สังคม
"อัยการปรเมศวร์" เผยคำให้การของ "แอร์สาว" ใช้ต่อสู้คดีไม่ได้ ชี้น้ำหนักเบาไป อ้างสมัครใจให้ตรวจกระเป๋า
6 ชั่วโมงที่แล้ว
390 views
นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโสสํานักงานการสอบสวน สํานักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่ ป.ป.ส. ออกมาระบุว่าแอร์สาวการบินไทยที่ถูกจับที่ออสเตรเลีย ได้สําแดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกระเป๋าที่มีทั้งหมด 12 ใบ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ต่างจากที่ก่อนหน้านี้ที่ทางออสเตรเลียระบุว่า เป็นการใช้สุนัขตรวจ สามารถที่จะใช้ต่อสู้ในชั้นของการสอบสวนได้หรือไม่ ว่า ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะใช้ต่อสู้ได้ มันเป็นข้อต่อสู้ที่เบาบางไป เพราะคำพูดของแอร์คนเดียวจะอ้างอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าออสเตรเลียบอกเขาตรวจเอง สุนัขเขาดมเจอ และกรีดออกมาเจอยาเสพติด ส่วนตัวมองว่าคงมีคนไทยทําแบบนี้มาก่อน ส่วนข้อเท็จจริงที่น้องให้การ มันก็อาจจะพูดได้เท่านั้น เพราะการจะมาหักล้างในเรื่องของข้อเท็จจริง มันยาก
เท่าที่ติดตามดูการทำงานของ ป.ป.ส เขาพยายามสอบดูต้นทางคนชื่อ โรส คือใคร และเห็นข่าวว่าออสเตรเลียพอจะทราบว่าปลายทางคือใคร ซึ่งถ้ามันได้ทั้งต้นทางและปลายทาง โอกาสที่น้องมีนาจะไม่โดน มันก็มีเยอะ คือน่าเชื่อโดยสุจริตว่าไม่น่าจะรู้ แต่ข้อที่ไปอ้างว่าเป็นคนบอกให้ตรวจ คงไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะมันต้องอยู่ที่ว่า ป.ป.ส. สืบไปถึงไหน ได้ต้นทางทั้งไรเดอร์และบริษัทจัดส่งหรือไม่ ส่วนตัวมองว่า หาก ป.ป.ส. เจอหลักฐานทั้งปลายน้ำและต้นน้ำแล้ว ส่วนน้องยืนยันว่าไม่ได้ทำจริงๆ มองว่าน้องรอด
อย่างประเด็นเรื่องน้ำหนักถุงผ้า จะสังเกตได้หรือไม่ ทำไมมันหนักผิดปกติ เพราะยา 1 กิโลกรัม ไม่ได้เบา แล้วมันรวมเกือบ 12 ถุง หรือถ้าเขาหยิบทั้ง 12 ถุง ใส่กระเป๋า ก็อาจจะไม่รู้ เพราะมันเป็นผ้าไทย อาจจะหนักได้ใช่หรือไม่ แต่ทีนี้ถ้าหยิบทีละถุง มันต้องน่าจะสังเกต แล้วเราจะไม่เอะบ้างเหรอ ทีนี้น้องเขาต้องอธิบายตรงนี้มากกว่า ไม่ใช่ไปอธิบายว่าเป็นคนบอกให้ตรวจ นอกจากนี้ยังอธิบายคนชื่อโรส มาอย่างไร แล้วเคยทำมาหรือไม่
ประเด็นสำคัญของคดี ไม่ได้อยู่เพียงการพบยาเสพติดในกระเป๋า แต่ต้องตรวจสอบให้ชัดว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือไม่ รวมถึงต้องสืบสวนหาต้นทางของขบวนการลักลอบขนยาเสพติดทั้งหมด
โดยตั้งข้อสังเกตถึงวิธีการซุกซ่อนยาเสพติดภายในกระเป๋า ว่าผู้ก่อเหตุมีการกรีดซับในกระเป๋า เย็บซ่อนยาไว้ภายในอย่างแนบเนียน ซึ่งมองว่าเป็นวิธีการที่มีความเฉพาะตัว และเจ้าหน้าที่ตรวจค้นของออสเตรเลียสามารถกรีดตรวจสอบได้อย่างตรงจุด จึงเป็นไปได้ว่าเคยพบรูปแบบการลักลอบลักษณะเดียวกันมาก่อน หรือมีประสบการณ์จากคดีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายนี้โดยตรง
นอกจากนี้ โดยปกติสนามบินในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีมาตรการเข้มงวดในการใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจหาทั้งยาเสพติดและสิ่งของต้องห้าม เช่น ผลไม้ ก่อนเข้าสู่ประเทศ
สำหรับแนวทางการสืบสวน เชื่อว่าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของไทย จะไม่หยุดเพียงการดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายเดียว แต่จะเร่งขยายผลหาต้นทาง ผู้จัดหา ผู้ลำเลียง และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะแหล่งผลิตและผู้ที่นำยาเสพติดมาซุกซ่อนในกระเป๋า
นายปรเมศวร์ เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของไทย ทำงานร่วมกับตำรวจออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมกันสืบสวนคดี ดังนั้นผลการดำเนินคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายรวบรวมได้ร่วมกัน ไม่ใช่การทำงานแยกส่วน
ส่วนโอกาสที่ผู้ต้องหาจะได้รับความเมตตาหรือการลดโทษนั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนา หรือไม่รู้ว่ามียาเสพติดอยู่ในกระเป๋า ก็อาจเป็นประเด็นสำคัญในการต่อสู้คดี เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต้องพิจารณาทั้งองค์ประกอบภายนอก คือการครอบครองและนำยาเสพติดเข้าประเทศ และองค์ประกอบภายในคือ “เจตนา”
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าผู้ต้องหารู้เห็นหรือไม่ เพราะจำเป็นต้องพิจารณาจากพยานแวดล้อมทั้งหมด ทั้งประวัติการเดินทาง ความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่น รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
หากท้ายที่สุดศาลเห็นว่ามีความผิด ระบบกฎหมายของออสเตรเลียยังเปิดโอกาสให้จำเลยเจรจารับสารภาพ (Plea Bargaining) ซึ่งอาจทำให้ได้รับการลดโทษจากอัตราโทษสูงสุดที่กฎหมายกำหนดได้
ในส่วนของการทำงานนั้น มองว่า แม้ผลคดีอาญาจะยังไม่สิ้นสุด แต่สายการบินอาจต้องพิจารณาดำเนินการทางวินัยตามระเบียบของบริษัท ซึ่งเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่แยกต่างหากจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
แท็กที่เกี่ยวข้อง อัยการปรเมศวร์ ,แอร์สาวขนเฮโรอีน ,ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม