สังคม
นศ.สาวผวา ตื่นตี 5 เจอหนุ่มรุ่นพี่ลูกตำรวจ ปีนระเบียงเข้าห้องยามวิกาล
2 ชั่วโมงที่แล้ว
11 views
ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นางนฤมล อายุ 54 ปี เจ้าของหอพักกลางเมืองอุดรธานี พร้อมด้วย นางสาวลลิตา หรือน้องเอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ทรงภพ คำใจ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีกับนายกิตติพงศ์ หรือ “ดีดี” อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นรุ่นพี่สถาบันเดียวกัน หลังก่อเหตุลักลอบปีนเข้าห้องพัก ในช่วงยามวิกาล เมื่อเวลาประมาณ 05.02 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
จากภาพวงจรปิด จะเห็นได้ว่าเมื่อเวลา 04.59 น. นายดีดีได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาจอดภายในบ้านพักของตนเอง จากนั้นในเวลาประมาณ 05.00 น. ได้เดินออกมาจากตัวบ้าน ก่อนหยุดยืนอยู่ภายในบริเวณบ้านพักชั่วขณะ คล้ายสังเกตความเคลื่อนไหวโดยรอบ แล้วจึงค่อยเดินไปเปิดประตูบ้าน ก่อนเดินข้ามถนนมายังฝั่งหอพักของผู้เสียหาย
ต่อมานายดีดีได้ปีนรั้วเข้ามาภายในบริเวณหอพัก โดยในมือคล้ายถือไฟฉายหรืออุปกรณ์ให้แสงสว่าง ก่อนจะเดินตรงไปยังบริเวณด้านหลังห้องพักของนางสาวเอ และลักลอบเข้าไปภายในห้องพัก โดยใช้เวลาอยู่ภายในห้องประมาณ 30 นาที กระทั่งเวลา 05.36 น. ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ว่า นายดีดีได้ปีนออกมาจากหอพัก ก่อนปีนรั้วเดินข้ามถนนกลับเข้าไปยังบ้านพักของตนเองตามเดิม
ภายหลังรับแจ้งความ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดบริเวณอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว พร้อมกระจายกำลังเข้าสอบถามบ้านพักข้างเคียงซึ่งอยู่ติดกับหอพัก เพื่อสืบสวนหาเบาะแสและเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุใช้ปีนเข้ามา ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าสอบถามข้อมูลกับเจ้าของบ้านพักหลังติดกัน ซึ่งพบว่าเจ้าของบ้านรายนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกัน และจากการตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด จึงทราบข้อเท็จจริงอันน่าตกใจว่า ชายวัยรุ่นที่ปรากฏในคลิปวงจรปิดและเป็นผู้ก่อเหตุบุกรุกยามวิกาลในครั้งนี้ แท้จริงแล้วคือ “นายดีดี” ซึ่งเป็นบุตรชายของเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวนั่นเอง
สอบถามเบื้องต้น นายดีดี ถึงกับจำนนต่อหลักฐาน ยอมรับสารภาพต่อหน้าพ่อซึ่งเป็นตำรวจ และพนักงานสอบสวนว่า ตนได้ลักลอบปีนรั้วบ้านจากฝั่งบ้านพักของตน ข้ามเข้ามายังบริเวณอพาร์ตเมนต์จริง ก่อนอาศัยจังหวะที่ประตูด้านหลังห้องพักของผู้เสียหายไม่ได้ล็อก ย่องเงียบเข้าไปแอบอยู่ภายในห้องพัก
เมื่อเจ้าหน้าที่เค้นสอบถึงวัตถุประสงค์ในการบุกรุกยามวิกาล นายดีดีอ้างว่า ชนวนเหตุมาจากความอึดอัดใจ และต้องการเข้าไปพูดคุยเคลียร์ปัญหาเพื่อทำความเข้าใจ รวมถึงต้องการขอโทษผู้เสียหาย เกี่ยวกับประเด็นปัญหาก่อนหน้านี้ ที่แฟนสาวของตนเกิดอาการระแวงและหึงหวงผู้เสียหาย จนถึงขั้นกดเลิกติดตาม (Unfollow) อินสตาแกรม จึงทำให้ตนตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าวลงไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ด้าน นางสาวลลิตา หรือ “เอ” ผู้เสียหาย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาตนนับถือผู้ก่อเหตุในฐานะรุ่นพี่ร่วมสถาบัน คอยช่วยเหลือเรื่องงานมาโดยตลอด และตนเองก็มีแฟนหนุ่มอยู่แล้ว ไม่เคยคิดเกินเลย ซึ่งหากรุ่นพี่ต้องการเข้ามาเจรจาหรือเคลียร์ใจเพื่อขอโทษจริง ก็ควรมาติดต่อที่หน้าห้องในช่วงเวลาปกติที่ผู้คนตื่นกันแล้ว ไม่ใช่ลักลอบปีนรั้วและแอบเข้าห้องมาในช่วงตี 5 ขณะที่ตนกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่เช่นนี้ เพราะสร้างความหวาดกลัวและวิตกกังวลเป็นอย่างมาก
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รวบรวมคำให้การบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และเตรียมเรียกตัวผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นลูกชายตำรวจรายนี้ มาสอบสวนอย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง