สังคม
ผอ.สืบสวน ป.ป.ช. เผย ยังไม่พบความผิดปกติเก็บกระดาษคำตอบ 8.6 แสนฉบับ จัดทีมอารักขาเข้ม 24 ชม.
4 ชั่วโมงที่แล้ว
80 views
ผอ.สืบสวน ป.ป.ช. เผยความคืบหน้าคดีโกงสอบท้องถิ่น ยึดกระดาษคำตอบกว่า 860,000 แผ่น เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ จัดทีมอารักขาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมประสานพนักงานสอบสวนลุยขยายผลขบวนการ
นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตสอบราชการท้องถิ่น หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการตรวจค้นและตรวจยึดเอกสารกระดาษคำตอบจำนวนมากถึง 860,000 แผ่น ที่โกดังความมั่นคง ในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบสวนสอบสวนเข้าสู่กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.
นายเนติพล เปิดเผยถึงขั้นตอนหลังจากได้รับเอกสารกระดาษคำตอบทั้งหมดว่า ในตอนที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นในเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ แต่มีการจัดเก็บพยานหลักฐานแยกเป็นกลุ่มๆ ทั้งหมด 10 กลุ่ม 10 เขต และมีการนับจำนวนลังแยกออกมาตั้งแต่ตอนขนย้ายเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ ที่สอบเป็นภาค ก. ภาค ข. กว่า 80 ตำแหน่ง ซึ่งในขั้นตอนการเข้าตรวจค้นดังกล่าวมีตัวแทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ และเจ้าหน้าที่โกดังเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย
สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ จะเป็นหน้าที่หลักของพนักงานสอบสวนที่จะเข้ามาดำเนินการดึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไปตรวจสอบตามประเด็นที่มีการเข้าร้องเรียน ซึ่งทางสำนักสืบสวน ป.ป.ช. มีการแบ่งแยกหน้าที่ชัดเจน โดยฝ่ายสืบสวนจะทำหน้าที่ตรวจค้น จับกุม และนำพยานหลักฐานมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน จากนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาว่าต้องเชิญบุคคลใดเข้ามาให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นทาง มศว หรือทางท้องถิ่นเข้ามาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม
หากพนักงานสอบสวนต้องการกำลังจากฝ่ายสืบสวนไปสนับสนุนก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันที ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องต่างๆ แล้ว ส่วนการควบคุมสั่งการอย่างเต็มรูปแบบนั้น ต้องรอทางผู้บังคับบัญชาที่กำลังติดภารกิจอยู่มอบหมายแนวทางอีกครั้ง
เมื่อถามถึงความปลอดภัยของเอกสารของกลางจำนวน 860,000 ฉบับ นายเนติพล ยืนยันว่า เอกสารทั้งหมดถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในห้องมั่นคงของ ป.ป.ช. ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายใต้บังคับบัญชาเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ในระหว่างการเข้าไปตรวจค้นพบกล่องถูกแยกออกมาจากกล่องที่เก็บรักษาไว้ตามปกติ โดยพบว่าในกล่องดังกล่าวมีกระดาษคำตอบอยู่จำนวนหนึ่ง ลักษณะเหมือนเคยถูกเปิดออกมาตรวจนับก่อนหน้านี้ โดยข้างมหาวิทยาลัยและตัวแทนให้ข้อมูลว่าเอกสารกล่องดังกล่าวเป็นกระดาษคำตอบของผู้ที่สงสัยในผลการสอบมาขอดูจากพื้นที่ต่างๆ จึงเก็บแยกออกมา แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำการซีลปิดใหม่อย่างเรียบร้อยแล้ว โดยพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีจุดใดที่ผิดสังเกตหรือไม่
ในส่วนของแนวโน้มการขยายผลการจับกุมจากพื้นที่จังหวัดนนทบุรีไปยังโกดังอื่นๆ หรือการสืบสวนลึกไปถึงโรงงานพิมพ์กระดาษคำตอบ ระบบคิวอาร์โค้ด และการปรับแก้ไขคะแนน นายเนติพล ระบุว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการสืบสวนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งตามปกติแล้วทาง ป.ป.ช. จะมีการสืบสวนในเชิงลึกอยู่แล้ว แต่การจะขยายผลไปถึงบุคคลใดหรือสำนักพิมพ์ใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่รวบรวมได้และคำให้การของพยานบุคคลเป็นหลัก ฝ่ายสืบสวนไม่มีอำนาจก้าวล่วงการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน
สำหรับสถานะของคดีในปัจจุบัน นายเนติพล ชี้แจงว่า คดียังไม่อยู่ในชั้นไต่สวน แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งต้องรอพนักงานสอบสวนดำเนินการและเสนอผู้ใหญ่ว่าจะพิจารณาตั้งองค์คณะไต่สวนต่อไปหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีความล่าช้าเนื่องจากเป็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้ง ป.ป.ช. กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ
เมื่อถามว่าจะต้องมีการประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยตรวจสอบกระดาษคำตอบทั้งหมดหรือไม่ นายเนติพล ระบุว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายสืบสวนว่าจะพิจารณาว่าอย่างไร
ส่วนกรณีที่มีกระแสความกังวลว่าผู้ต้องหา 11 คนที่ได้รับการปล่อยตัวไปก่อนหน้านี้ อาจจะไปทำลายพยานหลักฐานหรือข่มขู่พยานนั้น นายเนติพล กล่าวว่า ปัจจุบันมีกฎหมายคุ้มครองพยานรองรับอยู่ ผู้เสียหายหรือผู้ที่พบเห็นความผิดปกติสามารถยื่นขอความช่วยเหลือในการคุ้มครองพยานได้ และหากมีผู้เสียหายรายใหม่ที่ได้รับใบคะแนนเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นกระแสสังคมอยู่ในขณะนี้ มาร้องเรียนเพิ่มเติม ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป โดยประชาชนสามารถเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ได้ทันที หากพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ก็จะทำการส่งเรื่องต่อมายัง ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ส่วนกรณีที่มีผู้เข้าสอบออกมาร้องเรียนว่าถูกโกงในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องเข้ามาร้องต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ นายเนติพล ระบุว่า เป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในท้องที่ได้หากพนักงานสอบสวนเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. พนักงานสอบสวนก็จะประสานส่งเรื่องมาให้เอง
แท็กที่เกี่ยวข้อง โกงสอบท้องถิ่น