สังคม
สลด! ผู้โดยสารชาวลาวเสียชีวิตคารถทัวร์ก่อนถึงปลายทาง ลูก 5 ขวบร่ำไห้พยายามร้องเรียกแม่
2 ชั่วโมงที่แล้ว
1.1K views
เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ 191 สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในรถโดยสารปรับอากาศอาม่าทัวร์ สาย 927-10 กรุงเทพฯ – มุกดาหาร หมายเลขทะเบียน 1998 มหาสารคาม ซึ่งจอดอยู่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงประสาน พ.ต.ท.กิตติวัฒน์ คนหาญ พนักงานสอบสวนเวร พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถโดยสารจอดอยู่ภายในชานชาลา บริเวณด้านท้ายรถพบร่างนางพอน พันทิลาด หญิงชาวลาว อยู่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว นอนเสียชีวิตในลักษณะตะแคงอยู่บนพื้น ใกล้กลับมือขวามีถุงขนมมินิบิสกิตสอดไส้แยมสับปะรดตกอยู่ ใกล้กันยังพบขวดน้ำดื่มและสัมภาระส่วนตัว เมื่อตรวจสอบกระเป๋าพบมียาติดตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับอาการป่วยหรือโรคประจำตัว แต่ยังต้องรอผลการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตเดินทางขึ้นรถมาจาก สถานีขนส่งหมอชิต 2 กรุงเทพมหานคร พร้อมลูกชายวัยเพียง 5 ขวบ โดยนั่งอยู่เบาะหมายเลข 34 ด้านท้ายรถ
นายสุรพล พนักงานขับรถทัวร์ ให้ข้อมูลว่า รถออกจากกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 18.30 น. ทุกอย่างเป็นปกติ ไม่มีเหตุผิดสังเกตระหว่างทาง จนกระทั่งช่วงใกล้ถึงสถานีขนส่งมุกดาหาร มีผู้โดยสารเดินมาบอกด้วยน้ำเสียงตกใจว่า “พี่ครับ เหมือนมีผู้โดยสารไม่หายใจแล้ว” ตนจึงรีบจอดรถและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
นายสุรพล กล่าวว่า สังเกตเห็นผู้เสียชีวิตเดินทางมากับลูกชายตัวเล็ก นั่งอยู่โซนท้ายรถมาตลอดทาง แต่ไม่ได้แสดงอาการผิดปกติรุนแรงจนกระทั่งช่วงท้ายของการเดินทาง
นางเติมและนายแว่นผู้โดยสารสามีภรรยาชาวลาว ซึ่งนั่งรถคันเดียวกัน เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับผู้เสียชีวิตตั้งแต่ตอนนั่งรอขึ้นรถที่หมอชิต 2 โดยผู้เสียชีวิตบ่นว่า “ปวดท้องมาก ไม่ค่อยสบาย” พร้อมขอให้ช่วยไปซื้อนมจากร้านสะดวกซื้อมาให้ เพราะรู้สึกไม่มีแรง
ผู้โดยสารรายดังกล่าวเล่าว่า ระหว่างเดินทาง ผู้เสียชีวิตยังพอพูดคุยได้ แต่มีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ก่อนช่วงใกล้ถึงมุกดาหารจะลุกไปเข้าห้องน้ำด้านหลังรถ เมื่อกลับออกมาเหมือนเดินไม่ค่อยมีแรง จากนั้นก็ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนอนบริเวณพื้นที่ว่างท้ายรถ
“ตอนแรกคิดว่าเขาคงไม่สบาย เลยนอนพัก เพราะไม่ได้มีใครคิดว่าจะหนักขนาดนี้” ผู้โดยสารกล่าว
จุดที่สร้างความสะเทือนใจที่สุด คือช่วงที่ ลูกชายวัย 5 ขวบ เริ่มร้องไห้อย่างหนัก พร้อมพยายามเขย่าเรียกแม่ตามภาษาของเด็ก ทำให้ผู้โดยสารหลายคนรีบเดินเข้าไปดู เด็กพยายามพูดกับแม่ในทำนองว่า “แม่...ตื่น...แม่กลับบ้าน” ก่อนจะร้องไห้ไม่หยุดและเกาะร่างแม่ไว้ตลอดเวลา
หลังเกิดเหตุ มีผู้โดยสารพยายามพูดปลอบเด็กและสอบถามชื่อ แต่เด็กยังอยู่ในอาการตกใจและตอบได้เพียงสั้น ๆ ว่ามากับแม่จากกรุงเทพฯ เพื่อกลับบ้าน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลเด็กชายวัย 5 ขวบ และติดตามญาติของผู้เสียชีวิตมารับตัวต่อไป ท่ามกลางความสะเทือนใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่า การเดินทางกลับบ้านครั้งนี้จะกลายเป็นการจากลาอย่างไม่มีวันกลับ
แท็กที่เกี่ยวข้อง