สังคม

สลด! สาวทะเลาะแฟนโดดหนีออกจากรถ ขึ้นจักรยานยนต์พลเมืองดีหนี สุดท้ายถูกแฟนพุ่งชนดับทั้งคู่

3 ชั่วโมงที่แล้ว

818 views

ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ได้รับแจ้งอุบัติเหตุ รถเก๋งชนกับจักรยานยนต์ บริเวณถนนทุ่งโพธิ์ -ท่าสว่าง อ. เมือง จ. สุรินทร์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย จึงร่วมตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองสุรินทร์ และแพทย์เวร รพ. สุรินทร์ ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีดำ ทะเบียนสุรินทร์ สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ถุงลมนิรภัยแตกทั้งสองข้าง คนขับได้รับบาดเจ็บ 1 ราย


ห่างไปประมาณ 10 เมตร พบจักรยานยนต์ ทะเบียนสุรินทร์ สภาพพังยับเยิน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อ น.ส.ธิดารัตน์ อายุ 32 ปี และชายพลเมืองดีทราบชื่อ นายณัฐนนท์ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่จักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากกระเด็นไปชนกับรถอีกคันที่จอดอยู่ข้างทาง และรถก็ได้รับความเสียหายยับเยินเช่นกัน อาสาสมัครกู้ภัยสุรินทร์จึงเร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ. สุรินทร์ สุดท้ายพลเมืองดีซึ่งขี่จักรยานยนต์ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนชายที่ขับรถเก๋งอยู่ในการดูแลของแพทย์


ต่อมา ร.ต.อ. พรชัย คงอุตส่าห์ รอง สว. สอบสวน สภ. เมืองสุรินทร์ นำกล้องในรถเก๋งและกล้องหน้ารถมาตรวจสอบสอบ ถึงกับตกใจ รีบแจ้งไปยัง รพ. สุรินทร์ และ พล.ต.ต. สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก. ภ. จว. สุรินทร์, พ.ต.อ. เอกพงษ์ พลมณี ผกก. สภ. เมืองสุรินทร์ ให้ทราบ พร้อมให้อายัดตัวคนขับรถเก๋งที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้ เนื่องจากคลิปและเสียงระบุแน่ชัดว่าเป็นการจงใจชนผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ทราบว่าผู้ก่อเหตุ อายุ 32 ปี ชาว ต. นอกเมือง อ. เมือง จ. สุรินทร์


ส่วนผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ ชายพลเมืองดีผู้ขับขี่จักรยานยนต์ อายุ 28 ปี ชาว ต. โพนทราย อ. โพนทราย จ. ร้อยเอ็ด และหญิง อายุ 32 ปี ชาว ต. เฉนียง อ. เมือง จ. สุรินทร์ คนซ้อนจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นแฟนของคนขับรถเก๋งผู้ก่อเหตุ


จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุและหญิงผู้เสียชีวิตเป็นแฟนกัน ได้มีปากเสียงทะเลาะกันในรถเก๋ง พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบแกะคลิปภาพพร้อมขยายผลจนทราบว่า ฝ่ายหญิงเป็นแคชเชียร์อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ. สุรินทร์ จึงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมสอบถามหัวหน้าแผนกของผู้เสียชีวิต


กล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุมาหาผู้เสียชีวิต เดินมาคู่กันเพื่อให้ผู้เสียชีวิตส่งเงินที่ออฟฟิศ โดยยืนรออยู่ด้านนอก ก่อนเดินออกไปพร้อมกัน แล้วขึ้นรถเก๋งของผู้เสียชีวิตไปด้วยกัน โดยผู้เสียชีวิตเป็นคนขับ แล้วออกจากโรงแรมไป


จากคลิปภาพและเสียงในรถพบว่า ผู้ก่อเหตุพยายามจะมาง้อขอคืนดี และจะไปกินข้าวหลังเลิกงาน จากนั้นมีการจอดรถคุยกัน ทะเลาะกันอย่างหนัก มีเสียงผู้เสียชีวิตร้องซึ่งคาดว่าจะถูกทำร้าย ผู้ก่อเหตุพยายามให้ผู้เสียชีวิตถ่างขา แต่ก็ถูกปฏิเสธ จนผู้ก่อเหตุเกิดโมโหอย่างรุนแรง บังคับให้ขับรถไปเรื่อย ๆ


แต่เมื่อออกมาได้สักระยะ ผู้เสียชีวิตตัดสินใจจอดรถ แล้วกระโดดลงจากรถวิ่งหนีทันที เพื่อขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี ซึ่งขี่จักรยานยนต์ ผ่านมาพอดี พลเมืองดีเห็นผู้หญิงวิ่งมากลางถนนและตะโกนขอร้องให้ช่วยพาหลบหนีเพราะถูกทำร้าย ด้วยความเป็นพลเมืองดีจึงให้ขึ้นซ้อนท้ายเพื่อจะไปส่งในเขตเทศบาล


แต่ผู้ก่อเหตุได้เปลี่ยนที่นั่งมาขับรถเก๋งไล่ตามจักรยานยนต์ ซึ่งภาพจากกล้องในรถพบว่าผู้ก่อเหตุขับรถด้วยความเร็วสูงถึง 140 กม./ชั่วโมง แม้ว่าจะเป็นเขตชุมชนก็ตาม และเมื่อไล่ตามมาทัน ก็พุ่งชนจักรยานยนต์ ของพลเมืองดีที่มีฝ่ายหญิงนั่งซ้อนท้ายอยู่อย่างรุนแรง จนทำให้ทั้งสองเสียชีวิต รวมถึงรถเก๋งสีขาวจอดอยู่ริมถนนไก็รับความเสียหายด้วย


จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยถูกแจ้งว่าทำร้ายร่างกายแฟนสาวมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนจะแยกกันอยู่ ตำรวจเชื่อว่ามูลเหตุเกิดจากความหึงหวง แต่ที่น่าสลดใจคือ พลเมืองดีที่ผ่านมาประสบเหตุและให้การช่วยเหลือ ต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้


ขณะที่ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ตัวเองมีปากเสียงกับแฟนสาวในรถจึงจอดเคลียร์กัน ก่อนตัดสินใจเหยียบคันเร่งขับรถออกไปอย่างรวดเร็วทำให้แฟนสาวตกใจ และโดดหนีออกจากรถ ยืนยันไม่มีเจตนาพุ่งชน แค่รีบขับตามไปเท่านั้น แต่ยอมรับขับด้วยความเร็ว ซึ่งเมื่อเกิดเหตุยังไม่รู้เลยว่าขับพุ่งชนอะไร พร้อมแสดงความเสียใจ แต่ไม่กล้าเข้าไปขอขมาศพแฟนสาว เพราะรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น


ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่วัดหนองบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ชึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนายณัฐนนท์ อายุ 28 ปี ชาวตำบลโพนทราย อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่งวนภูมิภาค จ.สุรินทร์ พลเมืองดี ที่ช่วยเหลือน.ส.ธิดารัตน์ อายุ 32 ปี ชาวสุรินทร์ ที่ทะเลาะกับแฟน พาขึ้นรถ จยย.เพื่อไปส่งในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ระหว่างจะไปรับแฟนสาวที่เดินทางมาจาก จ.นครราชสีมา ที่มาร่วมฉลองวันเกิดของตัวเอง ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ ที่ บขส.สุรินทร์ ก่อนถูกนายอานนท์ อายุ 32 ปี แฟนน.ส.ธิดารัตน์ ขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถ จยย.ด้วยความเร็ว กระทั่งทั้ง 2 เสียชีวิต


โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ของบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะพ่อ แม่ ที่เดินทางมาจากอำเภอโพนทราย จ.ร้อยเอ็ด และแฟนสาวที่มีแปลนจะแต่งงานกันในต้นปีหน้า หลังพิธีสวดอภิธรรมเสร็จ พ่อแแม่และแฟนสาวพร้อมบรรดาญาติ พี่น้อง และเพื่อนฝูง ได้นำเค้กวันเกิดมาจุดอวยพรฉลองวันเกิดให้กับนายณัฐนนท์ หรือกาฟิว ที่หน้าโลงศพ พร้อมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ทั้งน้ำตา ก่อนที่แฟนสาวจะตัดเค้กนำไปไว้ที่ข้างโลงศพและเคาะเรียกแฟนที่จากไปให้รับรู้ว่าฉลองวันเกิดให้แล้วปีนี้ให้แล้ว ขอให้ไปสู่สุคติภพที่ดี ชาติหน้ามีจริงขอให้ได้มาเป็นคนที่รักกันอีกและได้อยู่คู่กันไม่จากกันไปไหน ขอให้คนที่กระทำได้รับผลกรรมที่ก่อขึ้นอย่างสาสมตามกฎหมายและกฎแห่งกรรม


นายกาญจน์ พ่อของผู้เสียชีวิตเปิดใจทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะมารดาที่ร้องไห้ตลอดเวลา เพราะผู้เสียชีวิตถือเป็นเสาหลักสำคัญของครอบครัว กำลังสร้างอนาคตและมีเส้นทางชีวิตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันในวัยเพียง 29 ปี ผู้เป็นพ่อยังแสดงความไม่พอใจต่อท่าทีและคำให้สัมภาษณ์ของผู้ก่อเหตุ ซึ่งมองว่าเป็นการพูดจาแข็งกร้าว ไม่สำนึกต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกชายจนถึงที่สุด


"พ่อยังรับไม่ได้ ครอบครัวก็ยังรับไม่ได้ โดยเฉพาะแม่ของน้องที่ร้องไห้ทุกวัน น้องกำลังสร้างตัว อนาคตยังอีกไกล ไม่น่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ พ่ออยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว หากไม่ได้รับความยุติธรรม พ่อจะสู้จนถึงที่สุด" บิดาผู้เสียชีวิตกล่าว


พร้อมกันนี้ยังฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า แม้จะบอกว่าไม่ได้เจตนาหรือไม่ได้ตั้งใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ครอบครัว ผู้เป็นพ่อแม่ รวมถึงคนรักของผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้


สำหรับวันนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของผู้เสียชีวิต ญาติ เพื่อน และคนรักได้ร่วมกันจัดเค้กวันเกิดและจุดเทียนอวยพรเป็นครั้งสุดท้าย โดยบิดากล่าวด้วยความอาลัยว่า ลูกชายเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้าง ทุกคนรักและเอ็นดูเพราะเป็นคนดีเสมอมา น้องมีแปลนกำหนดแต่งงานกับแฟนวันที่ 18 มกราคม ปี 70 นี้ แต่ก็ต้องมาเจอเหตุการณ์นี้ก่อน โดยครอบครัวกำหนดฌาปนกิจ ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ เวลา 15.00 น.


"พ่อขอให้น้องไปสู่ภพภูมิที่ดี และหากชาติหน้ามีจริง พ่อก็ขอให้น้องได้กลับมาเกิดเป็นลูกของพ่ออีกครั้ง" คำพูดสุดท้ายของผู้เป็นพ่อ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าที่สะเทือนใจผู้ร่วมงานทั้งศาลา


ซึ่งพ่อและครอบครัวก็ยังทำใจไม่ได้ครับตั้งแต่ได้รับทราบข่าว แล้วการกระทำของตัวผู้กระทำผิดรู้สึก ที่มีการให้สัมภาษณ์ออกมารู้สึกเขาพูดจาแบบรู้สึกจะแข็งกระด้างก้าวร้าว คือจะไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองหรอกคนแบบนี้ ยังไงพ่อจะสู้ให้ถึงที่สุด พ่อก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐอะไรที่ยื่นมือเข้ามาช่วยด้วย ถ้าผมไม่ได้รับความยุติธรรมครับ ครอบครัวก็ยังทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ น้องเป็นเสาหลักของครอบครัว น้องก็กำลังเจริญเติบโต กำลังก่อร่างสร้างตัว อนาคตอีกไกล อายุของน้องตอนนี้น้องยี่สิบเก้าเต็ม ไม่น่ามาเจอเหตุการณ์เช่นนี้เลย ตอนนี้ทำใจไม่ได้ ครอบครัวก็ยังทำใจไม่ได้ โดยเฉพาะคุณแม่รับไม่ได้เลยร้องไห้ตลอดเวลา


ฝากถึงคนกระทำได้ยังไง คุณก็น่าจะมีสามัญสำนึก ในการที่คุณให้สัมภาษณ์ คุณบอกว่าคุณไม่ได้เจตนา คุณไม่ได้ตั้งใจจะทำ คุณพูดได้ยังไงคุณพูดได้ สิ่งที่คุณกระทำ พ่อแม่สูญเสีย คนรักเขาก็สูญเสีย ไม่สามารถเอาคืนได้ ก็ฝากถึงทางผู้ดูแลรักษากฎหมายนะครับ ยังไงก็ช่วยทางพวกราษฎรอย่างพวกผมด้วยนะครับ อยากให้ดำเนินการให้ถึงที่สุด วันนี้เป็นวันเกิดของน้องครับ น้องเกิดวันที่ 9 มิถุนายน เสียชีวิตวันที่ 8 วานนี้ วันนี้ก็ครบ 29 ปีของน้องพอดี เลยจุดเทียนเป่าเค้กวันเกิดให้กับน้อง ด้วยความรักความดีของน้องที่น้องสะสม ทั้งแฟนและเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานเขารักน้อง เขาเอ็นดูน้อง เพราะว่าน้องเป็นคนดี อัธยาศัยดี ในใจพ่อก็ขอให้น้องสู่ภพภูมิที่ดีนะ ยังไงถ้าชาติหน้ามีจริงก็ขอให้น้องได้เกิดมาเป็นลูกพ่ออีก



ด้าน น.ส.ณัฐวดี หรือน้องมอส อายุ 32 ปี เปิดใจทั้งน้ำตา เล่าว่าเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมาเพื่อร่วมฉลองวันเกิดกับแฟนหนุ่ม แต่กลับต้องเผชิญข่าวร้ายที่ไม่มีวันคาดคิด โดยระหว่างนั่งรออยู่ที่สถานีขนส่งจังหวัดสุรินทร์ ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อหลายครั้งแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนเริ่มรู้สึกผิดสังเกต จึงว่าจ้างรถตุ๊กตุ๊กไปตามหา



เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและเห็นรถจักรยานยนต์ของแฟนหนุ่ม รวมทั้งป้ายทะเบียนที่คุ้นตา ทำให้เริ่มมั่นใจว่าเป็นรถของผู้เสียชีวิต แม้จะพยายามปฏิเสธความจริงอยู่ตลอด กระทั่งญาติได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นแฟนตนจริง ส่งผลให้เธอถึงกับสติแตกและทำใจยอมรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น



แฟนสาวยังเผยอีกว่า ทั้งคู่ได้วางแผนอนาคตร่วมกันไว้แล้ว รวมถึงเรื่องการแต่งงานที่มีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง แต่ไม่คิดว่าความฝันทั้งหมดจะต้องจบลงอย่างกะทันหัน



หนูตั้งใจมาร่วมฉลองวันเกิด อยากอวยพรให้เขามีความสุข แต่ไม่คิดเลยว่างานวันเกิดจะกลายเป็นงานศพเขา แฟนสาวกล่าวทั้งน้ำตา ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและคนใกล้ชิดที่ยังไม่สามารถทำใจต่อการสูญเสียครั้งนี้ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ