สังคม
เลือกตั้ง อบจ.ร้อยเอ็ด เริ่มระอุ! ผู้สมัคร ร้อง กกต.สอบตัวเต็งนายกฯ ปมลาออกทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
6 ก.ค. 2569
1K views
เลือกตั้ง อบจ.ร้อยเอ็ด เริ่มระอุ! ผู้สมัครร้อง กกต.สอบตัวเต็งนายกฯ อบจ. ปมลาออกทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขณะรอง ผอ.กกต.ยันมีข้อกฎหมายนั้นจริง ต้องดูรายละเอียดก่อน ยึดกรอบการดำเนินการตาม กม.ซึ่งต้องใช้เวลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ซึ่งจะมีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ในวันที่ 26 ก.ค.69 นี้ หลังจากนายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ นายก อบจ.ลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ 3 เดือน (เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.69)แล้วลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง ซึ่งเมื่อปิดรับสมัครเลือกตั้งมีผู้สมัครทั้งสิ้น 3 คน คือ นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ สมัครใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 1 หมายเลข 2 คือนายนิรันดร์ นายเมืองรักษ์ (อดีต สส.ร้อยเอ็ดเขต 4 เป็น สส.10 สมัย (วาระสุดท้ายเป็น สส.สังกัดพรรคเพี่อไทย) แล้ววางมือทางการเมือง ล่าสุดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ส่งลูกชาย นายนรากรณ์ นาเมืองรักษ์ ลงสมัคร สส.เขต 4 ในนามพรรคภูมิใจไทย และแพ้ให้กับนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ อดีตผู้ว้าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่สังกัดพรรคเพื่อไทย) และหมายเลข 3 นายบุญชิด อุทัศพัฒนะ อาชีพทนายความ (อดีตผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด 6 พรรค 8 สมัย) ซึ่งมาลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.ในครั้งนี้ด้วย
หลังจากสมัครรับเลือกตั้งแล้ว บรรยากาศการหาเสียงปรากฏว่า มีเพียง ผู้สมัคร 2 คน เท่านั้น ที่ลงหาเสียงคึกคัก ในระยะเวลาหาเสียงในช่วงสั้นๆ ซึ่งมีเพียง หมายเลข 1 และหมายเลข 2 เท่านั้น ที่รุกหนักหาเสียง ทั้งติดหมายเลขแนะนำตัวเอง ไปทุกพื้นที่ทั้ง 20 อำเภอ
พร้อมกับต่างเร่งเดินหน้าหาเสียง แนะนำตัว-หมายเลขที่สมัคร เพื่อขอคะแนน ส่วนเป็นการเดินหน้า ขึ้นรถปราศรัยหาเสียง วิ่งแนะนำตัวไปตามหมู่บ้าน เพื่อให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ ชนิดต่างกับการสมัครรับเลือกตั้งทุกครั้ง โดยไม่มีการตั้งเวทีปราศรัยดังเช่นทุกครั้ง เนื่องจากระยะเวลาในการหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้มีน้อย ทั้ง 2 เบอร์ จึงต่างฝ่ายต่างเร่งหาเสียง ด้วยการเดินพบ แบบเคาะประตูบ้าน และขึ้นแนะนำตัวบนรถแห่ พร้อมกับใช้รถติดป้ายและเครื่องเสียงเพื่อขอคะแนนมากกว่าแบบเดิมๆ
และล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (6 ก.ค.69) ผู้สมัครหมายเลข 3 นายบุญชิด อุทัศพัฒนะ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อศูนย์ประสานงานการสอบสวนและไต่สวนการเลือกตั้ง ที่อาคารชั้น 2 สำนักงาน กกต.ร้อยเอ็ด เพื่อขอทราบระเบียบของการหาเสียงด้วยสื่ออิเลคโทรนิค (ทางโซเชียล) ซึ่งผู้สมัครทั้ง 2 หมายเลยผลิตออกมาโพสต์หาเสียง ว่าผิดกฎหมายหรือไม่
และร้องต่อ กกต.ให้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงกรณีนายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ที่ลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ 3 เดือน เพื่อลงเลือกตั้งใหม่ ได้หมายเลข 1 เชื่อว่าน่าจะมีปัญหา การทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 65 (2) ที่นายเศกสิทธิ์ ที่ลาออก มาลงสมัครใหม่ สื่อว่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ที่มีข้อกำหนดไม่ให้อนุมัติโครงการใหม่ ในห้วง 90 วันก่อนการเลือกตั้ง แต่ผู้สมัครหมายเลข 1 กลับมีการเปิดประชุมสภา เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 มีการอนุมัติ งบประมาณผ่านสภา ในวงเงิน รวมทั้งสิ้น กว่า 25.5 ล้านบาทซึ่ง เป็นการทำผิดกฎหมาย เลือกตั้งมาตรา 65 (2) ซึ่งไม่สามารถทำได้ ต้องการให้ กกต.พิจารณา ชี้ขาด เพราะถือเป็นความผิด และหากเป็นความผิด ต้องการให้ กกต. ตัดสิทธิ์ การลงสมัครของหมายเลข 1 ออกจากการเลือกตั้ง
ในขณะที่นายเจตนิพิฐ สาสิม รอง ผอ.กกต.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ได้รับเรื่องราวการร้องทุกข์ ร้องเรียนเรืองราวดังกล่าวไว้แล้วรับว่า กฎหมายของ กกต.มีระเบียบข้อกฏหมาย การทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 65 (2) ที่ควบคุมการเลือกตั้งไม่ให้ใช้ประโยชน์ ในขณะดำรงตำแหน่ง มาอนุมัติโครงการใหม่ ก่อนการเลือกตั้ง ที่จะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบอยู่จริง ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งตนเองไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งเมื่อมีการร้องเรียน ก็จะมีการสรุปเสนอ ผอ.กกต. เพื่อพิจารณาดำเนินการสอบสวนไต่สวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามความถูกต้องตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งจะสรุปเสนอ ผอ.กกต.เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
ส่วนจะเสร็จก่อนการเลือกตั้ง เพื่อตัดสิทธิ์ผู้สมัครก่อนการเลือกตั้ง หรือจะตัดหลังเลือกตั้ง ก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถตัดสิน ตัดสิทธิ์ได้ทันที เพราะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ-สอบสวนข้อเท็จจริงให้ชัดเจน ซึ่งต้องใช้เวลา
แท็กที่เกี่ยวข้อง เลือกตั้ง อบจ. ,ร้อยเอ็ด ,ร้องกกต.