทรศัพท์ไป ตรวจสอบภาพถ่ายต่าง ๆ ในโทรศัพท์


จนกระทั่งก่อนเวลาเกิดเหตุ เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ก็ได้เรียก ด.ญ.แพรว ที่พักในหอพักโรงเรียนไปพบที่ห้องเรียนพร้อมเพื่อนหลายคน แล้วตำหนิด้วยความไม่พอใจว่าทำตัวไม่เหมาะสม และบอกว่าการเป็นนักกีฬาห้ามมีแฟน หรือห้ามคบผู้ชาย เพราะยังเด็กเกินไป จะต้องถูกทำโทษ ด้วยการตีก้นสั่งสอน โดยให้เลือกว่าจะให้ดีด้วยหวาย หรือด้ามไม้กวาด เมื่อเด็กเลือกด้ามไม้กวาด ก็บังคับให้เด็กยกมือ 2 ข้างวางไว้บนหัว แล้วหันหน้าเข้าหาตู้ในห้องเรียน จากนั้นใช้ด้ามไม้กวาดหวดตีต่อหน้าเพื่อนหลายที จนทรุดตัวลง กองกับพื้น ต่อหน้าเพื่อนโดยที่ไม่มีใครกล้าช่วย และยังพยายามจะเรียกให้ลุกขึ้นมาตีอีก


จนเด็กหญิงแพรวต้องหมอบลงกราบ ขอให้หยุดตี ยิ่งสร้างความไม่พอใจ จากนั้นก็ไล่นักเรียนคนอื่นกลับหอพัก และขังเด็กหญิงแพรว ที่บาดเจ็บไว้ในห้องนั้นทั้งคืน พร้อมกับยึดโทรศัพท์ไปด้วย เพื่อไม่ให้โทรหาผู้ปกครอง ซึ่งหลังจากถูกขังทั้งคืนจนเช้า จึงได้แอบยืมโทรศัพท์เพื่อโทรหาผู้ปกครองมาพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล และสอบถามจนทราบเหตุทั้งหมด จึงไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ต้องการดำเนินคดีกับครูรายดังกล่าว


ซึ่งหลังจากแจ้งความแล้ว พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ต้องรอให้คนเจ็บออกจากรพ.แล้ว ก็ให้ไปให้ปากคำ เพื่อที่จะสรุปเหตุ แล้วเรียกตัวผู้ก่อเหตุ มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป


ซึ่งญาติของเด็กกล่าวว่า ไม่พอใจในพฤติกรรมของครู คนนี้ ที่ทำเกินเหตุ ด้วยสาเหตุ แค่ ไม่พอใจเพราะเห็นเด็กจับมือกับเพื่อนชาย แล้วแถมยังยึดโทรศัพท์ของเด็กไป ในลักษณะละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของเด็ก และไม่พอใจหลังจากตรวจพบภาพกับเพื่อนชาย และ แชตคุยในโทรศัพท์ จนถึงกับทำร้ายลูกศิษย์ และ อ้างกฎนักเรียนกีฬาห้ามมีแฟนระหว่างเรียน ซึ่งจะยังไงๆ ก็ทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งยังไงก็น่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง


เรื่องนี้ตนเองได้แจ้งให้พ่อ-แม่เด็กที่ทำงานอยู่ กรุงเทพทราบแล้ว และกำลังจะเดินทางกลับมา พร้อมยืนยันจะเอาเรื่องครูคนนี้จนถึงที่สุด และเห็นว่าการก่อเหตุของครูที่เป็นโค้ชวอลเลย์บอล เรียกน้องแพรว อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 นักกีฬาวอลเลย์บอล ในโรงเรียน กีฬา อบจ.ร้อยเอ็ดเข้าไปพบที่ห้องในโรงเรียนแล้วทำร้ายร่างกาย อ้างว่าทำผิดกฎของโรงเรียนที่ห้ามนักเรียนกีฬามีแฟน หรือคบผู้ชาย บังคับให้ยืนหันหน้าเข้าหาตู้เอามือวางไว้บนหัว แล้วตีด้วยด้ามไม้กวาดที่ก้น จนนักเรียนฟุบกองลงกับพื้น แล้วเรียกให้ลุกขึ้นเพื่อจะตีอีก แต่เด็กไม่ยอมลุกและขู่ว่ามีสิทธิ์จะตีให้ตาย


เมื่อเด็กไม่ลุก ซึ่งเพื่อนนักกีฬาด้วยกันเห็นแต่ไม่กล้าห้าม แล้วก็ปิดห้องขังไว้ แล้วยึดโทรศัพท์ไว้ไม่ให้โทรหาใคร พร้อมกับสั่งให้นักเรียนไปซื้อเบียร์มากินเพราะคอแห้ง พร้อมกับขังเด็กที่เป็นนักเรียนกินนอนไม่ให้กลับหอพักเพื่อทำโทษ จนถึงเช้า จนเด็กต้องแอบยืมโทรศัพท์โทร หาตน จึงไปช่วยออกมาแล้วนำส่ง รพ.ร้อยเอ็ด และรักษาอยู่ใน ตึก 6 ชั้น 12 รพ.ร้อยเอ็ด ซึ่งหมอบอกว่ามีอาการบวมแดง อักเสบและแผลติดเชื้อต้องรักษาตัวในรพ.จนกว่าจะปลอดภัย เห็นว่าแม้จะอ้างว่าทำไปเพราะห่วงกลัวเด็กใจแตก จนเรียนไม่พบ ที่ดูเหมือนปรารถนาดี แต่จะอย่างไรก็เป็นการทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งยอมไม่ได้


และก็สงสัยในพฤติกรรมว่า เหตุที่เกิดอาจเกิดจากโค้ชอาจมีอาการป่วยทางจิต หรือไม่ก็อาจจะคิดในทางไม่ดี หรือคิดในเชิงชู้สาวกับเด็ก จึงทำร้ายร่างกายด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคบผู้ชายดังกล่าว ซึ่งอยากให้ผู้บังคับบัญชา สอบสวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏพร้อมกับลงโทษ ตามความผิดให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ ครูคนนี้เกิดความย่ามใจ เพราะก่อนหน้านั้น ก็เผยมีเหตุแบบนี้ แต่ผู้ปกครองโดนขู่ และนักเรียนก็ไม่กล้าเอาเรื่อง แทนที่จะจำ กลับย่ามใจ มาก่อเหตุแบบนี้ขึ้นอีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ