สังคม

“ครูพละ” โต้กลับ ยันไม่เคยสั่งเด็กกระโดดตบ 1,000 ครั้ง ชี้วันเกิดเรื่องไม่ได้พบนักเรียนคนดังกล่าว

10 มิ.ย. 2569

238 views

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเหตุการณ์คุณครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอสังขะได้สั่งเด็กนักเรียนชั้น ป.4 กระโดดตบ 1000 ครั้ง จนเกิดกระแสลุกฮือวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปหาทางด้านคุณครูที่ถูกกล่าวหาสั่งให้เด็กกระโดดตน 1000 ครั้งและติดต่อไปพูดคุยกับทางด้านครอบครัวของเด็กชาย อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งได้มีโอกาสเปิดใจชี้แจงพูดคุยถึงข้อเท็จจริง โดยผ่านผู้สื่อข่าวซึ่งเป็นตัวกลางนำเสนอข้อมูลทั้ง 2 ด้าน


ล่าสุดทางด้านคุณครูที่ถูกพ่อแม่เด็ก กล่าวหาว่า สั่งให้เด็กกระโดดตบ 1000 ครั้ง จนเข้าโรงพยาบาลได้ติดต่อมาหาทีมข่าว เพื่อที่จะขอชี้แจงต่อเหตุการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวรุดลงพื้นที่ไปพบกับทางด้านครูเป็ด (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี เป็นครูที่ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงถึงข้อเท็จจริง ดังนี้


เมื่อวันที่ 29 พ.ค.69 ตนเองทราบข่าวมาจากพ่อแม่ของทางฝั่งเด็กชายได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.69 ลูกชายได้ไปเก็บขยะบริเวณสนามฟุตบอล ซึ่งคุณครูเข้าใจผิดว่าลูกชายเอาขยะไปทิ้งจึงได้สั่งให้ลูกชายกระโดดตบ 1,000 ครั้ง เพื่อทำโทษ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดตนขอชี้แจงว่าไม่ใช่ความจริง วันที่พ่อเด็กกล่าวอ้างเป็นวันที่ 28 พ.ค.69 ตนเองไม่ได้สั่งให้เด็กกระโดดตบอย่างที่เป็นข่าว ซึ่งตนไม่ได้พบเจอกับเด็กชายคนนี้ และก็ไม่ได้สอนเด็กชายคนนี้


จากข้อกล่าวหาทั้งหมดจากผู้ปกครองเด็ก ตนขอแย้งว่าตนไม่ได้เจอเด็กเลยเพราะวันนั้นตนเองมาโรงเรียนค่อนข้างสาย โอกาสที่จะเจอเด็กชายคนนี้น้อยมาก ซึ่งพอมาถึงตนก็ได้ดูแลรับผิดชอบเด็กนักเรียนในชั้นเรียนของตนก็คือ ชั้น ม.1/1 และ ม2/1 ยืนยันว่าไม่ได้เจอเด็กคนนี้ คุยแต่เพียงกับเด็กที่รับผิดชอบแล้วก็ขึ้นชั้นเรียน


จากกรณีที่ถึงการสั่งลงโทษให้เด็กกระโดดตบ 1000 ครั้ง ตนไม่ได้สั่งยังยืนยันคำเดิม ซึ่งตอนนั้นช่วงพักเที่ยงตนเองก็ไม่ได้พบเด็กอีกตามเคย เพราะตนเองมีนัดพบช่างซ่อมรถคูโบต้า พอหลังจากที่พบช่างเสร็จตนก็มาพบช่างที่ซ่อมอุปกรณ์กีฬา จากนั้นตนก็ไปรับประทานอาหาร


ซึ่งหลังจากที่พ่อแม่เด็กไปให้ข้อมูลข่าวแบบนั้นฝ่ายเดียวยังไม่ทราบข้อเท็จจริง วันนั้นเด็กก็มีกิจกรรมหลายอย่างซึ่งตนเองทราบมาอีกว่าเด็กคนนี้ก็ได้ไปฝึกว่ายน้ำด้วยและทำกิจกรรมได้ตามปกติ ไม่มีการบาดเจ็บใด ๆ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เด็กบาดเจ็บจนเข้าโรงพยาบาลตนก็ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรผ่านกิจกรรมอะไรมาบ้าง ส่วนกิจกรรมส่วนตัวของเด็กเขาก็เล่นกับเพื่อนได้ตามปกติ และทำกิจกรรมกับคุณครูของเขามีกิจกรรมใดบ้างผมก็ไม่ทราบ หลังจากนี้ตนยืนยันว่าจะสู้คดีให้ถึงที่สุด และฝากขอความเป็นธรรมกับสื่อทุกสื่อเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ด้าน อยากให้มาฟังทางมุมมองของตนบ้าง


ต่อมาทางด้านคุณครูที่สอนว่ายน้ำเด็กชายดังกล่าวได้ออกมาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวอีกว่า เด็กได้มาเรียนว่ายน้ำกับตนเองในวันที่ 28 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเรื่อง และวันที่ 29 ซึ่งตอนนั้นเด็กยังทำกิจกรรมได้ตามปกติดี เด็กก็ยังคงร่าเริงแจ่มใสตามปกติ และในส่วนของการที่เด็กบาดเจ็บตนยังไม่ทราบเหมือนกันว่าเด็กนั้นที่บาดเจ็บเกิดจากสาเหตุใด เพราะหลังจากที่ว่ายน้ำเสร็จเด็กก็ได้มีการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตามข่าว ซึ่งสังคมกลับไม่ได้มองมาถึงสาเหตุของการว่ายน้ำเลย ถ้าเกิดว่าสังคมต้องการถาม


ต่อมาผู้สื่อข่าวรุดลงพื้นที่ไปพบกับทางด้านนางแอน อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเด็กชายที่โดนครูทำโทษกระโดดตบ 1000 ครั้ง เล่าบอกผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าเมื่อวันที่ 29 พ.ค.69 ตนเองทราบเรื่องดังกล่าวจากปากลูกชายว่า ลูกชายโดนคุณครูทำโทษเนื่องจากลูกชายได้ไปเก็บขยะบริเวณสนามแล้วคุณครูเข้าใจผิดว่าน้องเอาขยะไปทิ้งจึงได้มีการสั่งทำโทษกระโดดตบจำนวน 1000 ครั้ง


หลังจากที่ตนเองทราบเรื่องราวดังกล่าวก็ถึงกับเข่าอ่อนส่งสารลูกที่ครูได้สั่งให้ลูกชายกระโดดตบจำนวน 1000 ครั้ง ซึ่งตนเองได้สังเกตเห็นอาการผิดปกติของลูกโดยลูกชายมีอาการปวดเมื่อยแขนขา ผิดปกติพร้อมกับมีไข้และในกลางคืนฝันผวาว่าครูคนนี้จะมาประหารชีวิตอยู่ในอาการหวาดกลัวผวา


ตนเองจึงได้พาลูกชายไปหาหมอที่โรงพยาบาลประจำอำเภอในช่วงเย็นวันที่ 29.พ.ค.69 ซึ่งตอนนั้นลูกชายมีอาการปวดบริเวณขาและมีไข้ จึงได้นอนโรงพยาบาลประจำอำเภอ จนถึงบ่ายวันที่ 4พ.ค.69 และย้ายไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดช่วงเย็นวันที่ 4 พ.ค.69 และนอนโรงพยาบาลประจำจังหวัดจนถึงบ่ายวันที่ 8.พ.ค.69 และออกจากโรงพยาบาลมาตอนนี้สภาพจิตใจและสภาพร่างกายลูกชายไม่เต็ม 100% อยู่ในอาการเหม่อลอย วิตกกังวลกลัว


ถึงอย่างไรก็ตามถ้าหากว่าคุณครูได้กระทำการดังกล่าวจริงตนเองพร้อมครอบครัวจะขอใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินการครูคนดังกล่าวให้ถึงที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ