เลือกตั้งและการเมือง
ภูมิใจไทย ยันไม่ได้อุ้ม “ชนนพัฒฐ์” จี้เข้าแจงดีเอสไอเอง ไม่ต้องเป็นภาระสภาฯ โหวต
26 พ.ค. 2569
46 views
ภูมิใจไทย ยันไม่ได้อุ้ม “ชนนพัฒฐ์” ชี้ไม่ต้องการตัดเสียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จี้เจ้าตัวเข้าแจงดีเอสไอเอง ไม่ต้องเป็นภาระสภาฯ โหวต
วันนี้ (26 พ.ค.) ที่พรรคภูมิใจไทย นางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงผลการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ทำหนังสือขอตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เพื่อสอบสวนในคดีเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุระเบียบวาระเร่งด่วนขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 28 พฤษภาคมว่า เบื้องต้นทราบว่าเจ้าตัวมีการโพสต์ ว่ามีความประสงค์ที่จะให้ปากคำ ตามที่ DSI ได้ออกหนังสือ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเห็นว่าหากจะเดินทางไปให้ปากคำสามารถไปได้เลยพรุ่งนี้เช้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระของสภาฯ
แต่โดยหลักของหลักการเรื่องของการดูแลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยเปิดประชุม เพราะที่ผ่านมา หลักการการปกป้องสมาชิกสมัยก่อน เนื่องจากเสียงในที่ประชุมสภาเสียงนั้นมีเสียงปริ่มน้ำทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ซึ่งเพื่อปกป้องไม่ให้มีการใช้อำนาจทำให้เสียของฝ่ายหนึ่งฝ่ายลดลง ซึ่งหลักการดังกล่าวถูกใช้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยได้มีการพูดคุยกันว่าจะใช้หลักการที่มีอยู่ แต่ก็ต้องรอดูว่าเจ้าตัวจะร้องขอหรือไม่
แต่ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับสมัยประชุมสภาฯ ชุดที่แล้ว ที่มีการอนุมัติให้ สส.ท่านหนึ่ง เดินทางเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ แต่สุดท้ายสภาฯ ก็ไม่ได้มีการพิจารณา เนื่องจาก สส.คนดังกล่าวไปมอบตัวเอง เพราะฉะนั้นสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ก็หวังว่าคงจะไม่ต้องให้สภาฯ ต้องมาลงมติ หากเจ้าตัวยินยอมพร้อมใจไปตามที่ตั้งใจ
แต่หากต้องถึงขั้นตอนการลงมติ ในความเป็นจริงนั้น อีกหนึ่งเดือนครึ่งก็จะถึงเวลาปิดสมัยประชุม ไม่ว่าวันพรุ่งนี้หรืออีกหนึ่งเดือน เจ้าตัวก็ต้องไปให้ปากคำตามที่ DSI ร้องขออยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องเงื่อนไขระยะเวลาก็จะมองอีกมุมได้ว่า ในบางเรื่องไม่ใช่เรื่องของการตัดสิน แต่เป็นการเชิญไปสอบสวน ไม่เช่นนั้นก็จะถูกมองได้ว่าฝ่ายผู้มีอำนาจกลั่นแกล้งให้ฝ่ายค้านมีเสียงลดลงหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงไม่เกี่ยวกัน เป็นเรื่องของหน่วยงาน เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมีความประสงค์จะให้เสียงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลดลงไปจากการโหวตของ สส.ด้วยกันเอง
เมื่อถามย้ำว่า หากเมื่อถึงขั้นตอนการลงมติพรรคภูมิใจไทยจะโหวตส่งตัว นายชนนพัฒฐ์ หรือไม่ นางสาวแนน บุญย์ธิดา กล่าวว่า คงต้องขึ้นอยู่กับนายชนนพัฒฐ์เอง หากเดินทางไปให้ปากคำด้วยตนเองแล้วแจ้งมายังสภาฯ เรื่องนี้ก็จบ ไม่ต้องมีการโหวต แต่ถ้าหากจะต้องมีการมาพูดคุยกันในที่ประชุมสภาฯ ก็จะต้องดูท่าทีว่านายชนนพัฒฐ์มีความเห็นในประเด็นของตนเองอย่างไรบ้าง แต่โดยหลักการเราเป็นพรรครัฐบาล เราไม่ต้องการตัดเสียงของฝั่งใดฝั่งหนึ่งโดยวิธีการเช่นนี้
นางสาวแนน บุญย์ธิดา ระบุว่า หลังปิดสมัยประชุมสภาฯ เจ้าตัวก็ต้องเดินทางไปให้ปากคำอยู่ดี ไม่สามารถหลีกหนีสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ย้ำว่า เอกสิทธิ์ สส. ไม่ใช่ว่าเป็น สส. 4 ปี แล้วได้ครอบคลุมทั้ง 4 ปี แต่คุมเฉพาะช่วงระยะเวลาสมัยประชุมเท่านั้น เนื่องจากต้องปกป้องเสียงของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้วิธีการลดทอนเสียง เพื่อให้ตัวเองเป็นเสียงข้างมากแล้วชนะ
เมื่อถามว่า หากมองอีกมุมหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยอุ้มหรือปกป้อง นายชนนพัฒฐ์ หรือไม่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา ย้ำว่า เราไม่ได้มองว่าเซฟหรืออุ้มใคร หรือพยายามช่วยใคร ต้องอธิบายให้ชัดเพราะมีหลายคนสับสนว่าใช้เอกสิทธิ์ แต่เอกสิทธิ์ สส.ใช้ได้เฉพาะช่วงเปิดประชุมสภาฯ เท่านั้น เวลาเราพิจารณากฎหมายแล้วเสนอประชุมแค่ 4 เดือน เมื่อปิดสมัยประชุมถ้ามีเรื่องต้องสะสางก็ต้องไป จะมาใช้เอกสิทธิ์ในช่วงสมัยปิดประชุมไม่ได้
แท็กที่เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย ,ดีเอสไอ ,ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว