สังคม

แกะให้ร้านหลอมทองพิสูจน์ “พระสมเด็จเนื้อทองคำ” เป็นเนื้อทองคำจริง ชี้ขาย 300 ล้าน เหมาะสมแล้ว

12 ก.ค. 2569

641 views

“อดีตนายพล” แกะพระสมเด็จเนื้อทองคำจากกรอบ ให้ร้านหลอมทองพิสูจน์ พบเป็นเนื้อทองคำจริง ยันไม่เคยพูดเป็นสมเด็จวัดระฆัง แต่เป็นสมเด็จเนื้อทองคำ ปลุกเสกโดยสมเด็จโต เผยเหตุตั้งราคาขาย 300 ล้านบาท ชี้เหมาะสม-สมเหตุสมผลแล้ว

จากรณีอดีตนายพลตำรวจกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็น ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี หลังเกษียณอายุราชการตำรวจมานานหลายปี ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่าจะนำพระสมเด็จเนื้อทองคำแท้ ซึ่งเป็นพระที่เป็นมรดกตกทอดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และมีประวัติที่มาที่ไปซึ่งสามารถสืบเสาะได้ โดยต้องการขายต่อให้กับผู้ที่สนใจและมีกำลังที่จะครอบครองพระสมเด็จเนื้อทองคำที่สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ได้ทำปลุกเสกให้ไว้ในวาระพิเศษที่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญได้จัดสร้างพระสมเด็จเนื้อทองคำล้วนจำนวน 8 องค์เพื่อถวายรัชกาลที่ 5 และเชื้อพระวงศ์ จนกลายเป็นที่มาว่ารุ่นจักรพรรดิ ในราคา 300 ล้านบาทนั้น

หลังเป็นข่าวเผยแพร่ออกไปทางสื่อมวลชนจนเป็นที่ฮือฮา มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก บ้างก็ว่าสมเด็จโตไม่เคยสร้างพระทองคำในสมัยนั้น บางรายก็บอกว่าเป็นทองชุบ บางรายก็บอกว่าไม่ใช่สมเด็จวัดระฆังที่สมเด็จโตได้ปลุกเสก จนสังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัย

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 12 ก.ค. 2569 พล.ต.ต.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ หรือ ผู้การโบ้ เดินทางมาที่ร้านเฮียช้างหลอมทอง โดยนำสมเด็จเนื้อทองคำองค์ที่เป็นข่าว มาให้เฮียช้างตรวจดูอย่างละเอียด โดยแกะองค์สมเด็จเนื้อทองคำออกจากกรอบพระเลี่ยมทองฝังเพชร จากนั้นได้ยิงด้วยเครื่องเปอร์เซ็นต์ยิงทอง ซึ่งเป็นเครื่องที่มีมาตรฐานสูง จากประเทศเยอรมัน และถือว่าเป็นเครื่องที่มีคุณภาพได้รับการรับรองว่าสามารถตรวจจับเปอร์เซ็นต์ทอง, เปอร์เซ็นต์เงิน, เปอร์เซ็นต์ทองแดง ได้อย่างละเอียด ใช้เวลาตรวจสอบอยู่ 30 นาที พบว่า เป็นพระสมเด็จเนื้อทองคำจริงๆ โดยมีเปอร์เซ็นต์ทองถึง 87.55 เปอร์เซ็นต์เงิน 8.308 ทองแดง 3.760

ต่อมาได้นำสมเด็จเนื้อทองคำองค์ดังกล่าวไปชั่งน้ำหนัก ทองปรากฏว่าเป็นทองคำที่มีน้ำหนัก 17.27 กรัม หรือหนักเท่ากับ 1 บาท 2 กรัม หากตีเฉพาะราคาทองอย่างเดียว เฮียช้างให้ราคา 62,400 บาท (ไม่เกี่ยวกับองค์พระ) ซึ่งทางผู้การโบ้เองถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สมเด็จที่ครอบครองอยู่นี้ เป็นสมเด็จเนื้อทองคำจริงๆ ไม่ใช่อย่างที่สังคมหรือชาวโซเชียลเคลือบแคลงสงสัย

พล.ต.ต.สมศักดิ์ชัย กล่าวว่า อยากจะชี้แจงข้อสงสัยทุกประเด็นว่า ได้พระสมเด็จเนื้อทองคำมาอย่างไร โดยพ่อบุญธรรม คือ นายประยูร สังข์ยุทธ ปัจจุบันท่านอายุ 94 ปี ท่านเกษียณตำแหน่งรองอธิบดีกรมการศาสนา และเคยเป็นเลขาท่านขวัญแก้ว วัชโรทัย เลขาธิการสำนักพระราชวัง ในสมัยรัชกาลที่ 9 ตนเองรักและเคารพท่านประยูรมากจนท่านรับเป็นบุตรบุญธรรม โดยท่านมีลูก เพียง 2 คน ลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ส่วนลูกสาวก็มีครอบครัวปักหลักอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

เมื่อปี พ.ศ. 2553 ตนเองไปงานวันเกิดของพ่อบุญธรรม หลังงานเลิก ท่านได้มอบพระสมเด็จเนื้อทองคำ ให้กับตนเองเก็บไว้ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นเนื้อทองคำ จนกระทั่งเกษียณอายุราชการและมีเวลามาศึกษาอ่านตำหรับตำราเกี่ยวกับวงการพระเครื่อง โดยอาจารย์โจ๊กและคุณไพศาล พืชมงคล เคยเห็นพระสมเด็จเนื้อทองคำองค์นี้แล้วบอกกับตนเองว่าเป็นวัตถุมงคลที่ล้ำค่าให้เก็บไว้ให้ดี และอาจารย์โจ๊กเองยังออกใบเซอร์การันตีว่า เป็นสมเด็จเนื้อทองคำแท้ อีกทั้งตนยังได้อ่านหนังสือที่อาจารย์ไพศาลได้เขียนไว้ถึงประวัติของสมเด็จเนื้อทองคำ ที่จัดสร้างโดยพระองค์เจ้ายอดยิ่งยศหรือกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ที่จัดสร้างเพียง 8 องค์และถวายให้กับรัชกาลที่ 5 โดยยืนยันว่าไม่เคยพูดว่าเป็นสมเด็จวัดระฆัง แต่ยืนยันว่าเป็นสมเด็จเนื้อทองคำที่จัดสร้างในสมัยนั้นและปลุกเสกโดยสมเด็จพุฒาจารย์โต

อดีตนายพลตำรวจ กล่าวต่อว่า เนื่องจากพระสมเด็จรุ่นนี้ถูกจัดสร้างในวาระพิเศษเพื่อถวายให้กับพระมหากษัตริย์และเชื้อพระองค์เพียงแค่จำนวน 8 องค์เท่านั้น จึงแทบไม่มีการหมุนเวียนออกมาในวงการพระเครื่องเหมือนกับพระสมเด็จทั่วๆ ไป ทำให้ผู้คนแทบไม่เคยรู้ประวัติเรื่องราวการจัดสร้างมาก่อน ส่วนสาเหตุที่ตั้งราคาขายไว้เพียง 300 ล้านบาท ไม่สูงเท่ากับราคาที่เคยมีคนเคยขายให้มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นไปในราคา 3,000 ล้านบาทนั้น เป็นเพราะต้องการให้ผู้ที่มีบุญที่จะได้ครอบครองพระสมเด็จเนื้อทองคำองค์นี้ได้ย้ายเปลี่ยนมือไปอยู่กับผู้มีบารมีที่จะได้ครอบครองจริงๆ หากไปตั้งราคาขายเท่ากับที่มีคนเคยขายให้มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นไปแล้วมหาเศรษฐีชาวไทยคนไหนจะได้ครอบครอง ราคา 300 ล้านบาทจึงเป็นราคาที่เหมาะสม สมเหตุสมผลแล้ว และก็ไม่ต้องการให้พระสมเด็จที่เป็นประวัติศาสตร์ออกไปอยู่นอกประเทศกันหมด

อดีตนายพลตำรวจมือปราบคนดัง กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า พระสมเด็จทองคำองค์นี้ผ่านการตรวจสอบต่างๆ มาแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจทางวิทยาศาสตร์ ตำหนิ พิมพ์ทรงหรือการตรวจสอบเนื้อทองคำยุคเก่าก็ตรวจสอบมาหมดแล้ว ไม่เว้นแม้แต่การทดลองนำไปจำนำที่โรงรับจำนำเพื่อให้ทางโรงรับจำนำ นำไปลองเช็กเปอร์เซ็นต์ดู ก็ได้ทำการพิสูจน์มาทั้งหมดแล้ว รวมไปถึงการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องก็ยืนยันและออกบัตรรับรองให้ด้วยเช่นกัน ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้ครอบครองพระองค์ที่เป็นประวัติศาสตร์และถือเป็นพระที่แพงที่สุดในวงการพระเครื่องตอนนี้

“ขอยืนยันนอนยันอีกครั้งว่า ไม่เคยบอกว่าพระสมเด็จเนื้อทองคำที่ตัวเองมีอยู่ เป็นสมเด็จวัดระฆัง เพียงแต่เป็นพระสมเด็จเนื้อทองคำที่ปลุกเสกโดยสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี จัดสร้างเพีงแค่ 8 องค์ โดยกรมพระราชวังบวรวิไชยและนำถวายให้กับรัชกาลที่ 5 ในสมัยนั้น” พล.ต.ต.สมศักดิ์ชัย กล่าวและว่า ที่ออกมาให้ข่าวกับสื่อมวลชนนั้นเพราะต้องการให้องค์สมเด็จโตเนื้อทองคำองค์นี้ตกไปอยู่ในมือของผู้ที่มีบุญญาบารมี และเลื่อมใสศรัทธาในองค์สมเด็จโตจริงๆ หากผู้สนใจและและมีกำลังทรัพย์เพียงพอ ก็สามารถติดต่อพูดคุยกับตนเองได้ มาพูดคุยเจรจาแลกเปลี่ยน ข้อคิดเห็นในเรื่องของสมเด็จเนื้อทองคำ ส่วนราคาไม่ใช่เรื่องสำคัญไม่ใช่เรื่องใหญ่ เชื่อว่าพระเลือกคนคนเลือกพระ


คุณอาจสนใจ