สังคม

ชาวบ้าน-ประธานชุมชนยันหมาจรทำเดือดร้อนจริง หลังทัวร์ลงเทศบาลนครระยอง ปมจับหมาเข้าศูนย์พักพิง

27 พ.ค. 2569

72 views

ชาวบ้าน-ประธานชุมชนยันหมาจรสร้างความเดือดร้อนจริง หลังทัวร์ลงเทศบาลนครระยอง ปมจับหมาเข้าศูนย์พักพิง อ้างไม่มีหลักฐานการร้องเรียนจากประชาชน ขณะสัตวแพทย์แจงยิบขั้นตอนดูแล ยันไม่ได้เอาไปทรมาน

จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล หลังมีผู้โพสต์โจมตีเทศบาลนครระยอง กรณีเข้าจับสุนัขจรจัดในพื้นที่ไปไว้ยังสวนพักพิงสัตว์ โดยอ้างว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีหลักฐานการร้องเรียนจากประชาชน จนเกิดกระแสทัวร์ลง และมีการใช้ถ้อยคำต่อว่าสัตวแพทย์ประจำศูนย์ฯ อย่างรุนแรง

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ชุมชนสมุทรเจดีย์ เขตเทศบาลนครระยอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งทั้งประธานชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ต่างประสานเสียงยืนยันว่า สุนัขจรจัดกลุ่มดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญและก่อให้เกิดอุบัติเหตุจริง

ชาวบ้านในพื้นที่เล่าถึงความเดือดร้อนว่า มีผู้นำอาหารมาให้สุนัขจรจัดบริเวณหน้าบ้านของตนเอง ทำให้สุนัขมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อเนื่องคือ มีนกพิราบมากินเศษอาหารที่เหลือ นำพาพาหะนำโรคและแมลงวันมาสู่ชุมชน นอกจากนี้ เมื่อสุนัขกินอิ่มแล้ว มักจะวิ่งไล่กวดรถจักรยานยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา จนชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องกลับมาต่อว่าตนเอง

ด้านนายพรเทพ สุกใส ประธานชุมชน เปิดเผยว่า ในแต่ละเดือนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 50 ครั้ง เกี่ยวกับปัญหาสุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้ารถจักรยานยนต์จนเกิดอุบัติเหตุ ล่าสุดมีเหตุการณ์สุนัขวิ่งตัดหน้ารถของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งฝ่ายหญิงกำลังตั้งครรภ์ โชคดีที่ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต มิเช่นนั้นอาจเกิดความสูญเสียทั้งแม่และลูก เมื่อได้รับการร้องเรียนซ้ำๆ จึงต้องทำหน้าที่ประสานไปยังเทศบาลนครระยอง เพื่อให้เข้ามาบริหารจัดการหาที่อยู่ให้สุนัขเหล่านี้เป็นหลักแหล่ง เพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชน

ขณะที่นายเฉลิมพล มีใจเย็น รองประธานชุมชน กล่าวเสริมว่า ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของฟาร์มกุ้งซึ่งเลี้ยงไก่ชนไว้ ว่าถูกกลุ่มสุนัขจรจัดนับ 10 ตัว เข้าไปรุมกัดไก่ชนราคาตัวละ 5,000 ถึง 10,000 บาท ตายไปหลายตัว นอกจากนี้ สุนัขยังเข้าไปขุดหลุมขนาดใหญ่ในพื้นที่ฟาร์ม ทำให้เจ้าของฟาร์มที่ต้องขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาดูแลบ่อกุ้งในเวลากลางคืน มองไม่เห็นและขับรถตกหลุมจนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งในเวลาต่อมา เจ้าของฟาร์มกุ้ง ได้เดินทางมาสมทบและยืนยันข้อมูลดังกล่าว พร้อมระบุว่าสุนัขจรจัดเคยวิ่งตัดหน้ารถจักรยานยนต์ในพื้นที่จนมีผู้เสียชีวิตมาแล้ว

ด้านนางสมร อายุ 62 ปี ชาวบ้านผู้คอยให้อาหารและดูแลสุนัขจรจัดกลุ่มนี้ เปิดเผยความรู้สึกว่า ไม่อยากให้ทางเทศบาลจับสุนัขไป เพราะมีความเชื่อว่าหากถูกจับไปแล้วสุนัขจะล้มตายทุกตัว ตนเองอยากให้พวกมันได้อยู่ข้างนอกอย่างเป็นอิสระ เพราะที่ผ่านมาพวกมันก็แข็งแรงดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ และยืนยันว่าเลี้ยงดูให้อาหารจนอิ่มหนำสำราญอย่างดี สุนัขจะไม่เคยไปคุ้ยขยะหรือสร้างความรำคาญให้ใคร

ต่อมาสัตวแพทย์ประจำศูนย์พักพิงสัตว์เทศบาลนครระยอง ได้เข้าพูดคุยและชี้แจงทำความเข้าใจกับนางสมร โดยอธิบายว่า ทางศูนย์ฯ มีมาตรการการจัดการที่เป็นระบบ ก่อนจะนำสุนัขตัวใหม่เข้าไปอยู่รวมกับสุนัขตัวอื่น จะต้องผ่านกระบวนการกักโรคเป็นเวลา 14 วัน เพื่อตรวจเช็ก รักษาร่างกาย ทำวัคซีน และทำหมัน

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าสุนัขเข้าไปแล้วป่วยตาย ขอยืนยันว่าสุนัขบางตัวมีอาการป่วยมาก่อนที่จะเข้าศูนย์ฯ เพียงแต่ไม่ได้แสดงอาการให้เห็นภายนอก และเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชุมชน ได้นำกรงมาดักจับสุนัข ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่ทำให้สุนัขได้รับบาดเจ็บหรือทรมาน โดยวันนั้นจับไปได้เพียง 1 ตัว แต่กลับมีชาวบ้านรายหนึ่งเข้ามาต่อว่าอย่างรุนแรง พร้อมขอดูเอกสาร คลิป หรือหลักฐานการร้องเรียน ไม่สามารถเปิดเผยให้ดูได้เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียน แต่ยืนยันว่าทำตามหน้าที่เนื่องจากสุนัขสร้างความเดือดร้อนจริง

“หมอถูกต่อว่าลามไปถึงเรื่องส่วนตัว ว่าเป็นหมอแต่ไม่มีการศึกษา และยังมีการนำคลิปสุนัขป่วย ซึ่งเป็นคลิปเก่าเมื่อ 1-2 ปีที่แล้ว และสุนัขตัวนั้นได้เสียชีวิตไปนานแล้ว มาโพสต์โจมตีทำให้เทศบาลได้รับความเสียหาย ไม่เข้าใจว่าผู้โพสต์ต้องการอะไร” สัตวแพทย์กล่าว

ทั้งนี้ สัตวแพทย์ระบุอีกว่า สุนัขในสวนพักพิงบางตัวอาจดูผอมแห้งเนื่องจากป่วยหรืออยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งต้องใช้อำนาจทางการแพทย์ดูแลจนกว่าจะแข็งแรง แต่อยากให้มั่นใจว่าระบบสาธารณสุขของศูนย์ฯ มีมาตรฐาน มีสัตวแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดถึง 4 คน พร้อมเจ้าหน้าที่คอยทำความสะอาดคอกเลี้ยงทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่ายทุกวัน ไม่ได้ปล่อยปละละเลยตามที่เพจโซเชียลโจมตีแน่นอน

ภายหลังจากการพูดคุยและรับฟังคำชี้แจงจากสัตวแพทย์อย่างละเอียด และได้พูดคุยกับเจ้าของ ฟาร์มกุ้งและมีการยืนยันว่าหมาสร้างความเดือดร้อนจริง

นางสมรจึงเข้าใจและยินยอมให้ทางเทศบาลนำสุนัขจรจัดไปดูแลต่อที่ศูนย์พักพิง โดยคุณหมอได้แจ้งว่า หากนางสมรคิดถึงสุนัข ก็สามารถเดินทางไปเยี่ยมและร่วมดูแลได้ตลอดเวลา แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามนำอาหารจากภายนอกเข้าไปให้เด็ดขาด เนื่องจากนางสมรตระเวนให้อาหารสัตว์ในหลายพื้นที่ ทางศูนย์ฯ เกรงว่าอาจจะเป็นการนำพาเชื้อโรคจากภายนอกเข้าไปแพร่ระบาดสู่สุนัขตัวอื่นๆ ในศูนย์ฯ ได้

นางสมรกล่าวทิ้งท้ายโดยยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ได้เป็นคนโพสต์เนื้อหาโจมตีเทศบาลในเพจดังกล่าวแต่อย่างใด พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เดินทางมาพูดคุยและร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับคนรักสัตว์และชุมชนในวันนี้

ส่วนกระแสโซเชียลนั้นบางคนเห็นด้วย ถ้าหากเทศบาลมีที่พักพิงให้สัตว์หมาจรพวกนี้จะได้ไม่ไปสร้าง ความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นเพราะสุดท้ายแล้วหากเกิดปัญหาขึ้นไม่มีใครที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของหมาจรพวกนี้

ส่วนบางกระแสก็รักหมาจนไม่ลืมหูลืมตาอยากให้หมาได้มีอิสระ เพราะกลัวว่าเข้าไปแล้ว หมาจะไปติดเชื้ออยู่ด้านใน เพราะหมามีจำนวนมาก

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางเทศบาลนครระยอง ยืนยันว่าในเมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนก็ต้องเข้าไปดูแลแต่เราก็ดูแลสวัสดิภาพชีวิตหมาอย่างดี ไม่ได้เอาเขาไปทรมานหรือไปทำให้เสียชีวิตแต่อย่างใด แต่ถ้าหากหมาจรกลุ่มใด ที่อยู่เป็นที่เป็นทางไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อน ให้กับประชาชนทางเทศบาล ก็ไม่ได้ไปไล่จับพวกเขา



คุณอาจสนใจ

Related News