สังคม
สสจ.มหาสารคาม ชี้นิสิตใหม่เจอพยาธิใบไม้ตับ ติดเชื้อก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ร้านส้มตำโอดตกเป็นจำเลยสังคม
3 ชั่วโมงที่แล้ว
11 views
สสจ.มหาสารคาม ชี้นิสิตใหม่ มมส.เจอพยาธิใบไม้ตับ ติดเชื้อมาจากบ้านก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ร้านส้มตำโอดตกเป็นจำเลยสังคม ถูกพุ่งเป้าเป็นต้นเหตุ
วันที่ 7 ก.ค.69 นพ.หัสชา เนือยทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า พยาธิใบไม้ตับ หรือ Opisthorchis viverrini (O.V.) เป็นพยาธิที่พบในปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดในวงศ์ปลาตะเพียน เช่น ปลาตะเพียน ปลาซิว และปลาขาว โดยตัวอ่อนของพยาธิจะฝังตัวอยู่ในเกล็ดและเนื้อเยื่อของปลา เมื่อประชาชนรับประทานปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุก เช่น ก้อยปลา ลาบปลา หรือปลาร้าดิบ ตัวอ่อนพยาธิจะเข้าสู่ร่างกาย เคลื่อนตัวไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีภายในตับ และหากติดเชื้อเรื้อรังเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นโรคที่พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ย้ำว่า พยาธิใบไม้ตับพบเฉพาะในปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดในวงศ์ปลาตะเพียนเท่านั้น ไม่พบในปลาชนิดอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าปลาทะเลหรือปลาแซลมอนจะปลอดภัยจากพยาธิ เพราะปลาแต่ละชนิดอาจมีพยาธิที่จำเพาะของตนเอง ดังนั้น การรับประทานอาหารดิบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นปลาน้ำจืด ปลาทะเล เนื้อหมู หรือเนื้อวัว ล้วนมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคและพยาธิ จึงควรปรุงอาหารให้สุกทุกครั้ง
นพ.หัสชา อธิบายว่า สาเหตุที่ปีนี้พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าเกิดการระบาดผิดปกติ แต่เป็นผลจากการขยายโครงการตรวจคัดกรองเข้าไปยังนิสิตและนักศึกษาใหม่ ซึ่งเดิมมหาวิทยาลัยมีการตรวจสุขภาพอยู่แล้ว และในปีนี้จังหวัดได้นำการตรวจพยาธิใบไม้ตับเข้าร่วมโครงการ ทำให้มีผู้ได้รับการตรวจจำนวนมาก จึงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น
อีกทั้งปีนี้ยังเปลี่ยนมาใช้วิธีตรวจหาแอนติเจนของพยาธิในปัสสาวะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นพัฒนาขึ้น มีความสะดวก รวดเร็ว และมีความไวสูงกว่าวิธีตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระแบบเดิม โดยใช้เวลาตรวจเพียงประมาณ 15 นาที สามารถตรวจคนจำนวนมากได้พร้อมกัน และตรวจพบการติดเชื้อได้แม้ยังมีพยาธิจำนวนน้อย หรือยังไม่ถึงระยะที่พยาธิออกไข่ แตกต่างจากการตรวจอุจจาระที่ต้องอาศัยการพบไข่พยาธิ ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนพยาธิ ระยะการเจริญเติบโต และประสบการณ์ของผู้ตรวจ ทำให้บางรายอาจให้ผลลบทั้งที่ยังมีการติดเชื้ออยู่
ทั้งนี้ ยืนยันว่านิสิต นักศึกษาที่เข้ารับการตรวจคัดกรองเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่มีการตรวจสุขภาพก่อนที่จะเปิดภาคศึกษา ติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับมาจากบ้าน จากการศึกษาพบว่าตั้งแต่รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เริ่มจากไข่เติบโตเป็นตัวแก่ ก็จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน นิสิต นักศึกษาเพิ่งจากได้รับการตรวจสุขภาพ ก็เข้าใจได้ว่านิสิต นักศึกษารับเชื้อมาก่อนที่จะเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย
ในส่วนของผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับแล้ว ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้ ก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งท่อน้ำดี แนวทางการรักษา คือการรับประทานยาถ่ายพยาธิ ชื่อยา Praziquantel (พราซิควอนเทล) ซึ่งเป็นยามาตรฐานในการรักษาพยาธิใบไม้ตับ รับประทานครั้งเดียว คำนวณตามน้ำหนักตัว และจะมีการตรวจติดตามผลตรวจซ้ำภายใน 1 ปีว่ายังมีติดเชื้ออีกหรือไม่
นอกจากนี้ทาง สสจ.จะมีการลงพื้นที่ให้ความรู้ทั้งในโรงเรียนประถม มัธยม มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ตับ และการดูแลสุขอนามัย
ด้านนายเชาวลิต เจ้าของร้านส้มตำใกล้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ร้านส้มตำตกเป็นจำเลยของสังคม โดยเฉพาะร้านส้มตำในย่านมหาวิทยาลัยฯ ทั้งๆ ที่การตรวจหาเชื้อพยาธิใบไม้ตับ เป็นการตรวจนิสิตใหม่ที่กำลังจะเข้ามาเรียน เป็นการตรวจก่อนที่จะเปิดภาคเรียน และเพิ่งจะเปิดเทอมได้แค่ 10 กว่าวัน กลายเป็นว่าร้านส้มตำย่านมหาวิทยาลัย เป็นจำเลยสังคมเป็นต้นเหตุของโรคพยาธิใบไม้ตับ ทั้ง ๆ ที่เด็กเพิ่งจะเข้ามาเรียน และมาจากหลายที่ทั่วภาคอีสาน ทั่วประเทศไทย มันน่าเสียใจ และนั่นแสดงว่าน้องๆ เหล่านั้นยังไม่ได้เป็นลูกค้าของร้านส้มตำโดยรอบมหาวิทยาลัย
และยังมีการมาบอกว่าจะเร่งตรวจสอบร้านส้มตำ เหมือนเราตกเป็นจำเลยไปแล้ว กระแสมาแล้วว่ามาจากการกินปลาร้า ยิ่งช่วงนี้ขายของก็ยากอยู่แล้ว พอมีกระแสมีประเด็นขึ้นมาก็กลายเป็นร้านส้มตำรับจบ ทั้งที่เรื่องของพยาธิก็มีหลากหลาย ทั้งลาบดิบ ลาบก้อย ซอยจุ๊ ผักดิบ ของดองต่างๆ ก็มีพยาธิเหมือนกัน
นายเชาวลิต ยืนยันว่าที่ร้านใช้ปลาร้าสุก และเชื่อว่าหลายๆ ร้านก็เป็นปลาร้าต้มสุกเช่นเดียวกัน ไม่ต่ำกว่า 10-15 ปี เพราะว่าหากต้องการจะได้น้ำปลาร้าที่อร่อย รสชาตินัวๆ จะต้องต้มใส่ทั้งสัปปะรด ใบหม่อน ใบกระถิน เคี่ยวหลายชั่วโมงจนกระดูกปลาเปื่อย ถึงจะกรองมาใช้
ปลาร้าดิบเดี๋ยวนี้ เชื่อว่าแทบจะไม่มีร้านไหนใช้ปลาร้าดิบแล้ว แต่หากจะให้มอง มองว่าเป็นปูนาดิบมากกว่า ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเล็งมาที่น้ำปลาร้า ถ้าคนที่กินปลาร้าเป็น เขาจะรู้เลยว่าอันไหนเป็นปลาร้าดิบ อันไหนเป็นปลาร้าต้มสุก กลิ่นและความนัวจะไม่เหมือนกัน
สิ่งสำคัญคือต้องให้ความรู้กับประชาชนทุกคน ไม่ใช่พุ่งเป้ามาที่ร้านส้มตำว่าใช้ปลาร้าสุกหรือดิบ ประชาชนควรถ่ายพยาธิปีละกี่ครั้ง พยาธิทุกชนิด เพราะคนก็กินทุกอย่าง ทั้ง แซลมอนดอง กุ้งดอง ปลาส้ม ปลาร้า ปลาจ่อม ส้มวัว ส้มหมู ลาบก้อย ซอยจุ๊ ต้องให้ความรู้ให้ทั่วถึง
ส่วนการให้ไปอบรมแล้วจะมอบป้าย มองว่าถ้าจะมาตรวจก็มาตรวจเลย เพราะใช้ปลาร้าสุกอยู่แล้ว จะมอบป้ายก็มอบให้เลย แต่ถ้าให้ไปอบรมก็ไม่ไป เพราะเสียเวลาทำมาหากิน
แท็กที่เกี่ยวข้อง พยาธิใบไม้ตับ ,สสจ.มหาสารคาม ,มมส.