สังคม
“อ.ปานเทพ” เผย “ทราย สก็อต” เตรียมยื่นหนังสือร้องต่อศาล กรณีบุคคลอ้างตัวเป็นทีมทนายฝั่งโจทก์
11 มิ.ย. 2569
120 views
“อ.ปานเทพ” เผย “ทราย สก็อต” เตรียมส่งทนายยื่นหนังสือร้องต่อศาลแพ่งพระโขนง กรณีบุคคลอ้างตัวเป็นหนึ่งในทีมทนายความฝั่งโจทก์ ละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ไม่สนใจปมยุบมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ชี้ไม่ใช่ใครอยากยุบก็ยุบได้
ต่อมาทีมข่าวได้คุยกับนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เปิดเผยว่า กรณีเมื่อวานที่ผ่านมาตนเห็นบุคคลดังกล่าวเข้ามาในห้องไกล่เกลี่ย โดยมากับทนายความฝ่ายโจทก์ แต่มาทราบภายหลังว่าเหมือนจะขอเข้ามาเอง ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ เพราะการไกล่เกลี่ยจะต้องให้คู่กรณีเข้ามาเจรจากัน ไม่ใช่บุคคลอื่นเข้ามาแทน และมองว่าทนายความฝั่งโจทก์ก็ต้องรับผิดชอบ ถึงแม้จะอ้างว่าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทีมทนายความ ก็ต้องมีหนังสือแต่งตั้ง และคุณแม่ซึ่งเป็นโจทก์ก็จะต้องรับทราบด้วย และหากมีอำนาจจริงก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่ศาลสั่ง คือห้ามนำข้อมูลมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพราะศาลได้กำชับเรื่องนี้ไว้อย่างเข้มงวด
นายปานเทพ ระบุว่า วันนี้ทาง นายทราย สก็อต ได้ให้ทนายความร่างคำร้องว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ และจะนำคำร้องดังกล่าวไปยื่นต่อศาลแพ่งพระโขนงคาดว่าจะยื่นแล้วเสร็จภายในวันนี้ เมื่อทีมข่าวถามว่า ตามหลักแล้วสามารถทำได้หรือไม่ กรณีที่ทนายความฝ่ายโจทก์แต่งตั้งให้ ดร.ทันกวินท์ เป็นหนึ่งในทีมทนายความ นายปานเทพ ระบุว่า สามารถทำได้ แต่ไม่สามารถกระทำการใดที่เป็นการละเมิดต่อคำสั่งของศาลได้เช่นกัน
ส่วนกรณีที่ ดร.ทันกวินท์ อ้างว่าเข้าไปรับฟังการไกล่เกลี่ย รวมถึงนำข้อมูลออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพราะต้องการให้ยุบมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เรื่องนี้ นายปานเทพ เปิดเผยว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะการจะยุบมูลนิธิได้ต้องเป็นไปตามหลักกฎหมาย ไม่ใช่อยู่ ๆ ใครจะมายุบก็ทำได้ เนื่องจากมูลนิธิมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการช่วยเหลือประชาชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ และทุกวันนี้ก็ยังมีประชาชน รวมถึงนักกฎหมาย มาขอคำปรึกษาอยู่ทุกวัน ไม่ใช่เพียงนายทราย สก็อต คนเดียว ตนจึงไม่กังวลในเรื่องนี้
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า มูลนิธิเชื่อเพียงคำพูดที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง นายปานเทพระบุว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากกรณีของทราย สก็อต มีการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานจากทีมนักกฎหมายเกือบ 20 คน โดยมีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ส่วนกรณีที่ทราย สก็อต เพิ่งมีการดำเนินคดีทางกฎหมาย เนื่องจากเพิ่งทราบข้อเท็จจริง และคดียังไม่ขาดอายุความ นอกจากนี้จะมีการเตรียมคำร้องเพื่อดำเนินคดีอาญาตามขั้นตอนต่อไป
นายปานเทพ ระบุว่า ไม่ทราบว่าทำไมสื่อมวลชนจึงให้ความสนใจบุคคลดังกล่าว แต่ส่วนตัวค่อนข้างเฉย ๆ กับปัญหาดังกล่าว และไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เพราะตนมุ่งเน้นไปที่ประเด็นข้อพิพาทระหว่างทราย สก็อต กับคู่ความเป็นหลัก ส่วนเรื่องกฎหมายก็เป็นหน้าที่ของทนายความดำเนินการอยู่ จึงไม่ได้มีผลอะไร
ทั้งนี้ นายปานเทพ ระบุว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นหรือพูดในสิ่งที่ต้องการ แต่ก็ต้องรับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายที่จะตามมา ส่วนจะมีการดำเนินคดีหรือไม่นั้น ก็จะเป็นไปตามขั้นตอนทีละลำดับ
แท็กที่เกี่ยวข้อง ทราย สก็อต ,อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์